อุตสาหกรรมเครื่องหนังอินเดีย ใหญ่อันดับสองของโลก

อุตสาหกรรมหนัง เครื่องหนัง และรองเท้าของอินเดีย มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองจากจีน โดยมีมูลค่าการตลาดในแต่ละปีมากกว่า 7,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีการใช้แรงงานในภาคการผลิตประมาณ 2,500,000 คน ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ประกอบการรายย่อยกระจัดกระจายอยู่ตามเมืองต่างๆ โดยเฉพาะในรัฐทมิฬนาฑูซึ่งถือเป็นฐานการผลิตสำคัญที่สุดในอุตสาหกรรมดังกล่าว ซึ่งนอกจากจะเป็นการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดภายในประเทศแล้ว ประมาณร้อยละ 50 ของสินค้าที่ทำการผลิตได้ถูกส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยในปี 2553 อินเดียส่งออกสินค้าในกลุ่มดังกล่าว (รวมทั้งรองเท้า) คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3,900 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมีตลาดสำคัญ คือ เยอรมนี สหรัฐอเมริกา อังกฤษ อิตาลี ฝรั่งเศส และฮ่องกง เป็นต้น

 

 

 

อย่างไรก็ตาม อินเดียมีความต้องการนำเข้าสินค้าในกลุ่มดังกล่าวจากต่างประเทศด้วยเช่นกัน จากสถิติการค้าในปี 2553 อินเดียนำเข้าสินค้าหนัง เครื่องหนัง และรองเท้า คิดเป็นมูลค่าประมาณ 871 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

 

1. กลุ่มหนังสัตว์ (Hide and Skin) มีการนำเข้าคิดเป็นมูลค่าประมาณ 480 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 21.49 โดยนำเข้าจาก

 

ลำดับที่

ประเทศ

มูลค่า (ล้าน USD)

อัตราการขยายตัว (%)

1

อิตาลี

74.67

10.62

2

ซาอุดิอาระเบีย

38.40

-10.39

3

อาร์เจนตินา

29.87

47.79

4

อียิปต์

28.33

88.30

5

นิวซีแลนด์

21.67

40.31

15

ไทย

11.31

100.49

 

2. กลุ่มเครื่องหนัง (Suitcase, Bag, Wallet, Apparel, Accessory, Etc.) มีการนำเข้าคิดเป็นมูลค่าประมาณ 134 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 51.35 โดยนำเข้าจาก

 

ลำดับที่

ประเทศ

มูลค่า (ล้าน USD)

อัตราการขยายตัว (%)

1

จีน

94.06

58.19

2

อิตาลี

9.46

100.04

3

ฝรั่งเศส

6.95

-0.98

4

ฮ่องกง

4.80

51.93

5

สหรัฐอเมริกา

4.73

131.54

15

ไทย

0.56

152.12

3. กลุ่มรองเท้า (Footwear) มีการนำเข้าคิดเป็นมูลค่าประมาณ 257 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 76.83 โดยนำเข้าจาก

 

ลำดับที่

ประเทศ

มูลค่า (ล้าน USD)

อัตราการขยายตัว (%)

1

จีน

146.59

91.60

2

อิตาลี

20.29

49.74

3

ฮ่องกง

14.00

85.55

4

เวียดนาม

13.77

127.84

5

ไทย

7.64

31.62

 

โดยทั่วไปแล้วคนอินเดียนิยมใช้สินค้าที่ทำจากหนังเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย รองเท้า กระเป๋า เข็มขัด และเครื่องประดับอื่นๆ เนื่องจากเป็นวัสดุที่ให้ความรู้สึกหรูหรามีรสนิยม โดยผู้บริโภคในกลุ่มที่มีรายได้น้อยมักจะนิยมสินค้าที่ผลิตในประเทศอินเดียเองเนื่องจากมีราคาค่อนข้างต่ำ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าอินเดียจะเป็นผู้ผลิตสินค้าเครื่องหนังรายใหญ่ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว แต่ส่วนใหญ่เป็นการผลิตในรูปแบบของธุรกิจครัวเรือนและผู้ประกอบการรายย่อยซึ่งไม่มีระบบบริหารจัดการที่ดีทำให้คุณภาพของสินค้าส่วนใหญ่ค่อนข้างต่ำ รวมทั้งขาดองค์ความรู้ด้านการออกแบบทำให้รูปแบบสินค้าไม่หลากหลาย ดังนั้น ผู้บริโภคที่มีรายได้ระดับปานกลางขึ้นไป และมีกำลังซื้อมากขึ้นมักจะให้ความสนใจสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศมากขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สินค้านำเข้าที่มีคุณภาพเชื่อถือได้และมีแบรนด์เป็นที่ยอมรับ ดังจะเห็นได้ว่ามีการนำเข้าสินค้าจากประเทศอิตาลี ฝรั่งเศส ฮ่องกง และสหรัฐอเมริกา เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

จากข้อมูลดังกล่าว โอกาสของสินค้าเครื่องหนังและรองเท้าของไทยในตลาดอินเดียน่าจะอยู่ที่จุดแข็งในเรื่องของภาพลักษณ์ที่ดีของสินค้าไทยในความรู้สึกของคนอินเดียทั่วไปว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่สามารถแข่งขันกับสินค้านำเข้าจากประเทศอื่นๆ ได้ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยที่สนใจจะขยายตลาดในประเทศอินเดียจะต้องให้ความสำคัญในเรื่องคุณภาพสินค้า การออกแบบ และการสร้างแบรนด์สินค้าให้เป็นที่ยอมรับ โดยวางกลุ่มเป้าหมายไปที่ผู้บริโภคที่มีรายได้ระดับปานกลางขึ้นไปซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ อาทิ นิวเดลี มุมไบ บังกาลอร์ เจนไน ไฮเดอร์ราบัด เป็นต้น

 

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองมุมไบ

มีนาคม 2555

2 มีนาคม 2555
แหล่งข้อมูล: Trade & investment opportunities

Back to the list

More Related

สถานการณ์ในต่างประเทศ