โอมานดันเขตเศรษฐกิจพิเศษ “ดูคุม” แข่งดูไบ

ทำไมโอมานจึงน่าสนใจสำหรับไทย? ตอบได้ว่า โอมานมีข้อดีในการเป็นฐานในการทำธุรกิจในตะวันออกลางหลายอย่างหนึ่ง การเมืองของโอมานค่อนข้างมีเสถียรภาพเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค สอง โอมานดำเนินนโยบายต่างประเทศโดยยึดแนวทางไม่ใช้อุดมการณ์ทางการเมืองหรือศาสนาเป็นตัวนำในการกำหนดนโยบาย (Pragmatism) มีความสัมพันธ์อันดีกับมหาอำนาจทั้งสหรัฐอเมริกา จีน และรัสเซีย รวมถึงทั้งกับอิหร่านและซาอุดีอาระเบีย ขณะที่มีการติดต่อสัมพันธ์กับอิสราเอลด้วย สาม โอมานได้ชื่อว่าเป็นตลาดเปิดที่มีศักยภาพ มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติที่เสรีมากที่สุดแห่งหนึ่งในอ่าวอาหรับ และ สี่ โอมานมีความสัมพันธ์อันดีทางเศรษฐกิจกับไทย โดยเป็นประเทศคู่ค้าอันดับ 4 ของไทยในตะวันออกกลาง ซึ่งไทยนำเข้าโดยเป็นแหล่งนำเข้าน้ำมันดับที่สำคัญของไทย
โอมานมีหน่วยงาน Public Authority for Investment Promotion and Export หรือที่เรียกย่อว่า PAIPED หรือ ITHRA คอยส่งเสริมให้ต่างชาติไปลงทุนทั้งในเขตปลอดอากร (Free Zone) และเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zone) ที่กระจายอยู่ในหลายเมืองทั่วโอมาน แต่ที่เป็นดาวเด่นและที่โอมานเร่ง โปรโมทอย่างสุด ๆ ณ วินาทีนี้ คงจะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ “ดูคุม” ทางตะวันออกของประเทศบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ (Hormuz)
Special Economic Zone Authority of Duqm หรือ SEZAD หน่วยงานที่กำกับดูแลเขตเศรษฐกิจฯประกาศศักดาเมือง Duqm ว่า สามารถแข่งขันกับ Jebel Ali Free Zone ของดูไบได้ ด้วยความได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์ที่เชื่อมระหว่างยุโรปกับเอเชีย อีกทั้งประกอบไปโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร ทั้งท่าเรือ เขตเศรษฐกิจเสรี ศูนย์อุตสาหกรรม ศูนย์โลจิสติกส์ ศูนย์ซ่อมบำรุงเรือเดินทะเล โรงไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมัน แหล่งท่องเที่ยวและรีสอร์ท หรือแม้แต่โรงกลั่นน้ำทะเล (desalination) อีกทั้งยังมีแผนที่จะสร้างระบบรถไฟเชื่อมโยงกับประเทศริมอ่าว (GCC) ที่ใกล้เคียงกัน รวมถึงแผนการสร้างสนามบินด้วย
แผนพัฒนา “ดูคุม” ของ SEZAD แบ่งออกเป็น 3 ระยะ เริ่มตั้งแต่ปี 2558 - 2588 โดยปัจจุบันมีโครงการก่อสร้างที่อยู่ระหว่างการดำเนินการในเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งนี้ จำนวน 23 โครงการ และอีก 14 โครงการ อยู่ระหว่างกระบวนการยื่นประมูลและรอผลการพิจารณา โครงการที่สำคัญ ได้แก่ โครงการสร้างโรงกลั่นน้ำมันมูลค่าการลงทุน 6.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่มีแผนดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2562 และโครงการสร้าง Duqm Frontier Town เพื่อเป็นศูนย์กลางการส่งออก
นักธุรกิจที่สนใจเข้าไปลงทุนใน SEZAD จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางการค้าและการลงทุนหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการลดหรือยกเว้นภาษีในการดำเนินธุรกิจประเภทต่าง ๆ การยกเว้นภาษีศุลกากรในการนำเข้าและส่งออกสินค้า และการอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งที่ดินสำหรับการประกอบธุรกิจ
มองความตั้งใจที่จะพัฒนา “ดูคุม” แล้ว โอมานดูมีอนาคตที่สดใส พื้นที่ทางธุรกิจสำหรับไทยที่จะไปค้าและลงทุนในโอมานน่าจะยังมีอีกมาก โดยเฉพาะในสาขาที่ไทยมีศักยภาพอย่างการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานซึ่งรวมถึงแรงงานที่มีฝีมือในด้านนี้ ไปจนถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตประจำวันอย่างธุรกิจสาขาบริการ สินค้าอุปโภคและบริโภค อาหารฮาลาล อัญมณีและเครื่องประดับ ผู้ประกอบการไทยที่กำลังมองหาแหล่งใหม่ในการดำเนินหรือขยายธุรกิจไปต่างแดน จึงไม่ควรมองข้ามตลาดที่มีศักยภาพและเปิดเสรีทางนโยบายส่งเสริมการลงทุนมากที่สุดแห่งหนึ่งในตะวันออกกลางแห่งนี้
