ติมอร์ขยายสนามบินพร้อมรับการเป็นสมาชิกอาเซียน

รัฐบาลติมอร์ฯ วางแผนเร่งขยายสนามบิน Presidente Nicolau Lobato หรือ ท่าอากาศยานกรุงดิลี รองรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และเตรียมพร้อมเข้าสู่การเป็นสมาชิกอาเซียน หลังจากที่มีแผนสร้างท่าเรือพาณิชย์แห่งใหม่ขึ้นในเขต Tibar ชานกรุงดิลี

รัฐบาลติมอร์ฯ ได้จัดประชุม PPP Investor Conference โดยได้เชิญนักลงทุนชาวต่างชาติที่มีแนวโน้มสนใจจะร่วมลงทุนกับรัฐบาลเข้าร่วมการประชุม โดยในการประชุมครั้งนี้ รัฐบาลได้มอบหมายให้ International Finance Corporation (IFC) ภายใต้ธนาคารโลกเป็นที่ปรึกษาของรัฐบาล และมีบริษัท Ambidji Pty Ltd. เป็นที่ปรึกษาด้านการอากาศยาน ทั้งยังมีที่ปรึกษาด้านกฎหมาย และที่ปรึกษาด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมร่วมในคณะดังกล่าวด้วย

ในปี 2555 สนามบินกรุงดิลี สามารถรองรับผู้โดยสารกว่า 150,000 คน โดยมีเที่ยวบินพาณิชย์เชื่อมโยงไปยัง ๓ เมืองหลัก ได้แก่ ดาร์วิน สิงคโปร์ และเดนปาซาร์ ปัจจุบันสนามบินดังกล่าว อยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรม ไม่สามารถรองรับจำนวนผู้โดยสารที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต ในขณะที่ภาครัฐออกนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวและพัฒนาเศรษฐกิจ ทำให้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องปรับปรุง และขยายสนามบินให้ได้มาตรฐานยิ่งขึ้น เพื่อรองรับการพัฒนาในด้านต่างๆ ต่อไป

ปัจจุบัน ติมอร์ฯ มีอัตราการเจริญเติบโตของ GDP อยู่ในอัตราร้อยละ 5-9 ต่อปี ในส่วนของการท่องเที่ยวนั้นมีอัตราการเจริญเติบโตอยู่ที่ประมาณร้อยละ 2.5-4 ต่อปี ซึ่งคาดว่าในอนาคต จะมีนักท่องเที่ยวระดับสูง (กลุ่ม high-end) เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวมากกว่ากลุ่มตลาดทั่วไป (mass market) ในอนาคต ท่าอากาศยานกรุงดิลีจึงจำเป็นต้องมีเที่ยวบินตรงเชื่อมโยงกับเมืองหลักๆ ในเอเชียและแปซิฟิก อาทิ ฮ่องกง บริสเบน ซิดนีย์ เมลเบิร์นมากยิ่งขึ้น

เพื่อรองรับแผนการขยายท่าอากาศยานดังกล่าว รัฐบาลพยายามผลักดันการลงทุนจากต่างชาติโดยการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น การทบทวนกฎหมายที่ดิน และกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการขยายท่าอากาศยาน การร่างกฎหมายหุ้นส่วนระหว่างรัฐ และเอกชน (PPP) โดยมี Asian Develop Bank หรือ ADB เป็นผู้สนับสนุนการร่างกฎหมายดังกล่าว ตลอดจนกฎหมายเกี่ยวกับภาษีศุลกากร และกฎหมายการบินที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ IFC ก็กำลังจัดทำร่างแผนการต่าง ๆ อาทิ แผนแม่บทการท่าอากาศยาน (Airport Master Plan) แผนการลงทุน (Investment Plan) และ รูปแบบทางการเงิน (Financial Model) เพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลติมอร์ฯ ต่อไปในช่วงเดือนเมษายน 2556 นี้



สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงดิลี
26 เมษายน 2556

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่
  • ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
  • การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue) หรือ ACD จะกลับมา ที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้นเดือนตุลาคม 2559 และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ACD เปิดเวทีภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ ACD Connect โดยมีจุดประสงค์หลักคือส่งเสริมการเชื่อมโยงการเงินในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
  • เทรนด์ “รักษ์” สุขภาพ กำลังแรงไปทั่วโลก สะท้อนจากที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายและบริโภคอาหารปลอดสารพิษและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้ คือ “ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์” ที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • “โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