5 เหตุผล ทำไมธุรกิจสปาต้องรู้จักโครเอเชียให้มากขึ้น
5 เหตุผล ทำไมธุรกิจสปาต้องรู้จักโครเอเชียให้มากขึ้น
         โครเอเชีย ประเทศเล็ก ๆ ในยุโรปตะวันออก แต่เป็นที่รู้จักในฐานะประตูสู่กลุ่มประเทศบอลข่านและภูมิภาคยุโรปตะวันออก แม้ว่าโครเอเชียกว้างใหญ่เพียง 1 ใน 10 ของพื้นที่ประเทศไทยและมีประชากรประมาณ 4 ล้านกว่าคน แต่เชื่อหรือไม่ ประเทศนี้ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนมากกว่าจำนวนประชากรถึง 3 เท่า จึงน่าจะเป็นโอกาสของธุรกิจภาคบริการอย่างสปาจากประเทศไทย

         โครเอเชียซ่อนศักยภาพที่น่าค้นหาเอาไว้ เพราะได้เข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2556 ปัจจุบัน อยู่ระหว่างกระบวนการสมัครเข้าเป็นสมาชิกเชงเก้น คาดว่าจะลงนามในสนธิสัญญา เชงเก้นได้ในปี 2559 นี้แล้ว เมื่อบรรลุ น่าจะมีนักท่องเที่ยวจากยุโรปหลั่งไหลเข้าไปในโครเอเชียเพิ่มขึ้นอีกมากมายทีเดียว

         ไม่น่าแปลกใจที่รายได้หลักของโครเอเชียมาจากการท่องเที่ยว เพราะชายฝั่งของโครเอเชียที่ติด ทะเลอเดรียติกงดงามและทอดยาวถึง 5,835 กิโลเมตร ทำให้โครเอเชียเป็นที่นิยมในฐานะแหล่งพักผ่อนหย่อนใจแนวธรรมชาติของยุโรป แถมช่วงนี้ กระแสรักสุขภาพในโครเอเชียกำลังมาแรง
         ลองมาฟัง 5 เหตุผล ว่าทำไมผู้ประกอบการสปาจึงน่าจะลองหันมามองโครเอเชียอย่างจริงจัง
        
        1. ตลาดนักท่องเที่ยวขนาดใหญ่
ดังที่กล่าวมาแล้ว ความสวยงามทางธรรมชาติของโครเอเชียดึงดูดนักท่องเที่ยวมาจากทั้งในและนอกทวีปยุโรปปีละกว่า 12 ล้านคน ส่งผลให้ความต้องการห้องพัก ร้านอาหาร รวมถึงบริการสปาเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และการท่องเที่ยวแบบพักค้างคืนในโครเอเชียยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
                 
       
2. จุดเชื่อมต่อยุโรปตะวันออกกับยุโรปตะวันตก โครเอเชียเป็นจุดสำคัญบนเส้นทางคมนาคมทางทะเล มีท่าเรือ 6 ท่า และกำลังเร่งพัฒนาท่าเรือน้ำลึกเรกา (Rijeka) ซึ่งนับว่าเป็นท่าเรือน้ำลึกแห่งเดียวในทะเลอเดรียติก นอกจากจะเป็นจุดขนถ่ายสินค้าเข้าสู่ประเทศบอลข่านและยุโรปตะวันออกแล้ว ยังส่งผลให้เรือสำราญขนาดใหญ่นำนักท่องเที่ยวเข้าสู่โครเอเชียอย่างคึกคัก พร้อมให้ผู้ประกอบการเข้าคิวนำเสนอบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ซึ่งรวมถึงบริการสปา
                 
