ค้นหา
About 478 results
-
Star Fintech ฉลองครบรอบ 2 ปี การให้บริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ใน สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2563 บริษัท Star Fintech จำกัดผู้เดียว ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัท Star Telecom จำกัด ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ Unitel ได้จัดพิธีเฉลิมฉลองครบรอบ 2 ปี การให้บริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ U-Money โดยมี ศ.ดร.บ่อเวียงคำ วงดาลา รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สปป. ลาว นายสอนไซ สิดพะไซ ผู้ว่าการธนาคารแห่ง สปป. ลาว นายบุนสะเหลิมไซ เคนนาวง รองรัฐมนตรีกระทรวงไปรษณีย์ โทรคมนาคม และการสื่อสาร สปป. ลาว นาง Trinh Thi Tam อัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูตเวียดนาม ประจำ สปป. ลาว และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:19/11/2024 11:17:13
-
FMO ธนาคารเพื่อการพัฒนาจากเนเธอร์แลนด์สนับสนุนเงินลงทุนด้านป่าไม้ใน สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2563 FMO ธนาคารเพื่อการพัฒนาจากเนเธอร์แลนด์ เปิดเผยว่า ธนาคารฯ ได้สนับสนุนเงินทุน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่บริษัท Mekong Timber Plantations จำกัด (MTP) ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทปลูก ป่าไม้ที่ใหญ่ที่สุดใน สปป. ลาว เพื่อนำไปขยายพื้นที่ปลูกไม้แปรรูป ไม้วีเนียร์ ต้นยูคาลิปตัส กระถินณรงค์ และสร้างโรงเลื่อยไม้แบบบูรณาการ ปัจจุบัน MTP มีพื้นที่ทั้งหมด 24,099 เฮกตาร์ ในแขวงคำม่วน บอลิคำไซ เวียงจันทน์ และเชียงขวาง โดยได้รับสัมปทานเป็นเวลา 50 ปี จนถึงปี 2592Modified:26/01/2021 09:03:08
-
รัฐบาล สปป. ลาวก่อตั้งกองทุนส่งเสริมและพัฒนาพลังงานทดแทน
เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2563 นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว ได้ลงนามดำรัสว่าด้วยกองทุนส่งเสริมและพัฒนาพลังงาน เพื่อกำหนดหลักการและระเบียบสำหรับการก่อตั้งและการดำเนินงานของกองทุนส่งเสริม และพัฒนาพลังงาน เพื่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงานและส่งเสริมธุรกิจด้านพลังงานตามยุทธศาสตร์ สีเขียวของประเทศModified:26/01/2021 09:01:04
-
รัฐบาล สปป. ลาวปรับปรุงมาตรฐานการลงทุนในกิจการขุดค้นและสำรวจแร่ธาตุ
เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2563 ดร. คำมะนี อินทิลาด รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาวได้ลงนามคำแนะนำเกี่ยวกับมาตรฐานการลงทุนในกิจการขุดค้นและสำรวจแร่ธาตุ เพื่อกำหนดมาตรฐานการลงทุนในกิจการดังกล่าวให้มีความชัดเจน โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ อันจะนำประโยชน์สูงสุดมาให้รัฐบาล ส่วนท้องถิ่น และผู้ลงทุน รวมทั้งป้องกันการจองพื้นที่สัมปทานเพื่อมอบโอนหรือขายสิทธิสัมปทานโดยมิได้รับอนุญาตจากรัฐบาล ซึ่งคำแนะนำดังกล่าวมีผลบังคับใช้ก่อนที่จะมีการเปิดรับข้อเสนอการลงทุนด้านเหมืองแร่ในปี 2564 โดยก่อนหน้านี้สำนักงานนายกรัฐมนตรี สปป. ลาวได้ออกประกาศระงับการพิจารณาข้อเสนอการลงทุนใหม่ทั้งหมดและข้อเสนอต่ออายุโครงการModified:25/01/2021 16:57:56
-
Moody’s ปรับลดความน่าเชื่อถือของ สปป. ลาวจาก B3 เป็น Caa2 และปรับลด outlook ของ สปป. ลาวจาก stable เป็น negative
เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2563 บริษัท Moody's Investors Service ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้รัฐบาล สปป.ลาวจาก B3 เป็น Caa2 และปรับลดคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจ สปป. ลาว (outlook) จาก stable เป็น negative โดยประเมินว่า สปป.ลาวกำลังเผชิญกับปัญหาสภาพคล่องทางการเงินอย่างหนัก โดยมีหนี้ที่จะครบกำหนดการชำระในช่วงปี 2563 - 2568 และมีทางเลือกทางการคลังที่จำกัด อีกทั้งได้รับผลกระทบจากการระบาด ของโรคโควิด 19 ซึ่งอาจเป็นไปได้ที่ สปป. ลาวจะผิดนัดชำระหนี้ในอนาคตอันใกล้นี้ ทำให้นักลงทุนมีความเสี่ยง มากขึ้น นอกจากนี้ Moody ยังปรับลดเพดานพันธบัตรสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ สปป. ลาวจาก B1 เป็น Caa1 เพดานเงินฝากสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวจาก Caa1 เป็น Caa3 และเพดานเงินฝากสกุลเงินท้องถิ่นระยะยาวและพันธบัตรสกุลเงินท้องถิ่นระยะยาวจาก Ba3 เป็น B1 โดยมีเหตุผลและปัจจัยสำคัญ ดังนี้Modified:25/01/2021 16:27:26
