สวนเสือศรีราชาแนะนำการบริโภคชาละวันในตลาดจีน
สวนเสือศรีราชาแนะนำการบริโภคชาละวันในตลาดจีน
“บริษัทไทยที่จะเข้ามาในจีนต้องหาจุดขายอันเป็นเอกลักษณ์เด่นของตนเอง ถึงจะสามารถทำการค้าในจีนได้อย่างยั่งยืน”

โสงโย่วโสง (熊佑熊)
ตัวแทนผู้บริหารกิจการในจีน(业务代表)

จระเข้ สัตว์เลื้อยคลานที่มีชื่อว่าดุร้ายที่สุด ชนิดหนึ่งกลายมาเป็นหนึ่งในสัตว์เศรษฐกิจ ที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกต่างแข่งขันกัน เพื่อวิจัยไขข้อลี้ลับเกี่ยวกับร่างกายที่อยู่ยังคงกระพันมาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจโดยใช้ประโยชน์จากอวัยวะทุกส่วนของมัน

คุณโสงโย่วโสง ตัวแทนผู้บริหารกิจการในจีนของบริษัท ศรีราชา ไทเกอร์ ซู จำกัด หรือที่รู้จักในชื่อสวนเสือศรีราชาจะมาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์เศรษฐกิจชนิดนี้ให้ฟัง รวมถึงยังได้สอดแทรกประสบการณ์ ข้อคิด ในการทำธุรกิจที่น่าสนใจสำหรับกิจการไทยที่เล็งตลาดประเทศจีนเอาไว้

BIC: ขอทราบประวัติการณ์ทำงานคร่าวๆ ของคุณโสงฯ ก่อนที่จะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยจระเข้ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในวงการการเพาะเลี้ยงจระเข้จีน

โสงโย่วโสง : ช่วงก่อนปี 2533(ค.ศ.1990) ผมทำงานอยู่ในบริษัทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แห่งหนึ่ง เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิต ในช่วงนั้น เป็นช่วงที่จีนเปิดประเทศได้ไม่นานนัก การที่ผมรู้จักกับคุณไมตรี เต็มศิริพงศ์(ประธานกรรมการบริษัทศรีราชาไทเกอร์ซู ในปัจจุบัน) เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว คุณไมตรีฯ จึงได้ชักชวนให้ผมเดินทางไปประเทศไทยเพื่อศึกษาเทคโนโลยีการทำหัวเชื้ออาหารสัตว์ เพื่อที่จะได้ช่วยเหลือกันขยายเครือข่ายของบริษัท

แต่เมื่อผมไปถึงประเทศไทย และ ได้เริ่มจับงานวิจัยด้านอาหารสัตว์บ้างแล้ว คุณไมตรีฯ ได้เริ่มนำจระเข้เข้ามาเลี้ยง ผมเห็นว่าสัตว์เศรษฐกิจประเภทนี้มีความน่าสนใจอยู่ในตัวสูง อาจมีศักยภาพในตลาดบริโภคในอนาคตอย่างแน่นอน จึงหันมาสนใจการเพาะเลี้ยงและวิจัยจระเข้แทน จนภายหลังบริษัทสวนเสือศรีราชาได้ขยายตลาดมายังจีน ผมจึงได้กลับมารับตำแหน่งเป็นผู้จัดการและตัวแทนผู้บริหารในท้ายที่สุด กล่าวได้ว่างานหลักในปัจจุบัน คือ การแนะนำจระเข้ให้เป็นที่รู้จักแก่ผู้บริโภคในประเทศจีน

BIC: หลังจากที่เราทราบข้อมูลว่าบริษัทสวนเสือศรีราชาได้นำสินค้าประเภทเนื้อจระเข้เข้ามาขายในเซี่ยเหมิน เป็นสิ่งที่เราคาดไม่ถึงมาก่อน

โสงโย่วโสง : สวนเสือศรีราชาเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงจระเข้ที่สำคัญของไทย ชาวไทยมักจะเข้าใจกันผิดว่าฟาร์มเพาะเลี้ยงจระเข้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือ ฟาร์มจระเข้สมุทรปราการ ทั้งๆที่ ในปัจจุบันสวนเสือศรีราชา คือแหล่งเพาะเลี้ยงจระเข้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยจำนวนที่เราเลี้ยงไว้กว่า 130,000 ตัว โดยสวนเสือฯ เปิดทำการมากว่า 20 ปีแล้ว เราได้ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าช่วยในการเพาะเลี้ยงจระเข้มาตลอด สิ่งที่ทำให้สวนเสือศรีราชาแตกต่างกับฟาร์มจระเข้สมุทรปราการ คือ เราจะเน้นการทำวิจัยเพื่อใช้ประโยชน์ในแง่ของการเป็นสินค้าบริโภคมากกว่า เราจะทำการวิจัยจระเข้เป็นรุ่นๆ ซึ่งแต่ละรุ่นใช้เวลานานถึง 8-10 ปี มีการนำมาจับคู่ผสมพันธุ์ และเปลี่ยนคู่พ่อแม่พันธุ์เรื่อยๆ เพื่อหาสูตรการจับคู่ที่สามารถสร้างผลิตผลได้อย่างน่าพึงพอใจมากที่สุด วางไข่ได้มากที่สุด และแข็งแรงที่สุดด้วย

