เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติ จากแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น อันก่อให้เกิดสึนามิขึ้น เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2554 ที่ผ่านมา ได้ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต และทรัพย์สินอย่างมหาศาล โดยเฉพาะความเสียหายต่อโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ระเบิดขึ้นหลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทั้งนี้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ถือเป็นแหล่งพลังงานหลักอันเป็นปัจจัยสำคัญ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ความเสียหายที่เกิดขึ้นจึงส่งผลให้เกิดความกังวลถึงความมั่นคงและนโยบายด้านพลังงานของประเทศเป็นอย่างมาก
สำหรับพลังงานนิวเคลียร์นั้น แม้ว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะยังอยู่ในระหว่างการกำหนด ถึงอัตราการพึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์ แต่ก็มีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มการใช้พลังงานทดแทนร้อยละ 25-35 ของพลังงานทั้งหมดในญี่ปุ่น จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ญี่ปุ่น ได้แข่งขันกันอย่างสูงในการเพิ่มการปล่อยเงินกู้ให้แก่ธุรกิจด้านพลังงานทดแทน
ปัจจุบันนโยบายทางพลังงานทางเลือกของญี่ปุ่นที่สำคัญ คือการใช้พลังงานลม ซึ่งเป็นพลังงานทดแทนที่มีค่าใช้จ่ายในการผลิตไฟฟ้าต่ำที่สุด โดยมีการวางแผนว่าจะใช้พลังงานลมเป็นพลังงานหลักผ่านการจัดตั้งบริษัทเฉพาะกิจและตั้งกองทุนร่วมกันระหว่างรัฐ บริษัทผลิตไฟฟ้า และผู้ประกอบการด้านการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม เพื่อดำเนินการติดตั้งสายจ่ายไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานลมไปตามแหล่งต่างๆ อย่างไรก็ตาม การใช้พลังงานลมนั้น ในระยะแรกต้องใช้ต้นทุนสูง อีกทั้งแหล่งผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมอยู่ห่างไกลซึ่งทำให้ใช้งบประมาณสูงในการลงทุนและดูแลรักษา การรักษาสมดุลระหว่างการใช้พลังงานทดแทนอย่างแพร่หลายและการแบกรับภาระค่าใช้จ่ายจึงเป็นประเด็นสำคัญที่จะต้องคำนึงถึง
ในปัจจุบัน การใช้พลังงานทดแทนของญี่ปุ่นยังมีสัดส่วนการผลิตน้อย และมีราคาสูงอยู่ ดังนั้น การยุติการใช้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์โดยสิ้นเชิงตามความประสงค์ของคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะส่งผลให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ทั้งการสูญเสียความรู้และบุคลากรด้านพลังงานนิวเคลียร์ รวมถึงส่งผลกระทบต่อการทูต ความมั่นคง และความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐฯด้วย อีกทั้งพลังงานทดแทนยังมีสัดส่วนการผลิตน้อย มีราคาสูง และยังไม่อาจพึ่งพาในฐานะแหล่งพลังงานใหม่ได้ แต่กลุ่มที่ต่อต้านพลังงานนิวเคลียร์ก็ได้แสดงจุดยืนที่มีความกังวลถึงความเสียหายหากเกิดภัยพิบัติขึ้นอีก รวมถึงเสนอให้รัฐบาลญี่ปุ่นลงทุนในการพัฒนาพลังงานทดแทนสูงและเทคโนโลยีใหม่ๆอันจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเป็นการเพิ่มการจ้างงานในอีกทางหนึ่งด้วย
ทั้งนี้ นักวิชาการญี่ปุ่นได้แสดงทัศนะต่อปัญหาพลังงานว่าเป็นการยากที่จะเปลี่ยนจากการใช้พลังงานนิวเคลียร์มาเป็นพลังงานทดแทน อย่างไรก็ตามสามารถทำได้โดยสร้างเครือข่ายการจ่ายไฟฟ้าที่ครอบคลุมพื้นที่อย่างกว้างขวาง และเปิดโอกาสให้บริษัทใหม่ๆเข้ามาแข่งขันเพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน พัฒนาเครือข่ายข้อมูลข่าวสารจากแต่ละภูมิภาค ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนโดยตรง และใช้ระบบภาษีคาร์บอนเพื่อเอื้อให้เกิดการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม
ปัญหาด้านความมั่นคงของพลังงานในญี่ปุ่นถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทญี่ปุ่นมีแนวโน้มในการทำการลงทุนที่ต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ญี่ปุ่นมองว่าเป็นศูนย์กลางของอาเซียน และยังสามารถใช้เป็นฐานในการขยายธุรกิจไปยังประเทศอื่นๆในภูมิภาคได้ แต่ในขณะเดียวกัน ไทยก็อาจจะต้องเผชิญกับภาวะการนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นที่มีราคาสูงขึ้นตามไปด้วย
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