-
พิธีลงนามสัญญาก่อตั้งบริษัทสายส่งไฟฟ้าแห่งชาติลาว (EDLT)
เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2563 รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (EDL) และบริษัท China Southern Power Grid จำกัด (CSG) ได้ร่วมลงนามสัญญาร่วมหุ้นในการก่อตั้งบริษัทสายส่งไฟฟ้าแห่งชาติลาว (Electricite du Laos Transmission Company Limited: EDLT) โดยมี ดร. คำมะนี อินทิลาด รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว และนาย Jiang Zaidong เอกอัครราชทูตจีนประจำ สปป. ลาว ร่วมเป็นสักขีพยาน และมีนายดาววง พอนแก้ว รองรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานฯ สปป. ลาว นายบุนเหลือ สินไซวอระวง รองรัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:25/01/2021 16:22:40
-
ผลการดำเนินงานด้านอุตสาหกรรมและการค้าปี 2562 ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 และแผนการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2563
เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2563 นางเข็มมะนี พนเสนา รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมสรุปผลการดำเนินงานด้านอุตสาหกรรมและการค้าปี 2562 ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 และแผนการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2563 ผ่านระบบ video conference โดยมีรองรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมฯ หัวหน้าและรองหัวหน้ากรมต่าง ๆ พร้อมด้วยผู้แทนจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:25/01/2021 11:45:55
-
มาตรการรักษาเสถียรภาพทางการเงินของธนาคารแห่ง สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2563 นายสอนไซ สิดพะไซ ผู้ว่าการธนาคารแห่ง สปป. ลาว ได้แถลงต่อที่ประชุมสมัยสามัญ ครั้งที่ 9 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 8 เกี่ยวกับสภาพเงินตราต่างประเทศ อัตราแลกเปลี่ยน อัตราเงินเฟ้อของ สปป. ลาว และมาตรการแก้ไข สรุปสาระสำคัญดังนี้Modified:25/01/2021 10:16:53
-
บทรายงานของนายกรัฐมนตรีแห่ง สปป. ลาว ต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 9 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 8
เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2563 นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว ได้แถลงต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 9 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 8 เกี่ยวกับผลการดำเนินแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (2559 – 2563) แผนงบประมาณแห่งรัฐ แผนการเงิน 5 เดือน การคาดการณ์ 6 เดือนแรกของปี 2563 และทิศทาง 6 เดือนหลังของปี 2563 สรุปรายงานในด้านเศรษฐกิจ ดังนี้Modified:22/01/2021 15:19:31
-
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ใน สปป. ลาวจะซบเซาลงในปี 2563
ในปี 2563 คาดว่าการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ สปป. ลาวจะลดลงร้อยละ 15 - 20 จากปีที่ผ่านมา เนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องและผลกระทบจากการแพร่ระบาดระบาดของโรคโควิด 19 โดยคาดว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะกลับสู่สภาวะปกติเมื่อรัฐบาลมีนโยบายเปิดประเทศModified:22/01/2021 14:45:23
-
สภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาวเสนอนโยบายและมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังการแพร่ระบาด ของโรคโควิด 19
เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2563 สภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว ในฐานะคณะเฉพาะกิจรับผิดชอบติดตามผลกระทบและการดำเนินการตามนโยบายและมาตรการเพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ได้จัดทำรายงานเสนอให้รัฐบาล สปป. ลาวพิจารณานโยบายและมาตรการลดผลกระทบและฟื้นฟูเศรษฐกิจลาว ทั้งในช่วงการแพร่ระบาดและหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 โดยมีข้อเสนอสำคัญ ดังนี้Modified:22/01/2021 13:59:47
-
ธนาคารโลกอนุมัติเงินกู้ฉุกเฉิน 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อ สปป. ลาวรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19
เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2563 นายบุนโจม อุบนปะเสิด รองรัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว ในฐานะผู้แทนรัฐบาล สปป. ลาว และนาย Nicola Pontara ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำ สปป. ลาว ได้ร่วมลงนามสัญญาเงินกู้ฉุกเฉิน จำนวน 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับกรณีฉุกเฉินสืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 การควบคุมการติดเชื้อ การตรวจหาผู้ติดเชื้อ การค้นหาผู้ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ การคุ้มครองกรณีมีผู้ติดเชื้อ และการยกระดับความสามารถในการเฝ้าระวังและทักษะการรักษาของคณะแพทย์ สปป. ลาว โดยมีผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข สปป. ลาว กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว กระทรวงการต่างประเทศ สปป. ลาว เข้าร่วมModified:22/01/2021 11:42:33
-
รัฐบาล สปป. ลาวเตรียมปล่อยเงินสนับสนุน SMEs 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2563 นายสมจิด อินทะมิด รองรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมสภาบริหารกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) สมัยสามัญ ครั้งที่ 2 โดยมีประธานและสมาชิกสภาบริหารกองทุนดังกล่าวเข้าร่วมModified:20/01/2021 15:30:26
-
ความคืบหน้าการลงทุนในเขตเศรษฐกิจเฉพาะบึงธาตุหลวง นครหลวงเวียงจันทน์
เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2562 นายสินละวง คุดไพทูน เจ้าครองนครหลวงเวียงจันทน์ นายสะหวันคอน ราชมุนตรี รองรัฐมนตรีกระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรม และท่องเที่ยว สปป. ลาว นางคำจัน วงแสนบุน รองรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว นายจำปา คำสุกใส หัวหน้าห้องการส่งเสริมและคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษ พร้อมด้วยภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้เข้าร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างศูนย์คุ้มครองและบริหารเขตเศรษฐกิจเฉพาะ บึงธาตุหลวง โครงการเวียงจันทน์นครสีเขียว และพิธีเปิดโรงแรมโปลีเวียงจันทน์ ณ เขตเศรษฐกิจเฉพาะบึงธาตุหลวง นครหลวงเวียงจันทน์Modified:12/12/2019 17:33:39
-
รัฐบาลลาวออกพันธบัตรมูลค่า 1,700 พันล้านกีบ (ประมาณ 194 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2562 นายสุลิวัด สุวันนะจูมคำ หัวหน้ากรมการเงินต่างประเทศและคุ้มครองหนี้สิน กระทรวงการเงิน สปป. ลาว ในฐานะผู้แทนรัฐบาลลาว กับนายอานุกอน สุทำมะวง รักษาการผู้อำนวยการบริษัท หลักทรัพย์ล้านช้าง มหาชน นายเทบสะหวัน กิติยะวง รักษาการผู้อำนวยการบริษัท หลักทรัพย์ BCEL-KT จำกัด และนายลิน ลี ผู้อำนวยการบริษัท หลักทรัพย์ลาว – จีน จำกัด ได้ลงนามสัญญาแต่งตั้งให้ 3 บริษัทหลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินและเป็นตัวแทนจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาลลาวModified:09/09/2019 21:46:10
-
บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เตรียมศึกษาการสร้างเมืองทันสมัยที่แขวงอุดมไซและ แขวงหลวงน้ำทา
เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2562 ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ระหว่างองค์การปกครองแขวงอุดมไซกับบริษัทอมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ห้องว่าการปกครองแขวงอุดมไช โดยมีนายคำพัน เผยยะวง ผู้แทนองค์การปกครองแขวงอุดมไช และนายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ลงนามในบันทึกความเข้าใจดังกล่าวModified:14/01/2019 16:58:35
-
ภาครัฐและภาคธุรกิจร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจของ สปป. ลาว
ทิศทางเศรษฐกิจของ สปป. ลาว ในปีนี้ เผชิญกับความยุ่งยากหลายด้าน อาทิ เกษตรกรรม ไฟฟ้า เหมืองแร่ ซึ่งขยายตัวลดลง สถาบันค้นคว้าเศรษฐกิจแห่งชาติจึงได้เสนอแนะให้รัฐบาล สปป. ลาว กำหนดมาตรการเพื่อ กระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาโครงสร้างทางเศรษฐกิจเพื่อรองรับการพัฒนาอย่างยั่งยืนModified:07/12/2018 20:30:23
-
ธนาคารโลกสนับสนุนเงินกู้เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมการดำเนินธุรกิจใน สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2561 ได้มีพิธีเซ็นสัญญาเงินกู้ยืมระหว่างรัฐบาลแห่ง สปป. ลาว กับธนาคารโลก สำหรับโครงการส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันและการค้าของ สปป. ลาว ในวงเงินกู้ยืมแบบผ่อนผันจำนวน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากสมาคมพัฒนาสากลภายใต้การดูแลของธนาคารโลก และมอบเงินทุนช่วยเหลือแบบให้เปล่าจากผู้ให้ทุนอื่นจำนวน 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐModified:19/11/2024 11:17:01
-
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดการสัมมนาเพื่อส่งเสริมหุ้นส่วนทางธุรกิจดิจิทัลกับเยอรมนี
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ร่วมกับกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ จัดการสัมมนา Green and Innovative Economy ในหัวข้อ Digital Agenda ของเยอรมนีกับโอกาสทางธุรกิจของไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งในเชิงนโยบายและมาตรการที่รัฐจะสามารถให้การสนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัล ประสบการณ์และแนวคิดการประกอบธุรกิจดิจิทัลให้สำเร็จ ตั้งแต่ระดับอุตสาหกรรมไปจนถึงระดับ SMEs และ start-ups ซึ่งรวมถึง start-ups ที่เป็นผู้ใช้เครื่องมือดิจิทัลในการประกอบธุรกิจและ tech start-ups อาทิ การสร้าง platform ออนไลน์ การบริหารและวิเคราะห์ big data การสร้าง digital marketplace สำหรับ SMEs <br />
ในการสัมมนาในครั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมัน 2 คน จากภาครัฐและเอกชนมาร่วมเป็นวิทยากร ได้แก่ Dr. Christina Schmidt-Holtmann ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี และนาย Lutz Haase ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร FTWK ซึ่งเป็น start-up ด้านบริการสุขภาพที่ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนแก่ start-ups รายใหม่ ๆ นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร. ขัติยา ไกรกาญจน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย Ms. Atsuko Okuda ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก องค์การสหประชาชาติ (UNESCAP) นาย Carl van der Elst ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน ธนาคาร Deutsche Bank และ อ. ดนัยรัตน์ ธนบดีธรรมจารี ผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์ด้าน digital transformation บริษัท SAP (Thailand) จำกัด มาร่วมเป็นวิทยากรและร่วมการเสวนาด้วย<br />