BIC: จระเข้ที่เลี้ยงอยู่ในสวนเสือฯ มีสายพันธุ์ใดบ้าง

โสงโย่วโสง :
จระเข้ที่เราเลี้ยงมีอยู่ทั้งสิ้น 2 สายพันธุ์ ชนิดแรกเป็นจระเข้น้ำจืดพันธุ์ไทย คุณสมบัติพิเศษคือ แพร่พันธุ์เร็ว พัฒนาการการเติบโตเร็ว การใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจสูง ขณะที่อีกชนิดหนึ่งคือ จระเข้น้ำเค็มออสเตรเลียจะเติบโตช้า แต่เมื่อโตเต็มที่จะมีขนาดใหญ่กว่า


BIC: ส่วนไหนของจระเข้ที่ถูกส่งมายังประเทศจีนมากที่สุด และถูกใช้ประโยชน์อย่างไร

โสงโย่วโสง : ในจีนเราส่งเนื้อและเครื่องในเข้ามามากที่สุด ประโยชน์หลักคือการนำมาบริโภคเป็นอาหาร เนื้อจระเข้สามารถนำมาทำอาหารจีนได้หลายรูปแบบไม่ว่าจะผัด ทอด ต้ม ฯลฯ โดยเนื้อที่แพงที่สุดคือเนื้อหาง เพราะมีคุณค่าทางโภชนาการสูงที่สุด มีความเชื่อว่าหากรับประทานเนื้อส่วนหางเข้าไปแล้ว จะสามารถสร้างภูมิต้านทานร่างกาย และทำให้ร่างกายแข็งแรงได้

ในมณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) เนื้อจระเข้จะเป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโภคอย่างมาก มีวัฒนธรรมการบริโภคเนื้อจระเข้มาเป็นเวลานาน จึงเกิดเมนูหลากรสออกมาให้ผู้บริโภคได้ลิ้มลองกัน ปริมาณการบริโภคในกว่างตงอาจสูงกว่าวันละหลายร้อยตัว แต่ในเมืองเซี่ยเหมินยังไม่เป็นที่นิยมนัก เพราะพ่อครัวท้องถิ่นไม่เชี่ยวชาญในการนำเนื้อจระเข้มาประกอบอาหาร ทำให้รสชาดไม่เป็นที่ถูกอกถูกใจในหมู่ผู้บริโภคมากนัก

ปริมาณการนำเข้าเนื้อจระเข้ของสวนเสือฯ มายังจีนอยู่ที่หลักหมื่นตัวต่อปี โดยจะเป็นในลักษณะของตัวเป็นทั้งหมด เพราะหลังจากที่เกิดโรคซาร์ระบาด รัฐบาลจีนได้คุมเข้มในการนำเนื้อสัตว์แช่แข็งเข้า-ออกพรหมแดนประเทศมาก

BIC: การวิจัยใช้ประโยชน์จากจระเข้ของบริษัทฯ ในปัจจุบันเป็นไปในทิศทางใด มีผลวิจัยที่น่าสนใจหรือไม่

โสงโย่วโสง : การวิจัยของเราประสบความสำเร็จมากกว่าที่คาดหวังไว้ กล่าวได้ว่าเราได้ค้นพบในสิ่งที่นักวิจัยที่อื่นอาจจะไม่เคยพบมาก่อนก็เป็นได้

จากประสบการณ์การวิจัยที่มากกว่าสิบปี ประโยชน์สูงสุดที่ได้รับจากการวิจัยจระเข้ คือ การทำยาชีวพันธุ์ โดยประเทศไทยจัดว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของวงการการวิจัยแขนงนี้

ในประเทศไทย บริษัทได้ร่วมมือทำการวิจัยกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และองค์กรภาครัฐต่างๆ ขณะที่ในประเทศจีนเราได้ร่วมมือวิจัยกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีนมากมาย ทั้งมหาวิทยาลัยชิงหัว มหาวิทยาลัยเซี่ยเหมิน และอื่นๆ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐด้วย

BIC: เหตุใดสวนเสือศรีราชาถึงเลือกเข้ามาลงทุนในเซี่ยเหมิน

โสงโย่วโสง : คุณไมตรี เต็มศิริพงศ์ ประธานกรรมการบริษัทศรีราชาไทเกอร์ซู จำกัด เป็นศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยเซี่ยเหมิน มีความผูกพันธ์กับเมืองนี้ และการเข้ามาลงทุนในเมืองนี้เปรียบเสมือนเป็นการตอบแทนคุณ และสร้างประโยชน์ให้กับเมืองนี้

