ผู่เฟิง เป๋ยไห่ กับธุรกิจเพาะเลี้ยงกุ้งและปลาที่สดใส : อีกหนึ่งความสำเร็จของ CPF ประเทศไทย

![]() |
| คุณหลี่ กั๋วจาง (李国章)
ผู้จัดการใหญ่คนจีนคนแรก บริษัท ผู่เฟิง เป๋ยไห่ |
ใช้วิทยาการที่ทันสมัยด้านการเพาะเลี้ยง และใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการทำงาน เพื่ออนาคตของธุรกิจและแบ่งเบาภาระค่าจ้างแรงงานที่แพงขึ้น
BIC: กรุณาแนะนำเกี่ยวกับบริษัท ผู่เฟิง เป๋ยไห่ (卜蜂(北海)水产饲料有限 公司 C.P.AQUACULTURE (BEIHAI) CO., LTD)
คุณหลี่ ผมคิดว่าคงไม่ต้องแนะนำอะไรมากนะครับ เพราะว่าเครือข่าย CP เป็นอันดับหนึ่งในอุตสาหกรรมเกษตรในประเทศจีนอยู่แล้ว เรามีโรงงานผลิตอาหารสัตว์ 100 กว่าแห่งในประเทศจีน ซึ่งรวมที่เมืองเป๋ยไห่ด้วย ยอดปริมาณการจำหน่ายของเราก็อยู่ในอันดับหนึ่งของประเทศจีน แต่ว่าเราจะไม่ป่าวประกาศ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2551 ที่ได้ไปเข้าร่วมประชุมเวทีการหารือเขตเศรษฐกิจรอบอ่าวเป่ยปู้ ก็ได้พบกับผู้รับผิดชอบของบริษัท Hope Group พวกเขาว่าปริมาณการจำหน่ายอาหารสัตว์ของเขาเป็นในอันดับหนึ่งของจีน ที่จริงแล้วไม่ถูกต้อง แต่ผมว่าเรื่องนี้มันพูดยาก เพราะว่าเราเป็นบริษัททุนต่างชาติ เราจะไม่ไปแข่งเรื่องประชาสัมพันธ์กับเขาอยู่แล้วเราอยู่ในอุตสาหกรรมประเภทที่รัฐบาลจีนให้การสนับสนุนอย่างมาก สิ่งที่ผมต้องเน้นมากที่สุดก็คือ เรื่องที่รัฐบาลจีนยอมรับตลอดมาจนถึงทุกวันนี้ก็คือ บริษัท CP เป็นผู้ที่นำเทคนิคการผลิตอาหารสัตว์ และการเพาะพันธุ์พืขที่ทันสมัยเข้ามาในประเทศจีน เป็นเพราะว่าเราเข้ามาในตลาดจีนก่อนคนอื่น เราเป็นผู้นำ ในอุตสาหกรรมนี้ แม้กระทั่งบริษัท Hope Group ก็ยังยอมรับว่าเราเป็นผู้ที่นำเทคนิคใหม่ ๆ เข้ามา ถ้าหากพูดถึงบริษัท CP เป๋ยไห่นี้ สามารถพูดได้ว่าเราเป็นเพียงส่วน เล็ก ๆ ของ CP ในประเทศจีน
ผมจะขอแนะนำคร่าว ๆ ว่า ทำไมถึงเรียกบริษัทนี้ว่า ผู่เฟิง (卜蜂) แทนที่จะใช้คำว่า เจิ้งต้า (正大) เหมือนบริษัทอื่น ๆ ในเครือ CP ก็เพราะว่า บริษัทเราเป็นการลงทุนโดยตรงของบริษัท CPF ไทย ชื่อว่า บริษัท เจริญโภค ภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน ) (Charoen Pokphand Foods Public Co.,Ltd.) บริษัท ผู่เฟิง เป๋ยไห่ ติดต่อตรงกับสำนักงานใหญ่มากที่สุด ผมก็ไปประชุมที่กรุงเทพเป็นประจำ ส่วนบริษัทที่ใช้ชื่อว่า เจิ้งต้า นั้นเป็นการลงทุนโดยบริษัท CPG (Charoen Pokphand Group)(卜蜂集团)
![]() |