ในโอกาสนี้ นายรัชดา จิวาลัย รองอธิบดีกรมยุโรป ในฐานะผู้แทนเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้กล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยตามแนวคิด Thailand 4.0 โดยนอกจากจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการไทยในทุกขนาดแล้ว ยังสามารถที่จะกระจายโอกาสและรายได้ไปสู่กลุ่มประชาชนที่มีรายได้น้อยและวิสาหกิจชุมชนในชนบทไดhด้วยการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการให้บริการสาธารณสุข (telemedicine) การให้การศึกษาทางไกล การให้บริการภาครัฐออนไลน์ (e-government) การพัฒนา e-commerce เชิ่มโยงพื้นที่ห่างไกลเข้ากับตลาด การส่งเสริม digital and smart farming เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำการเกษตร เป็นต้น ในขณะที่ไทยและเยอรมนีต่างก็เผชิญความท้าทายร่วมกันในโลกยุคดิจิทัล และผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายต่างมีความเข้มแข็งและความพร้อมที่จะร่วมมือกันได้ โดยเฉพาะระหว่างผู้ประกอบการไทยในระดับต่าง ๆ กับ tech start-up เยอรมัน ที่มีผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่น่าสนใจ ด้วยเหตุนี้ เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นประเด็นความร่วมมือระหว่างไทยกับเยอรมนีที่สถานเอกอัครราชทูตฯ มุ่งหวังที่จะพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับคำกล่าวของนาย Peter Prügel เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ที่ย้ำว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 จะเป็นประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่อีกประเด็นหนึ่งที่ฝ่ายเยอรมันพร้อมให้การสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการของทั้งสองฝ่าย<br />
การสัมมนาดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ประกอบการชาวไทย ทั้งที่เป็น start-ups และ tech start-ups ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในองค์กร และตัวแทนภาครัฐมากกว่า 100 คน โดยใช้เวลาในช่วงถามตอบมากกว่า 1 ชม. ในการนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนีทั้ง 2 คน ได้แสดงความเชื่อมั่นถึงศักยภาพและโอกาสของภาคธุรกิจดิจิทัลของไทยที่มีความตื่นตัวในการสร้างและปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบธุรกิจ และได้เสนอแนะให้ภาครัฐและเอกชนไทยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการด้วยกัน ระหว่างผู้ประกอบการและลูกค้า และระหว่างรัฐและเอกชนเพื่อให้รัฐสามารถออกมาตรการสนับสนุนเอกชนได้อย่างทันท่วงที เพราะในยุคดิจิทัลผู้ที่จะได้รับประโยชน์อาจจะไม่ใช่ผู้ประกอบการรายใหญ่หรือผู้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีแต่จะเป็นผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วให้เข้ากับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ควบคู่ไปกับการหารูปแบบในการประกอบการ (business model) ที่ทันสมัยอยู่เสมอ<br />
Modified:10/12/2017 00:58:44
-
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดการสัมมนาเพื่อส่งเสริมหุ้นส่วนทางธุรกิจดิจิทัลกับเยอรมนี
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ร่วมกับกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ จัดการสัมมนา Green and Innovative Economy ในหัวข้อ Digital Agenda ของเยอรมนีกับโอกาสทางธุรกิจของไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งในเชิงนโยบายและมาตรการที่รัฐจะสามารถให้การสนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัล ประสบการณ์และแนวคิดการประกอบธุรกิจดิจิทัลให้สำเร็จ ตั้งแต่ระดับอุตสาหกรรมไปจนถึงระดับ SMEs และ start-ups ซึ่งรวมถึง start-ups ที่เป็นผู้ใช้เครื่องมือดิจิทัลในการประกอบธุรกิจและ tech start-ups อาทิ การสร้าง platform ออนไลน์ การบริหารและวิเคราะห์ big data การสร้าง digital marketplace สำหรับ SMEs <br />
