อุตสาหกรรมยานยนต์และอากาศยานโมร็อกโก : แหล่งลงทุนสำคัญของผู้ประกอบการโลก

ล่าสุด รัฐบาลโมร็อกโกได้ประกาศยุทธศาสตร์ National Pact for Industrial Emergence ซึ่งเน้นส่งเสริมการส่งออกของอุตสาหกรรมใน 8 สาขา ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ อากาศยาน อาหาร เครื่องนุ่งห่ม เวชภัณฑ์ เคมี และการเป็นที่ตั้งให้บริษัทต่างชาติลงทุนตั้งสำนักงานในประเทศ (offshoring) ซึ่งยุทธศาสตร์ดังกล่าวส่งผลให้การส่งออกของโมร็อกโกขยายตัวถึง 17.4% ตั้งแต่ปี 2008 และมีการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น 39%
จากอุตสาหกรรมทั้ง 8 สาขา “อุตสาหกรรมยานยนต์และอากาศยาน” ถือเป็นอุตสาหกรรมที่ เติบโตมากที่สุด เห็นได้จากสถิติในปี 2013 มูลค่าการส่งออกยานยนต์เพิ่มขึ้น 23% (คิดเป็นมูลค่า 2.75 พันล้านยูโร) และอากาศยานเพิ่มขึ้น 15% (คิดเป็นมูลค่า 684 ล้านยูโร) จากปริมาณการส่งออกทั้งหมดมูลค่า 16.2 พันล้านยูโร
ปัจจัยเสริมที่หนุนให้อุตสาหกรรมยานยนต์และอากาศยานเติบโตได้แก่
1) ทำเลที่ตั้งของโมร็อกโกซึ่งเชื่อมต่อระหว่างยุโรปและแอฟริกา
2) เสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจ
3) นโยบายส่งเสริมการลงทุน เช่น จัดตั้งเขตปลอดอากร (Free Zone) สำหรับอุตสาหกรรมสาขาต่าง ๆ และการสนับสนุนเงินทุนจากรัฐบาล 10% ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมด
4) โครงสร้างพื้นฐานที่ครบวงจร และ
5) ความตกลงทางการค้าระหว่างโมร็อกโกกับประเทศต่าง ๆ
ตั้งแต่ปี 2012 มีบริษัทต่างชาติรายใหญ่หลายรายเข้ามาเปิดโรงงานประกอบเครื่องบินในโมร็อกโก เช่น บริษัท Bombadier (บริษัทการบินและอวกาศของแคนาดา) บริษัท The Boeing (บริษัทผลิตเครื่องยนต์อากาศยานและยุทโธปกรณ์ของสหรัฐอเมริกา) บริษัท The United Technology Cooperation (บริษัทผลิตเครื่องบิน ยานอวกาศ และอุตสาหกรรมก่อสร้างของสหรัฐอเมริกา) ฯลฯ
ปัจจุบันมีบริษัทระหว่างประเทศมาลงทุนด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ในโมร็อกโกเพิ่มขึ้น เช่น บริษัท Renault (บริษัทผลิตรถยนต์รายใหญ่ของรัฐบาลฝรั่งเศส) ได้เปิดโรงงานผลิตรถยนต์ขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกาเหนือใกล้กับเมืองคาซาบลังกา (Casablanca) ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนเท่ากับ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังมีแผนจะสร้างโรงงานประกอบรถยนต์แห่งที่สองที่เมืองแทงเจียร์ (Tangier) ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือของโมร็อกโกเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตอีกด้วย
“น่าจะเป็นโอกาสของไทยในแง่การลงทุนและการขยายตลาดโดยเฉพาะสินค้าชิ้นส่วนและ อะไหล่รถยนต์ รวมทั้งสาขาที่เกี่ยวกับการรับช่วงการผลิต (subcontracting) ซึ่งบริษัทไทยมีความเชี่ยวชาญและสามารถผลิตได้อย่างมีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับมากกว่าบางประเทศ” สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงราบัตแสดงความเห็น
19 กุมภาพันธ์ 2558
แหล่งข้อมูล:
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงราบัต
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
ราชอาณาจักรโมร็อกโก, กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