ในประเทศจีนมีแค่ 3 บริษัทที่ CPF ลงทุนโดยตรงด้านธุรกิจสัตว์น้ำ แห่งหนึ่งคือ ผู่เฟิง เป๋ยไห่ อีกสองแห่งอยู่ที่ไห่หนาน คือ C.P. Aquaculture (Hainan) Co., Ltd. และ C.P. Aquaculture (Dongfang) Co., Ltd. ผู่เฟิง เป๋ยไห่ ตั้งขึ้นเมื่อปี 2545 ด้วยเงินลงทุน 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีเจ้าหน้าที่ประมาณ 220 คน พนักงานส่วนใหญ่เป็นคนกว่างซี มูลค่าการผลิตประมาณ 2 ร้อยล้านหยวน บริษัทเราผลิตอาหารปลาและอาหารกุ้ง เป้าหมายการผลิตของเราคือปีละ 1.2 แสนตัน เป็นอาหารกุ้ง 7 หมื่นตันและที่เหลือคืออาหารปลา แต่ที่จริงแล้วปริมาณการผลิตของบริษัทในปี 2551 มีเพียง 5 หมื่นตันเอง ทำได้แค่ครึ่งเดียวยังไม่บรรลุถึงเป้าหมายที่บริษัทแม่กำหนดไว้ให้
1.2 แสนตันคือเป้าหมายการผลิต แต่ตั้งแต่ปี 2545 -2548 เรายังไม่สามารถทำได้ตามเป้า เนื่องจากมีข้อผิดพลาดด้านการวางแผนตอนเริ่มเปิดโรงงานใหม่ ๆ ปัจจุบันยังไม่มีกำไรส่งกลับ แต่ปริมาณการจำหน่ายก็เริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผมเป็นผู้จัดการใหญ่คนแรกที่เป็นคนจีน ตอนนี้ก็พยายามวางแผนให้เหมาะกับสภาพความเป็นจริง
ปี 2551 จะผลิต 5 หมื่นกว่าตัน หวังว่าปี 2552 จะสามารถเพิ่มขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป แม้ว่าตลาดในปี 2551 จะค่อนข้างลำบาก แต่เราก็ยังมั่นใจว่าจะสามารถทำได้ดี เพราะว่าบริษัทแม่ได้นำพันธ์กุ้งที่ดีที่สุด (กุ้งขาว) มาให้เรา ทำให้เรามีความได้เปรียบ
BIC: ทำไมถึงเลือกตั้งโรงงานที่หยินทานเป๋ยไห่ และโรงงานมีขนาดเท่าไร
คุณหลี่ จริง ๆ แล้วโรงงานไม่ได้ใหญเท่าไหร่ มีพื้นที่ 25,000 ตารางเมตรเท่านั้นเอง เป็นโรงงานผลิตอาหารสัตว์ที่เล็กที่สุดที่ผมเคยเห็นมา พื้นที่ 25,000 ตารางเมตรนี้เป็นพื้นที่รวมทั้งตัวโรงงาน อาคารบริษัท ที่พักพนักงาน ดังนั้น จะว่าไปแล้ว โรงงานเราไม่ค่อยใหญ่เท่าไหร่ แต่ว่ากำลังการผลิตค่อนข้างสูง
มาตั้งโรงงานที่หยินทานเป๋ยไห่ เหตุผลแรกก็คือ ถ้าหากดำเนินธุรกิจแบบนี้ก็ต้องตั้งโรงงานที่ติดกับทะเล และมีพื้นที่ทะเลสำหรับเลี้ยงกุ้งประมาณ 2 แสนกว่าโหม่ว สามารถผลิตกุ้งได้ปีละ 1 แสนกว่าตัน ซึ่งถือว่ากำลังการผลิตค่อนข้างสูง ดังนั้นเราจึงมาลงทุนและตั้งโรงงานที่นี่ แต่เนื่องจากการเพาะเลี้ยงกุ้ง ปลาที่กว่างซีค่อนข้างล้าหลัง ยังล้าหลังกว่ากวางตุ้งมาก ชาวบ้านไร้ฝีมือและไร้เงินทุนในการเลี้ยงกุ้ง นี่ผม ยังไม่ได้เอาไปเปรียบเทียบกับเมืองไทยนะ อย่างไรก็ตาม การที่เราเข้ามาในขณะที่เขายังล้าหลังก็ถือเป็นโอกาสดีสำหรับเรา เทคโนโลยีที่นำเข้ามาเป็นของ CPF ทั้งหมด ทั้งการเพาะพันธุ์กุ้ง พันธุ์ปลา และวิธีการบริหารงาน ทาง CPF มีหน่วยงานวิจัย และการพัฒนาพันธุ์ที่ดีมาก
