เนื่องจากรัฐบาลเมียนมาร์กำลังเปิดประเทศต้อนรับการลงทุนจากต่างชาติมากขึ้น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง จึงได้สรุปข้อควรรู้เกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างไทยและเมียนมาร์ อันจะเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนไทยในอนาคตโดยมีรายละเอียดอย่างย่อ ดังนี้
ปัจจุบัน เมียนมาร์มีธนาคารของรัฐทั้งสิ้น 4 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคาร Myanma Economic Bank (MEC) ธนาคาร Myanma investment and Commercial Bank (MICB )ธนาคาร Myanma Foreign Trade Bank (MFTB) และ ธนาคาร Myanma Agriculture and Development Bank (MADB) มีธนาคารเอกชนทั้งสิ้น ๑๙ ธนาคาร (โดย 4 แห่งเป็นกึ่งเอกชน (semi-private) คือ ถือหุ้นโดยรัฐบาลหรือกองทัพ) และ มีสำนักงานผู้แทนของธนาคารต่างชาติในประเทศทั้งสิ้น 28 ธนาคาร อย่างไรก็ดี ระบบการธนาคารใน เมียนมาร์ถือว่ายังอยู่ในระดับเริ่มต้น โดยมีสัดส่วนเป็นร้อยละ 0.08 ของ GDP เท่านั้น
ปัจจุบัน ธนาคารกลางของเมียนมาร์อนุญาตให้ธนาคารรัฐ 3 แห่ง ได้แก่ MEC, MICB และ MFTB รวมถึงธนาคารเอกชนอีก 15 แห่ง สามารถดำเนินธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศ และสามารถเปิดบัญชีเงินตราสกุลต่างประเทศได้ แต่ก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่นัก เนื่องจากยังไม่มีความพร้อม และอยู่ระหว่างการพัฒนาศักยภาพ
เนื่องจากรัฐบาลเมียนมาร์มีนโยบายที่จะปฏิรูปประเทศให้เป็นระบบเศรษฐกิจแบบตลาด โดยพยายามลดข้อจำกัดในการค้าและธุรกรรมระหว่างประเทศลง ทำให้การโอนเงินจากไทยเข้าสู่เมียนมาร์ มีความสะดวกขึ้นมาก โดยการโอนเงินรายย่อยนั้น สามารถดำเนินการได้ที่ธนาคารไทยซึ่งมีสำนักงานผู้แทนในเมียนมาร์ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ และธนาคารไทยพาณิชย์ แต่ในกรณีของการโอนเงินทุนจดทะเบียนสำหรับการจัดตั้งบริษัท (initial capital) นั้น นักธุรกิจต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่เมียนมาร์กำหนดเอาไว้ เช่นการขออนุญาตและจดทะเบียนการจัดตั้งบริษัท แต่หากธุรกิจ ที่ดำเนินการอยู่ต้องการเพิ่มทุนการดำเนินการ จะต้องขออนุญาตจาก Myanmar Investment Commission (MIC) ก่อน จึงจะสามารถดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปได้
สำหรับกรณีการโอนเงินจากเมียนมาร์เข้าสู่ประเทศไทยนั้น ตามหลักการกำหนดว่าต้องมีการหักภาษีก่อน แต่ในทางปฏิบัติยังคงมีอุปสรรคจากการถูกควบคุมและการอนุมัติจากธนาคารกลางของเมียนมาร์และ MIC อยู่ ทั้งนี้ขั้นตอนการอนุมัติของ MIC ต้องใช้เวลานานถึง 6-7 เดือน จึงทำให้บริษัทไทยรายใหญ่มักนำ ผลกำไรมาลงทุนขยายกิจการภายในเมียนมาร์ต่อมากกว่าจะรอกระบวนการที่ใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน
ปัจจุบัน การขอกู้ยืมเงินจากธนาคารเอกชนในเมียนมาร์ยังไม่เป็นที่นิยม เนื่องจากมีความเสี่ยงสูง และดอกเบี้ยมีอัตราสูงมากถึงร้อยละ 13 ประกอบกับทรัพย์สินค้ำประกันที่กำหนดมีเพียงไม่กี่ประเภท เช่น ที่ดิน ทอง อัญมณี นักธุรกิจเมียนมาร์จึงนิยมใช้เงินสดหรือใช้การร่วมทุนกับหุ้นส่วนแทน ซึ่งหากจะขอกู้ยืมเงินจากต่างประเทศก็จะต้องได้รับอนุญาตจาก MIC เพื่อโอนเงินเข้าสู่เมียนมาร์ และโอนดอกเบี้ยเงินกู้กลับสู่ประเทศต้นทางด้วย
ขณะนี้รัฐสภาเมียนมาร์กำลังพิจารณาร่าง Central Bank Law ฉบับใหม่ ที่ได้รับคำแนะนำจาก IMF และ World Bank โดยจะเน้นให้ความเป็นอิสระของธนาคารกลางเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีกระแสต่างๆเกี่ยวกับการอนุญาตให้ธนาคารต่างชาติเข้ามาเปิดสาขาดำเนินการภายในประเทศ ซึ่งยังคงต้องรอความชัดเจนจากทางรัฐบาลต่อไป
หลังจากที่รัฐบาลเมียนมาร์ได้เปลี่ยนมาใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนลอยตัวแบบจัดการ (managed floating) เมื่อเดือนเมษายน 2555 ทำให้ค่าเงินจั๊ตมีเสถียรภาพมากขึ้น โดยอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ระหว่าง 830-865 จั๊ต/ดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบัน เมียนมาร์ได้กำหนดให้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ยูโร และดอลลาร์สิงคโปร์ เป็นสกุลเงินต่างประเทศอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ดี ธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังเร่งผลักดันให้เมียนมาร์รับเงินสกุลบาทเป็นสกุลเงินต่างประเทศอย่างเป็นทางการด้วย ทั้งนี้ มีแนวโน้มว่าเงินสกุลบาทและสกุลเยนจะกลายเป็นสกุลเงินต่างประเทศอย่างเป็นทางการของเมียนมาร์เพิ่มเติมในอนาคต
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