ในการสัมมนาในครั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมัน 2 คน จากภาครัฐและเอกชนมาร่วมเป็นวิทยากร ได้แก่ Dr. Christina Schmidt-Holtmann ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี และนาย Lutz Haase ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร FTWK ซึ่งเป็น start-up ด้านบริการสุขภาพที่ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนแก่ start-ups รายใหม่ ๆ นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร. ขัติยา ไกรกาญจน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย Ms. Atsuko Okuda ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก องค์การสหประชาชาติ (UNESCAP) นาย Carl van der Elst ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน ธนาคาร Deutsche Bank และ อ. ดนัยรัตน์ ธนบดีธรรมจารี ผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์ด้าน digital transformation บริษัท SAP (Thailand) จำกัด มาร่วมเป็นวิทยากรและร่วมการเสวนาด้วย<br />
ในโอกาสนี้ นายรัชดา จิวาลัย รองอธิบดีกรมยุโรป ในฐานะผู้แทนเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้กล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยตามแนวคิด Thailand 4.0 โดยนอกจากจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการไทยในทุกขนาดแล้ว ยังสามารถที่จะกระจายโอกาสและรายได้ไปสู่กลุ่มประชาชนที่มีรายได้น้อยและวิสาหกิจชุมชนในชนบทไดhด้วยการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการให้บริการสาธารณสุข (telemedicine) การให้การศึกษาทางไกล การให้บริการภาครัฐออนไลน์ (e-government) การพัฒนา e-commerce เชิ่มโยงพื้นที่ห่างไกลเข้ากับตลาด การส่งเสริม digital and smart farming เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำการเกษตร เป็นต้น ในขณะที่ไทยและเยอรมนีต่างก็เผชิญความท้าทายร่วมกันในโลกยุคดิจิทัล และผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายต่างมีความเข้มแข็งและความพร้อมที่จะร่วมมือกันได้ โดยเฉพาะระหว่างผู้ประกอบการไทยในระดับต่าง ๆ กับ tech start-up เยอรมัน ที่มีผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่น่าสนใจ ด้วยเหตุนี้ เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นประเด็นความร่วมมือระหว่างไทยกับเยอรมนีที่สถานเอกอัครราชทูตฯ มุ่งหวังที่จะพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับคำกล่าวของนาย Peter Prügel เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ที่ย้ำว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 จะเป็นประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่อีกประเด็นหนึ่งที่ฝ่ายเยอรมันพร้อมให้การสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการของทั้งสองฝ่าย<br />
การสัมมนาดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ประกอบการชาวไทย ทั้งที่เป็น start-ups และ tech start-ups ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในองค์กร และตัวแทนภาครัฐมากกว่า 100 คน โดยใช้เวลาในช่วงถามตอบมากกว่า 1 ชม. ในการนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนีทั้ง 2 คน ได้แสดงความเชื่อมั่นถึงศักยภาพและโอกาสของภาคธุรกิจดิจิทัลของไทยที่มีความตื่นตัวในการสร้างและปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบธุรกิจ และได้เสนอแนะให้ภาครัฐและเอกชนไทยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการด้วยกัน ระหว่างผู้ประกอบการและลูกค้า และระหว่างรัฐและเอกชนเพื่อให้รัฐสามารถออกมาตรการสนับสนุนเอกชนได้อย่างทันท่วงที เพราะในยุคดิจิทัลผู้ที่จะได้รับประโยชน์อาจจะไม่ใช่ผู้ประกอบการรายใหญ่หรือผู้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีแต่จะเป็นผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วให้เข้ากับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ควบคู่ไปกับการหารูปแบบในการประกอบการ (business model) ที่ทันสมัยอยู่เสมอ<br />
Modified:10/12/2017 00:58:44
Sorted by relevance | Sort by date