เราเลือกลงทุนและตั้งโรงงานอยู่ที่กว่างซี ไห่หนาน และกวางตุ้ง ก็เพราะว่าเป็นเขตชายฝั่งทะเล ซึ่งเป็นเขตที่ผลิตกุ้งและปลา
BIC: ปัจจุบันที่ผู่เฟิง เป๋ยไห่มีพนักงานคนไทยกี่คนคะ
คุณหลี่ ประมาณ 9 คน ดูแลด้านเทคนิคและบัญชี
![]() |
BIC: หากบริษัทไทยอยากเข้ามาประกอบธุรกิจในกว่างซี จะมีข้อแนะนำอะไรบ้าง
คุณหลี่ ผมขอนำประสบการณ์ของบริษทเรามาเล่าก็แล้วกันนะครับ
ประการแรก ก็คือ การบริหารงานและการทำการตลาดต้องให้ความสำคัญในเรื่องความแตกต่างทางวัฒนธรรม เนื่องจากคนไทยนับถือศาสนาพุทธและคนส่วนใหญ่ก็จะใจดีมาก เวลาทำธุรกิจไว้ใจคนอื่นง่าย เช่น คนอื่นเขาว่าเขาทำได้ก็ไปเชื่อเขา ถ้าทำอย่างนี้ก็จะทำให้บริษัทสูญเสีย ผมว่าการทำธุรกิจต้องไม่ใช่อย่างนั้น ต้องดูความเป็นจริง ผมขอบอกว่าเวลามาลงทุนที่นี่ต้องระมัดระวังเรื่องนี้เป็น อย่างมาก
ประการที่สอง ตอนนี้รัฐบาลจีนกำลังดำเนินแผนการพัฒนาภาคตะวันตก จึงสนับสนุน ให้นักธุรกิจต่างชาติเข้ามาลงทุน แต่ต้องระวังว่าตอนแรกเขาอาจให้การสนับสนุนเป็นอย่างดีแต่ตอนหลังอาจเป็นอีกเรื่องหนึ่ง นักธุรกิจไทยต้องระวังเรื่องนี้ให้มากด้วย แล้วเวลาหารือกับทางรัฐบาล ควรทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ใช่ตกลงกันโดยคำพูด ทำอย่างนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการทำธุรกิจในวันหลัง
ประการที่สาม เป็นเรื่องที่สถานกงสุลใหญ่ช่วยได้ และก็เคยช่วยผมมาหลายครั้งแล้ว เนื่องจาก CP ในเมืองจีนเป็นบริษัทที่ใหญ่อยู่แล้ว เราค่อนข้างสนิทกับรัฐบาล แต่ผมเชื่อมั่นว่าถ้าหากบริษัทเล็ก ๆ อยากเข้ามาลงทุน สถานกงสุลใหญ่จะต้องมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือและต้องมีบทบาทหน้าที่ที่สำคัญแน่นอน ไม่งั้นก็จะเข้ามาลำบากมาก
BIC: เจิ้งต้า เป็นชื่อที่ศักดิ์สิทธิ์มากเมื่อสมัยทศวรรษ 1980 ถึง 1990 คือคนจีนฟังแล้ว ทุกคนก็จะยินดีให้เข้ามา เวลาคนไทยมาก็จะภาคภูมิใจมากว่าบริษัทไทยสามารถรุกตลาดจีน ไม่ทราบว่า ในปัจจุบันเป็นอย่างไร
คุณหลี่ ปัจจุบันความศักดิ์สิทธิ์ของ CP ลดลงนิดหนึ่ง เป็นเพราะว่าสมัยทศวรรษ 1980 ถึง 1990 เป็นช่วงที่ประเทศจีนเริ่มเปิดประเทศสู่ภายนอก ยังไม่ค่อยมีบริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนที่นี่ ปัจจุบันมีบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งเข้ามาในตลาดจีน อีกอย่างธุรกิจที่เราทำก็เป็นธุรกิจพื้นฐาน ดังนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับในอดีต อิทธิพลทางด้านสังคมของบริษัท CP ในปัจจุบันน้อยลง แต่ถ้าเทียบในวงการธุรกิจการทำอาหารสัตว์ CP ก็ยังมีอิทธิพลอยู่
