ค้นหา
-
ความฝันที่ (น่าจะ) เป็นจริงของเซี่ยงไฮ้ : เป้าหมายศูนย์กลางการเงินโลกภายใน ค.ศ. 2020 (ตอนที่ 1 : ก้าวแรกก่อนเดินหน้าต่อไป.. กับการดันเงินหยวนก้าวไกลสู่เวทีโลก)
ท่านเคยทราบหรือไม่ว่า“นครเซี่ยงไฮ้” ได้เคยครองอันดับ 1 การเป็นผู้นำศูนย์กลางการเงินในภูมิภาคเอเชียเมื่อปี ค.ศ. 1949 เหนือกว่าโตเกียว สิงคโปร์ และฮ่องกงเสียอีก แต่ด้วยการดำเนินนโยบายปิดประเทศของจีน ทำให้บทบาทด้านการเงินของนครเซี่ยงไฮ้ลดน้อยลงจนได้สูญเสียแชมป์ไปให้กับเมืองทั้ง 3 ดังกล่าวไปในเวลาต่อมา....Modified:26/02/2015 13:46:39
-
ความฝันที่ (น่าจะ) เป็นจริงของเซี่ยงไฮ้ : เป้าหมายศูนย์กลางการเงินโลกภายใน ค.ศ. 2020 (ตอนที่ 1 : ก้าวแรกก่อนเดินหน้าต่อไป.. กับการดันเงินหยวนก้าวไกลสู่เวทีโลก)
ท่านเคยทราบหรือไม่ว่า“นครเซี่ยงไฮ้” ได้เคยครองอันดับ 1 การเป็นผู้นำศูนย์กลางการเงินในภูมิภาคเอเชียเมื่อปี ค.ศ. 1949 เหนือกว่าโตเกียว สิงคโปร์ และฮ่องกงเสียอีก แต่ด้วยการดำเนินนโยบายปิดประเทศของจีน ทำให้บทบาทด้านการเงินของนครเซี่ยงไฮ้ลดน้อยลงจนได้สูญเสียแชมป์ไปให้กับเมืองทั้ง 3 ดังกล่าวไปในเวลาต่อมา....Modified:26/02/2015 13:41:32
-
ท่าเรือน้ำลึกหยางซาน-เมืองใหม่หลินกั่ง...ยุทธศาสตร์สู่ศูนย์กลางการเดินเรือโลกของเซี่ยงไฮ้ (ตอนแรก)
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศจีนวางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านโครงสร้างสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ ระบบการคมนาคมขนส่ง การบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ตลอดจนการกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักในด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม นครเซี่ยงไฮ้ศูนย์กลางธุรกิจหลักของจีนจัดเป็นหนึ่งในเมืองยุทธศาสตร์หลักของการพัฒนาประเทศ จีนวางแผนให้นครเซี่ยงไฮ้เป็นศูนย์กลาง 4 ด้าน คือ ศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า การเงิน และการเดินเรือระหว่างประเทศ ซึ่งรัฐบาลนครเซี่ยงไฮ้ได้สานต่อโครงการต่างๆ ตลอดจนออกนโยบายสนับสนุน เพื่อผลักดันส่งเสริมสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้
Modified:26/02/2015 11:51:21
-
เรียนรู้แนวทางพัฒนาชุมชนของเซี่ยงไฮ้ ด้วยการใช้ “ภูมิปัญญาชาวบ้าน” สู่พื้นฐานระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์แบบพอเพียง
หลายท่านคงคุ้นตากับภาพวาดพื้นบ้านสไตล์เหมือนกับภาพข้างต้นนี้ ซึ่งมีวางขายอยู่ทั่วไปในร้านค้าของที่ระลึกเกือบทั่วทุกแห่งในจีน และคงคิดว่าน่าจะมีที่มาจากพื้นที่ชนบทของมณฑลใดมณฑลหนึ่งของจีน แต่จะมีกี่ท่านที่รู้ว่า แท้จริงแล้วภาพวาดเหล่านี้มีต้นกำเนิดของความโด่งดังมาจากมหานครที่มีความมั่งคั่งเติบโตทางเศรษฐกิจระดับสูงและรุดหน้าไปด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ----------- “เซี่ยงไฮ้”!!Modified:26/02/2015 11:58:44