ศึกษาข้อมูลโอกาสทางธุรกิจในเขตเศรษฐกิจพิเศษโอมานเพิ่มเติมได้ที่ http://www.duqm.gov.om/
โอมานมีหน่วยงาน Public Authority for Investment Promotion and Export หรือที่เรียกย่อว่า PAIPED หรือ ITHRA คอยส่งเสริมให้ต่างชาติไปลงทุนทั้งในเขตปลอดอากร (Free Zone) และเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zone) ที่กระจายอยู่ในหลายเมืองทั่วโอมาน แต่ที่เป็นดาวเด่นและที่โอมานเร่ง โปรโมทอย่างสุด ๆ ณ วินาทีนี้ คงจะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ “ดูคุม” ทางตะวันออกของประเทศบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ (Hormuz)
Special Economic Zone Authority of Duqm หรือ SEZAD หน่วยงานที่กำกับดูแลเขตเศรษฐกิจฯประกาศศักดาเมือง Duqm ว่า สามารถแข่งขันกับ Jebel Ali Free Zone ของดูไบได้ ด้วยความได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์ที่เชื่อมระหว่างยุโรปกับเอเชีย อีกทั้งประกอบไปโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร ทั้งท่าเรือ เขตเศรษฐกิจเสรี ศูนย์อุตสาหกรรม ศูนย์โลจิสติกส์ ศูนย์ซ่อมบำรุงเรือเดินทะเล โรงไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมัน แหล่งท่องเที่ยวและรีสอร์ท หรือแม้แต่โรงกลั่นน้ำทะเล (desalination) อีกทั้งยังมีแผนที่จะสร้างระบบรถไฟเชื่อมโยงกับประเทศริมอ่าว (GCC) ที่ใกล้เคียงกัน รวมถึงแผนการสร้างสนามบินด้วย
แผนพัฒนา “ดูคุม” ของ SEZAD แบ่งออกเป็น 3 ระยะ เริ่มตั้งแต่ปี 2558 - 2588 โดยปัจจุบันมีโครงการก่อสร้างที่อยู่ระหว่างการดำเนินการในเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งนี้ จำนวน 23 โครงการ และอีก 14 โครงการ อยู่ระหว่างกระบวนการยื่นประมูลและรอผลการพิจารณา โครงการที่สำคัญ ได้แก่ โครงการสร้างโรงกลั่นน้ำมันมูลค่าการลงทุน 6.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่มีแผนดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2562 และโครงการสร้าง Duqm Frontier Town เพื่อเป็นศูนย์กลางการส่งออก
นักธุรกิจที่สนใจเข้าไปลงทุนใน SEZAD จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางการค้าและการลงทุนหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการลดหรือยกเว้นภาษีในการดำเนินธุรกิจประเภทต่าง ๆ การยกเว้นภาษีศุลกากรในการนำเข้าและส่งออกสินค้า และการอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งที่ดินสำหรับการประกอบธุรกิจ
มองความตั้งใจที่จะพัฒนา “ดูคุม” แล้ว โอมานดูมีอนาคตที่สดใส พื้นที่ทางธุรกิจสำหรับไทยที่จะไปค้าและลงทุนในโอมานน่าจะยังมีอีกมาก โดยเฉพาะในสาขาที่ไทยมีศักยภาพอย่างการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานซึ่งรวมถึงแรงงานที่มีฝีมือในด้านนี้ ไปจนถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตประจำวันอย่างธุรกิจสาขาบริการ สินค้าอุปโภคและบริโภค อาหารฮาลาล อัญมณีและเครื่องประดับ ผู้ประกอบการไทยที่กำลังมองหาแหล่งใหม่ในการดำเนินหรือขยายธุรกิจไปต่างแดน จึงไม่ควรมองข้ามตลาดที่มีศักยภาพและเปิดเสรีทางนโยบายส่งเสริมการลงทุนมากที่สุดแห่งหนึ่งในตะวันออกกลางแห่งนี้
ศึกษาข้อมูลโอกาสทางธุรกิจในเขตเศรษฐกิจพิเศษโอมานเพิ่มเติมได้ที่ http://www.duqm.gov.om/
*******************************
9 ธันวาคม 2558
แหล่งข้อมูล:
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กระทรวงต่างประเทศ
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