สภาพการเมืองในอดีตและปัจจุบันแตกต่างกัน ในอดีตผู้นำจีนให้ความสำคัญและให้การ สนับสนุน CP มาก แต่ก่อนเรารู้จักผู้นำระดับสูงหลายท่าน แต่ตอนนี้ท่านเหล่านั้นต่างเกษียณไปแล้วหรือบางท่านก็เสียชีวิตไปแล้ว นายหวาง เจิ้น (王震) อดีตรองประธานธิบดีก็สนิทกับผู้จัดการใหญ่เรามาก เป็นคนเขียนป้ายชื่อบริษัทที่จูไห่ด้วยตัวท่านเอง
ปัจจุบันเรายังมีฝ่ายที่ดูแลเรื่องการสร้างความสัมพันธ์กับรัฐบาลอยู่แต่ก็อาจไม่จำเป็นเท่าสมัยก่อน อีกอย่างคือเราเป็นบริษัทที่ตั้งใจทำธุรกิจจริง ๆ ตอนแรกที่ผมมาเป๋ยไห่ใหม่ ๆ ไม่ได้รู้จักผู้ใหญ่ซักกี่คนเลย แต่ตอนนี้ก็รู้จักมากขึ้นเรื่อย ๆ และได้รู้จักกับผู้นำมณฑลหลายท่าน ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เพราะว่ามีสถานกงสุลใหญ่ฯ คอยดูแลช่วยอยู่ด้วย การที่สถานกงสุลใหญ่ฯ ให้โอกาสบริษัทแนะนำลูก / หลาน ผู้บริหารเมืองเป๋ยไห่ไปร่วมโครงการอนุรักษ์เต่าทะเลที่ประเทศไทย ก็ทำให้ผู้ใหญ่ของเมืองเป๋ยไห่สนิทสนนกับทางเรามากขึ้น ในครั้งนั้น ผมได้แนะนำให้สถานกงสุลใหญ่ฯ เชิญลูกสาวนายกเทศมนตรีเมืองเป๋ยไห่ไป จนถึงปัจจุบันนี้ ก็ยังติดต่อกันอยู่
BIC: ปัจจุบันการได้รับความช่วยเหลือจากทางการจีนเป็นอย่างไรบ้าง
คุณหลี่ สู้แต่ก่อนไม่ได้ แต่ถ้าเป็นในผู้บริหารระดับสูงของ CP มา ก็ยังได้รับการต้อนรับจากผู้นำ ระดับมณฑลหรือผู้นำระดับประเทศเหมือนกัน แต่ผมคิดว่าอันนี้ไม่ใช่ปัญหาอันใหญ่สำหรับเรา
BIC: บริษัททำฟาร์มเลี้ยงกุ้งและปลาเองหรือเปล่า
![]() |
คุณหลี่ ธุรกิจของเราจะไม่เลี้ยงกุ้งเองโดยตรง แต่เรานำเสนอพันธุ์กุ้ง อาหารและเทคนิคการเลี้ยงให้ผู้เลี้ยง ตอนนี้เรากำลังใช้วิธีการที่ เรียกว่า ระบบการเพาะเลี้ยง แบบชีวภาพ (Benefit Analysis of Eco-Breeding Pattern) ซึ่งเป็นเทคนิคการเลี้ยงสัตว์น้ำที่ปลอดภัยและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และไม่ใช้ยาด้วย เทคนิคนี้ใช้ในเมืองไทยและประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี แต่การเผยแพร่เทคนิคนี้ในประเทศจีนยากมาก เพราะชาวนากุ้งเคยชินกับการใช้ยามาโดยตลอด ตอนนี้ที่ประเทศจีนเข้มงวดเรื่องยาตกค้างทำให้ปลาและกุ้งของเราจำหน่ายไม่ดี เพราะว่าในตัวกุ้งมียาตกค้าง เนื่องจากผู้ทำการเลี้ยงกุ้งยังใช้ยาเยอะ แต่หากไม่ใช้ยาก็ทำให้การเลี้ยงกุ้งยากขึ้น และต้องลงทุนสูงขึ้น เนื่องจากต้องทำให้สภาพแวดล้อมการเลี้ยงดี ตอนนี้เรากำลังพยายามเผยแพร่เทคนิคนี้ แต่คงต้องใช้เวลาอีกพอสมควร