-
ท่าเรือน้ำลึกหยางซาน-เมืองใหม่หลินกั่ง...ยุทธศาสตร์สู่ศูนย์กลางการเดินเรือโลกของเซี่ยงไฮ้ (ตอนจบ)
จากบทความตอนแรกที่แนะนำให้ท่านผู้อ่านได้รู้จักการสร้างท่าเรือน้ำลึกหยางซานภายใต้แนวคิด“ท่าเรือและเมืองใหม่” ที่ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก คือ 1. ท่าเรือน้ำลึกหยางซาน (Yangshan Deep Water Port) 2. สะพานตงไห่ (Donghai Bridge) และ 3. เมืองใหม่หลินกั่ง (Lingang New City) ในตอนนี้จะกล่าวถึงรายละเอียดในแต่ละส่วน เพื่อให้ท่านได้รู้จักท่าเรือสำคัญแห่งนี้ ซึ่งรัฐบาลจีนตั้งใจให้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การสร้างศูนย์กลางการเดินเรือที่นครเซี่ยงไฮ้อย่างแท้จริง
Modified:26/02/2015 11:49:27
-
กว่างซี “ประตูสู่อาเซียนของจีน” ที่แง้มรอผู้ประกอบการไทย : เป้าหมาย ข้อเท็จจริง และโอกาส
กว่างซีประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหนในการเป็น“ประตูสู่อาเซียนของจีน” (China’s Gateway to ASEAN) หลังจากได้รับการวางตัวมาแล้วเกือบ 10 ปี??? แล้วช่องทางกับโอกาสของผู้ประกอบการไทยอยู่ที่ไหน??? สนใจติดตามชมครับ...Modified:26/02/2015 09:59:29
-
ระเบียงเศรษฐกิจหนานหนิง-สิงคโปร์กับบทบาทในการพัฒนาการค้าจีน-อาเซียน: ปัญหาอีกมากยังรอการแก้ไข
หากเอ่ยชื่อ “ระเบียงเศรษฐกิจหนานหนิง-สิงคโปร์” คนไทยหลายคนอาจไม่รู้จัก เพราะเราจะคุ้นเคยมากกว่ากับชื่อ “ถนน R8 R9 หรือ R12” ที่เชื่อมจากภาคอีสานของไทยกับจีนตอนใต้ โดยผ่านลาวและเวียดนามModified:25/02/2015 17:57:13
-
มุมมองนักวิเคราะห์เฉิงตูต่อการปฎิรูปการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีการค้าของจีน
กระทรวงการคลังจีนประกาศว่า จีนจะเริ่มทดลองเก็บ “ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT-增值税) แทนภาษีการค้า (营业税) ในภาคการขนส่งและภาคบริการบางประเภท” โดยจะลดอัตราการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม “ในภาคขนส่งจาก 17% เหลือ 11% และ ภาคบริการบางสาขาจาก 13% เหลือ 6%” การปฏิรูปการจัดเก็บภาษีดังกล่าว จะเริ่มต้นในวันที่ 1 ม.ค. 2555 โดยนครเซี่ยงไฮ้จะเป็นเมืองนำร่องใช้มาตรการดังกล่าว หลังจากนั้นจะขยายไปสู่ทั่วประเทศModified:25/02/2015 16:24:38
-
บทวิเคราะห์และข้อคิดเห็นโดยสังเขปการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านรถไฟความเร็วสูง
รัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์ของจีน (พคจ.) ได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อภายในประเทศเป็นอย่างมากนับตั้งแต่ขึ้นมามีอำนาจในการบริหารประเทศ โดยผลงานของ พคจ. ชิ้นแรกในการก่อสร้างเส้นทางรถไฟก็คือ สายเฉิงตู-ฉงชิ่ง ซึ่งเปิดใช้เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 2495 มีระยะทาง 505 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางเชื่อมสองนครประมาณ 5 ชั่วโมง ภายหลังรัฐบาล พคจ. ได้เริ่มดำเนินยุทธศาสตร์พัฒนาภาคตะวันตกเมื่อปี 2543 เป็นต้นมาเส้นทางนี้ก็ได้ปรับเปลี่ยนเป็นเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายแรกของภาคตะวันตกเมื่อปี 2552Modified:25/02/2015 16:06:11
-
ฐานปล่อยจรวดซีฉางแห่งเสฉวนกับก้าวสำคัญแห่งการพัฒนาองค์กรอวกาศจีน
เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2554 จีนได้ส่งดาวเทียมเพื่อสร้างระบบนำร่อง GPS ใช้ชื่อว่า “เป๋ยโต่ว (北斗 หรือ compass)” ซึ่งเป็น “ดวงที่ 8” ไปแล้ว ต่อมาเมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2554 จีนใช้จรวดลองมาร์ช-3C ส่งดาวเทียมที่ชื่อว่า "เทียนเลี่ยน (天连) 1-02" ขึ้นสู่อวกาศเป็นผลสำเร็จ และล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2554 จีนยังได้ส่งดาวเทียม GPS “เป๋ยโต่ว ดวงที่ 9” ขึ้นสู่อวกาศอีกครั้ง ซึ่งดาวเทียมดวงนี้เป็น 1 ใน 35 ดวงที่จีนส่งขึ้นสู่วงโคจรเพื่อสร้างระบบ GPS สำหรับการกำหนดพิกัดบนพื้นโลกที่พัฒนาโดยเทคโนโลยีของจีนทั้งหมด โดยดาวเทียมทั้ง 3 ดวงที่ถูกส่งขึ้นไปนั้น ล้วนถูกปล่อยจากฐานปล่อยดาวเทียมซีชางในมณฑลเสฉวนทั้งสิ้นModified:25/02/2015 16:11:01
-
เขตเศรษฐกิจใหม่เหลี่ยงเจียง นครฉงชิ่ง แหล่งลงทุนแห่งใหม่ของโลก
“เขตเศรษฐกิจใหม่เหลี่ยงเจียง (两江新区)” ก่อตั้งในเดือน มิ.ย 2010 และอยู่ในแผนยุทธศาสตร์พัฒนาตะวันตกของจีน ต่อมาเมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2011 การประชุมสภาประชาชนแห่งชาติว่าด้วยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม (ค.ศ. 2011-2015) ฉบับที่ 12 ระบุถึงความสำคัญ ยก “เขตเศรษฐกิจใหม่เหลี่ยงเจียง” สู่พื้นที่นำร่องเพื่อปฏิรูปและพัฒนานครฉงชิ่ง เพื่อเป็นหัวจักรใหญ่ เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจภาคตะวันตกแถบต้นแม่น้ำแยงซีเกียง และเร่งกระจายความเจริญสู่ดินแดนจีนตอนในในอีกทศวรรษนับจากนี้ไปModified:24/02/2015 17:22:58
-
เส้นทางโลจิสติกส์ : เส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายเซี่ยงไฮ้-อู่ฮั่น-เฉิงตู
เมื่อ 44 ปีก่อน การเดินทางด้วยรถไฟจากนครเซียงไฮ้ถึงนครเฉิงตู มีความลำบากมาก ประชาชนต้องใช้เวลาเดินทางข้ามวันข้ามคืนนานถึง 77 ชม. กว่าจะถึงจุดหมายปลายทางด้วยความเหน็ดเหนื่อย ต่อมาได้มีการก่อสร้างขยายเส้นทางรถไฟเพิ่มขึ้นทั่วประเทศ รวมถึงปรับปรุงประสิทธิภาพรถไฟให้ดีขึ้นจากอดีต ทำให้การเดินทางระหว่าง 2 นครใหญ่เมื่อ 15 ปีที่ผ่านมา ใช้เวลาลดลงครึ่งหนึ่งเหลือประมาณ 36 ชม. ปัจจุบัน การรถไฟจีนมีการพัฒนาเป็นอย่างมากจนก้าวเข้าสู่ยุคแห่งรถไฟความเร็วสูงอย่างเต็มตัว ในหลายเส้นทางสำคัญเริ่มมีการเดินรถไฟความเร็วสูงที่สามารถใช้ความเร็วได้ถึง 200-350 กม./ชม. รวมถึงเส้นทางสายเซี่ยงไฮ้-อู่ฮั่น-เฉิงตู ทำให้ลดเวลาเดินทางเหลือเพียง 15 ชม. ในขณะนี้ และจะเหลือเพียง 8 ชม. ในอนาคตอันใกล้Modified:24/02/2015 18:28:05