       
3. รัฐบาลโฟกัสธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical Tourism) รัฐบาลโครเอเชียมุ่งมั่นที่จะต่อยอดรายได้หลักของประเทศที่มาจากการท่องเที่ยว นำเม็ดเงินกว่า 80 ล้านยูโร ไปสร้างและพัฒนาศูนย์ดูแลสุขภาพครบวงจรต่าง ๆ โดยคาดว่าจะนำรายได้เข้าประเทศได้อีกปีละ 106 ล้านยูโร ภาครัฐและภาคเอกชนโครเอเชียยังร่วมกันออกแบบแผนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ตามเมืองตากอากาศ เพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวทั่วโลกด้วย ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอย่างสปาและนวดแผนไทยจึงมีช่องทางให้ขยับขยายอยู่ไม่น้อย
                 
       
4. กฎหมายพร้อมอำนวยความสะดวกการลงทุนจากต่างประเทศ
สำหรับธุรกิจการลงทุนขนาดใหญ่ รัฐบาลโครเอเชียมี พ.ร.บ.โครงการการลงทุนที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ (Strategic Investment Project Act) เพื่ออำนวยความสะดวกการลงทุนของรัฐ เอกชน หรือการร่วมลงทุนระหว่างรัฐกับเอกชน ในสาขาการลงทุนที่กำหนด ซึ่งแน่นอนว่า ครอบคลุมสาขาการท่องเที่ยว โดยการลงทุนเริ่มต้นจะต้องไม่น้อยกว่า 3 ล้านยูโร สำหรับโครงการในพื้นที่ด้อยพัฒนา และไม่น้อยกว่า 20 ล้านยูโร สำหรับโครงการทั่วไป
สำหรับธุรกิจที่มีเงินทุนไม่สูงนัก ไม่ต้องตกใจ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (Investment Promotion and Enhancement of Investment Environment Act) ของโครเอเชีย ให้สิทธิภาษีเพื่อจูงใจการลงทุนเช่นกัน โดยจะลดภาษีนิติบุคคลและยกเว้นภาษีศุลกากรให้กิจการที่มีมูลค่าการลงทุนและมีการจ้างงานไม่น้อยกว่ากำหนด อาทิ มูลค่าการลงทุนไม่น้อยกว่า 50,000 ยูโร และจ้างงานไม่น้อยกว่า 3 ตำแหน่ง สำหรับกิจการขนาดย่อม จึงถือเป็นโอกาสดีของผู้ประกอบการไทยทุนหนาที่จะเก็บโครเอเชียไว้เป็นหนึ่งในตัวเลือก
                 
       
5. ชื่อเสียงธุรกิจสปาไทยและนวดแผนไทยติดอันดับโลก
ข้อนี้ ชัดเจนอยู่แล้วว่าคือจุดแข็งของไทย หากมีความพร้อมและความตั้งใจ ก็ได้เปรียบไม่ว่าจะบุกตลาดโครเอเชียหรือตลาดใด

         จาก 5 เหตุผลข้างต้น หวังว่าผู้ประกอบการด้านธุรกิจสปา รวมถึงธุรกิจโรงแรมจะทำความรู้จักกับโครเอเชียให้มากขึ้น แม้ว่าปัจจุบัน ทั้งสองฝ่ายไม่ได้จัดตั้งสำนักงานทางการทูตระหว่างกัน แต่ก็มีความสัมพันธ์อันดีมาอย่างต่อเนื่อง สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปูดาเปสต์ ในฮังการีมีเขตอาณาครอบคลุมโครเอเชีย ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตโครเอเชียประจำอินโดนีเซียมีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย

ติดตามอัพเดทโอกาสทางเศรษฐกิจจากทั่วทุกมุมโลกเพิ่มเติมได้ที่ www.ThaiBiz.net

********************************


7 มกราคม 2559
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ (ThaiBiz) กระทรวงต่างประเทศ

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่
  • ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
  • การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue) หรือ ACD จะกลับมา ที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้นเดือนตุลาคม 2559 และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ACD เปิดเวทีภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ ACD Connect โดยมีจุดประสงค์หลักคือส่งเสริมการเชื่อมโยงการเงินในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
  • เทรนด์ “รักษ์” สุขภาพ กำลังแรงไปทั่วโลก สะท้อนจากที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายและบริโภคอาหารปลอดสารพิษและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้ คือ “ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์” ที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • “โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