![]() |
BIC: คู่แข่งสำคัญด้านอาหารสัตว์น้ำในกว่างซีมีบริษัทอะไรบ้าง
คุณหลี่ บริษัทอาหารสัตว์เหิงซิง กรุ๊ป (恒兴集团) บริษัทอาหารสัตว์เยว่ไห่ กรุ๊ป (粤海饲料集团) สองบริษัทนี้ก็มีโรงงานผลิตอาหารสัตว์น้ำที่กว่างซี และมีความได้เปรียบด้านการจำหน่ายเพราะใช้ระบบเงินเชื่อ ในขณะที่ของ ผู่เฟิง เป๋ยไห่ ต้องจ่ายเงินสด นอกจากนี้ บริษัทเหล่านี้ยังได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล สามารถกู้เงินจากธนาคารได้จำนวนมากในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมาก
BIC: ผู่เฟิง เป๋ยไห่ รับผิดชอบการจำหน่ายเฉพาะในตลาดกว่างซีหรือในมณฑลอื่น ๆ ด้วย
คุณหลี่ ตลาดการจำหน่ายสำคัญของเราคือกว่างซี แต่ว่าที่เมืองจ้านเจียงของกวางตุ้งก็มีตลาด และ มีที่ไห่หนานบางส่วน
![]() |
BIC: กว่างซียังมีความได้เปรียบเรื่องแรงงานถูกอยู่อีกมั้ย
คุณหลี่ บริษัทก็ประสบปัญหาเรื่องกฎหมายแรงงานใหม่ของจีนเช่นกัน ต้องตั้งคณะกรรมการเพื่อจัดการเรื่องสัญญาจ้างงาน จนถึงวันนี้เรายังมีจำนวนพนักงานประมาณครึ่งหนึ่งที่ยังไม่ได้ทำตามกฎหมายแรงงาน เช่น พนักงานขนส่ง ซึ่งทางการยังไม่ได้เข้ามายุ่งกับเรื่องนี้ ที่นี่แรงงานแพงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งแพงกว่าแต่ก่อนมาก เมื่อปลายปี 2550 เราก็ได้ปรับค่าแรงให้เป็นไปตามมาตรฐานรายได้ขั้นต่ำแล้ว
ที่จริงแล้วตอนนี้บริษัทเรากำลังส่งเสริมให้ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการทำงาน จำนวนพนักงานไม่ต้องเยอะมาก แต่ต้องมีประสิทธิภาพ เพราะค่าแรงแพงขึ้น
BIC: ในอนาคต ตลาดการเพาะเลี้ยงปลาและกุ้งจะเป็นอย่างไรบ้าง
คุณหลี่ ปริมาณการทำฟาร์มเลี้ยงปลาจะมากขึ้น ไม่ใช่เฉพาะที่เป๋ยไห่แต่จะเหมือนกันหมดทั่วประเทศจีน ปัจจุบันปลาที่เราบริโภคกันอยู่ส่วนใหญ่มาจากฟาร์มเลี้ยง สำหรับกุ้ง ตอนนี้เรากำลังส่งเสริมการเลี้ยง กุ้งขาว เป้าหมายคือ ใน 10 ปีข้างหน้าต้องทำการผลิตและจำหน่ายให้ได้ปีละ 220,000 ตัน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมของบริษัทผู่เฟิง ทุกท่านสามารถเข้าชมเว็ปไซต์ของบริษัท CPF ได้ http://www.cpfworldwide.com/
12 กุมภาพันธ์ 2552
แหล่งข้อมูล:
คุณหลี่ กั๋วจาง (李国章)(12/02/2009)
โดย:
น.ส. หลิน ลี่ลี่






