
พนมเปญโพสต์ รายงานในวันนี้ (25 พ.ค.) กระทรวงโยธาธิการและคมนาคมกัมพูชา ยืนยันว่า กัมพูชาและไทย เตรียมเดินหน้าเริ่มหารือกันในเดือนหน้า เกี่ยวกับการเพิ่มจำนวนรถโดยสารและรถบรรทุกข้ามพรมแดน ซึ่งปัจจุบันมีเพียงประมาณ 40 คันต่อวัน โดยมุ่งเป้าหมายต้องการที่จะกระตุ้นการท่องเที่ยว และเพิ่มการขนส่งสินค้าให้มากขึ้น
โดยทั้งสองประเทศจะหารือข้อตกลงการขนส่งทวิภาคี ที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 5 มิถุนายนที่จะถึงนี้ โดยตั้งเป้าว่าจะเพิ่มจำนวนรถข้ามพรมแดนให้เป็น 500 คัน ในอีก 3 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ยังจะเปิดจุดข้ามแดนเพิ่มขึ้น เพื่อคลายความหนาแน่นของยานพาหนะ ตามการระบุของนาย Vasim Sorya ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารกระทรวงโยธาธิการและคมนาคม
"กัมพูชาและไทยได้พูดคุยถึงข้อตกลงการขนส่งทวิภาคีอยู่เป็นระยะ และในเวลานี้ฝ่ายไทยต้องการที่จะจัดการหารือในระดับสูงเพื่อหารือถึงข้อตกลงการขนส่งทวิภาคีกับกัมพูชา ซึ่งก็หวังอย่างมากว่าจะบรรลุข้อตกลงได้ในครั้งนี้" นาย Sorya กล่าว
สำหรับไทยเสนอเพิ่มจำนวนโควตายานพาหนะอยู่ที่ 150 คันต่อวันในปีแรก และเพิ่มเป็น 300 คันในปีที่ 2 และขยายเป็น 500 คันต่อวันในปีที่ 3 โดยธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) พร้อมจะให้การสนับสนุนสองประเทศในการบรรลุข้อตกลงนี้ด้วย
ภายใต้ข้อตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง รถที่ได้รับอนุญาตจะไม่จำกัดจำนวนเที่ยวรถที่เดินทางระหว่างสองประเทศ แต่สามารถข้ามแดนได้ที่ด่านอรัญประเทศ-ปอยเปต และด่านคลองใหญ่-เกาะกง เท่านั้น
ทั้งนี้ นายโสก จันมุนี (Sok Chanmony) ประธานสมาคมรถโดยสารกัมพูชา มองว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะเอื้อผลประโยชน์ต่อประเทศไทยมากกว่ากัมพูชา เนื่องจากยอดขายทวิภาคีที่ผ่านมาก็โอนเอียงไปทางไทยมาโดยตลอด
"กัมพูชาจะไม่ได้ใช้โควตาในข้อตกลง เพราะกัมพูชามีสินค้าไม่มากที่จะขนส่งไปยังฝั่งไทย" โสก จันมุนี กล่าวอธิบาย "ข้อตกลงจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการรถโดยสารท้องถิ่น หากไทยอนุญาตให้รถโดยสารกัมพูชาเดินทางได้อย่างอิสระมากขึ้นอย่างที่รถโดยสารของไทยทำในกัมพูชา ซึ่งไทยจำเป็นจะต้องเปิดกว้างมากขึ้นต่อผู้ประกอบการรถโดยสารกัมพูชาที่จะเข้าไปในตลาดของไทยด้วย" จันมุนี กล่าวถึงผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว
ด้าน สเรย จันธี (Srey Chanthy) นักวิเคราะห์อิสระ กล่าวว่า ไทยพยายามที่จะทำเช่นเดียวกับเวียดนาม ด้วยการขยายข้อตกลงขนส่งกับทางกัมพูชา ซึ่งผลประโยชน์ที่จะได้จากข้อตกลงคือ การส่งออกสินค้าไทยที่เพิ่มขึ้น เช่น ผัก อาหารทะเล วัสดุก่อสร้าง และน้ำมัน ในกัมพูชา
"เมื่อเร็วๆ นี้ การส่งออกของไทยไปยังตลาดอื่นมีอุปสรรคหลังทหารเข้ายึดอำนาจ ซึ่งอาจทำให้กัมพูชากลายเป็นตลาดส่งออกสินค้าของไทยในตอนนี้ และแม้กัมพูชาอาจจะยังมีความไม่สมดุลทางการค้ากับไทย แต่ก็ไม่เลวร้ายมากนักตราบใดที่กัมพูชายังสามารถส่งออกไปยังตลาดระดับสูงเพื่อชดเชยสิ่งเหล่านั้น ทั้งยังสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวโดยผ่านทางไทยให้มากขึ้นด้วย" จันธี กล่าว
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