BIC: คุณโสงฯมองอย่างไรในการค้าการลงทุนระหว่างไทย-ฝูเจี้ยน

โสงโย่วโสง :ในช่วงเปิดการปฏิรูปประเทศใหม่ฯ มีบริษัทขนมปังสัญชาติไทยได้เข้ามาลงทุนตั้งโรงงานในเขตถงอัน ของเซี่ยเหมิน ซึ่งขณะนั้น โรงงานขนมปังของบริษัทนี้เป็นโรงงานขนมปังที่ใหญ่ที่สุดในจีน แต่ ณ ขณะนี้ได้ถอนตัวออกไปแล้ว

การนำเข้าไม้จากไทยมายังเซี่ยเหมินก็มีเยอะ กิจการนำเข้าไม้อัดจะตั้งอยู่ในเมืองเซี่ยเหมิน จางโจว ผู่เถียนเป็นหลัก และยังมีผู้นำเข้าสินค้าประเภทข้าวและยางพารา แต่การเข้ามาตั้งโรงงานมีจำนวนน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะการซื้อมาขายไปมากกว่า

BIC: กิจการไทยสามารถเข้ามาลงทุนค้าขายในตลาดเซี่ยเหมินได้หรือไม่ ในสาขาใด

โสงโย่วโสง : งานประเภทศิลปกรรมเป็นที่น่าสนใจสำหรับชาวเซี่ยเหมิน สินค้าประเภทงานแกะสลักในเชียงใหม่ งานหัตถกรรม เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน ต่างก็สามารถนำเข้ามาขายในเซี่ยเหมินได้ ไม่เว้นแต่ชาวเซี่ยเหมิน ชาวจีนทั่วไปจะชอบสิ่งของที่ทำด้วยไม้เป็นพิเศษเพราะประเทศจีนมีไม้น้อย กอปรกับฝีมือที่ประณีตและเทคนิคการทำอันซับซ้อนเป็นสิ่งที่ชาวจีนทำมิได้ ผลิตภัณฑ์บางตัวยิ่งมองยิ่งสวย มีเสน่ห์ ลวดลายที่ดึงดูดใจ

อีกประเภทก็คืออาหาร ขอให้ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารไทยมีรสชาดดี ไม่เผ็ดมากก็สามารถขายในเซี่ยเหมินได้

เคล็ดลับที่สำคัญในการทำธุรกิจกับจีน คือ บริษัทไทยที่จะเข้ามาในจีนต้องหาจุดขายอันเป็นเอกลักษณ์เด่นของตนเอง ถึงจะสามารถทำการค้าในจีนได้อย่างยั่งยืน
3 กุมภาพันธ์ 2552
แหล่งข้อมูล: โสงโย่วโสง (熊佑熊) ตัวแทนผู้บริหารกิจการในจีน(业务代表)(03/02/2009)
โดย: วิรุฬ ทัศญาณ

Back to the list

More Related

  • ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการจัดแสดงสินค้านานาชาติที่สำคัญในภูมิภาคเอเชีย และยังเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีที่มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในภูมิภาคและของโลก โดยในแต่ละปี ฮ่องกงจะมีงานจัดแสดงสินค้าอัญมณีขนาดใหญ่ถึง 3 ครั้งในเดือนมีนาคม มิถุนายน และกันยายน
  • นักท่องเที่ยวที่นิยมท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นกลุ่มใหญ่ ตามด้วยไกด์ที่ถือธงสีแดงผ่านสถานที่ท่องเที่ยว และศูนย์การค้าต่างๆ ได้กลายเป็นภาพติดตาที่ทุกคนต่างเรียกว่า “กรุ๊ปทัวร์จีน”
  • เมื่อวันที่ 7-10 พ.ค. 2556 ฮ่องกงได้มีการจัดงานมหกรรมอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “HOFEX” ขึ้นที่ Hong Kong Convention and Exhibition Centre โดยงานดังกล่าวเป็นงานมหกรรมอาหารที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่มร่วมออกบูธจำนวนกว่า 1,900 ราย จาก 48 ประเทศทั่วโลก และสามารถดึงดูดผู้เที่ยวชมได้ถึง 35,000 ราย ในโอกาสดังกล่าว บีไอซีได้เดินทางไปเที่ยวชมงานและเที่ยวชิมอาหารจากนานาประเทศทั่วโลก รวมถึงสัมภาษณ์ผู้ประกอบการไทยที่มาร่วมงานด้วย จึงขอนำข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากทุกท่าน ดังนี้
  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง จัดงานเทศกาลอาหารและวัฒนธรรมไทย ณ นครฉางซา มณฑลหูหนาน (Thai Food and Culture Festival 2013, Changsha) ระหว่างวันที่ 9-12 พฤษภาคม 2556 ณ ห้างสรรพสินค้า ID Mall โดยได้รับความร่วมมือจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครหนานหนิง และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สาขานครคุนหมิง
  • ในบทความนี้ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (BIC) ขอพาท่านไปดูกันว่า การจะเปิดร้านอาหารไทยในจีนนั้น มีกฎระเบียบอะไรที่ต้องคำนึงถึง และมีขั้นตอนยากง่ายประการใด

สถานการณ์ในต่างประเทศ