-
ตามสังเกตการณ์รถไฟระหว่างประเทศในยูนนาน
เส้นทางรถไฟระหว่างประเทศจำนวน 4 สายที่เชื่อมไปยังประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ผ่านยูนนาน ได้แก่ เส้นทางรถไฟแพนเอเชีย (Pan-Asian Railway) จีน-เวียดนาม จีน-ลาว จีน-พม่า และจีน-พม่า-อินเดีย ซึ่งนับเป็นหนึ่งในแผนงานโลจิสติกส์ที่มณฑลยูนนานพยายามผลักดันให้เกิดขึ้น เพื่อเชื่อมโยงระบบเครือข่ายทางรถไฟให้สามารถเดินทางจากจีน-ไทย-มาเลเซีย-สิงคโปร์Modified:23/02/2015 18:05:13
-
ย้อน 2 ทศวรรษ มณฑลยูนนานกับ GMS เพื่อก้าวไกลไปด้วยกันในทศวรรษที่ 3 (ตอน 1/2)
ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion-GMS) ได้ครบรอบ 20 ปีของการก่อตั้งความร่วมมือไปเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2555 และมีการจัดงานฉลองที่สำนักงานใหญ่ธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์Modified:23/02/2015 17:22:03
-
ปัญหาและอุปสรรคในการใช้เส้นทาง R3A ขนส่งผลไม้จากไทยเข้าสู่จีน
จากปริมาณ มูลค่า และอัตราการเติบโต ของการนำเข้าผลไม้ไทยผ่านด่านบ่อหานของเขตฯ สิบสองปันนา พบว่า เส้นทาง R3A ถือเป็นเส้นทางการขนส่งผลไม้จากไทยสู่จีนที่มีศักยภาพสูง กำลังได้รับความนิยมจากผู้ประกอบทั้ง 2 ประเทศ โดยเฉพาะผู้ประกอบการในจังหวัดภาคเหนือของไทย และผู้ประกอบการในจีนตอนใต้ แต่การขนส่งบนเส้นทาง R3A ก็ยังคงมีปัญหาและอุปสรรคบางประการที่ขัดขวางไม่ให้เส้นทางการขนส่งนานาชาติเส้นนี้ถูกใช้อย่างเต็มขีดความสามารถModified:23/02/2015 17:10:59
-
ย้อน 2 ทศวรรษ มณฑลยูนนานกับ GMS เพื่อก้าวไกลไปด้วยกันในทศวรรษที่ 3 (ตอน 2/2)
....ตอนที่ 2 ซึ่งเป็นตอนจบของบทความเรื่องนี้ เราจะไปทำความเข้าใจกับแผนการพัฒนาของมณฑลทั้ง 8 ด้าน ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์การพัฒนา GMS ฉบับใหม่ (ปี 2012 - 2022) เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยใช้ประโยชน์ประกอบการพิจารณาตัดสินใจลงทุนหรือทำธุรกิจในมณฑลยูนนาน ต่อไป....Modified:23/02/2015 17:19:11
-
นครฝูโจว กลิ่นอายทางประวัติศาสตร์ในเขตอุตสาหกรรมสมัยใหม่ (อุตสาหกรรม/อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ)
อุตสาหกรรมการต่อเรือเป็นอุตสาหกรรมที่อยู่คู่กับเมืองเรียบชายฝั่งทะเลของจีนมาเป็นระยะเวลานาน เช่นเดียวกับอู่ต่อเรือหมาเหว่ย(马尾造船厂)ในนครฝูโจวModified:23/02/2015 16:58:38
-
เครือข่ายเชื่อมโยงคมนาคมในยูนนานรุดหน้า: โอกาสเชื่อมไทยกับจีนตะวันตก
แม้ยูนนานจะไม่มีทางออกสู่ทะเล แต่เนื่องด้วยตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่โดดเด่น มีอาณาเขตติดต่อเวียดนาม ลาว และเมียนมาร์ และอยู่ใกล้ไทย กัมพูชา บังกลาเทศ และอินเดีย เมื่อเดือน พ.ค. 2554 รัฐบาลจีนจึงได้อนุมัติยุทธศาสตร์ป้อมหัวสะพาน (Bridgehead Strategy) หรือภาษาจีนเรียกว่า “เฉียวโถวเป่า” ให้มณฑลยูนนานเป็น “ป้อมปราการด่านแรก” ของภาคตะวันตกของจีน เพื่อเชื่อมดินแดนจีนตอนในกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ เพื่อขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการแสวงหาทางออกสู่ทะเล การจะเป็น “ป้อมหัวสะพาน” ที่สมบูรณ์แบบ จำเป็นต้องมีเครือข่ายการคมนาคมที่ครอบคลุมและมีคุณภาพสูง ในแต่ละปี รัฐบาลมณฑลยูนนานทุ่มงบประมาณจำนวนมหาศาล เพื่อพัฒนาโครงข่ายสาธารณูปโภคด้านการคมนาคม ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ให้มีความก้าวหน้า สมกับการเป็นเมืองหน้าด่านด้านตะวันตกของจีนอย่างแท้จริงModified:23/02/2015 17:02:29
-
“30 ปีเขตเศรษฐกิจพิเศษเซี่ยเหมิน” ความสำเร็จที่ยังไม่สิ้นสุด
นับตั้งแต่ที่ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้ดำเนินนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zone) เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2524 พร้อมกับอีก 3 เมืองในมณฑลกวางตุ้ง (เซินเจิ้น ซ่านโถว จูไห่) จนถึงวันนี้นับรวมได้เป็นระยะเวลา 30 ปีพอดีที่เมืองเซี่ยเหมินของมณฑลฝูเจี้ยนได้ทำหน้าที่เป็นเสมือนเมืองหน้าด่านเปิดรับการค้าการลงทุนจากต่างชาติตามความตั้งใจของท่านอดีตผู้นำเติ้ง เสี่ยวผิงที่ต้องการจะใช้เขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นพื้นที่ทดลองสำหรับการดำเนินนโยบายปฏิรูปเปิดประเทศ ดังนั้นเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2554 ที่ผ่านมา เมืองเซี่ยเหมินจึงได้มีการจัดพิธีฉลองความสำเร็จของการพัฒนาเมืองในรอบ 30 ปีขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งโอกาสนี้ BIC จะขอพาท่านผู้อ่านย้อนรอยไปติดตามพัฒนาการในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา รวมถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยิ่งใหญ่กว่าในอนาคตของเมืองเซี่ยเหมินModified:23/02/2015 16:48:04
-
ฝูเจี้ยนกับภาพรวมด้านการค้าระหว่างประเทศปี 2553
มณฑลฝูเจี้ยน มณฑลซึ่งเปรียบเสมือนเป็นประตูสู่การติดต่อกับต่างประเทศ โดยเฉพาะกับเกาะไต้หวันของดินเเดนมังกร ครอบคลุมพื้นที่ทั้งสิ้น 121,400 ตร.กม. ซึ่งใหญ่เป็นอันดับที่ 23 ของประเทศModified:23/02/2015 16:58:33
Sorted by relevance | Sort by date
