เมืองปินโจว จัดงานประชุมสัมมนาการลงทุนที่กรุงปักกิ่ง

เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2552 สำนักงานเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เมืองปินโจว (Binzhou Committee of Chinese Communist Party) และรัฐบาลเมืองปินโจว (Binzhou Municipal People’s Government) ได้ร่วมกันจัดงานประชุมสัมมนาการลงทุนในเขตเศรษฐกิจเชิงนิเวศที่มีประสิทธิภาพในพื้นที่สามเหลี่ยมแม่น้ำหวงเหอ (เมืองปินโจว) (2009 Briefing on the Development Strategy of The Yellow River Delta (Binzhou) High-efficiency Eco-economic Zone and Investment Project Symposium) ณ โรงแรม Kunlun Hotel กรุงปักกิ่ง โดยมีผู้เข้าร่วมงานที่เป็นตัวแทนจากรัฐวิสาหกิจที่สำคัญและหน่วยงานต่างๆ ในประเทศจีนรวมกว่า 300 คน นายรัฐกิจ มานะทัต เอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐประชาชนจีนก็ได้ให้เกียรติเข้าร่วมงานฯ ดังกล่าว รวมทั้งกล่าวสุนทรพจน์ภายในงานว่า หลายปีมานี้ เมืองปินโจวมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว และตัวท่านก็มีโอกาสได้เดินทางไปเมืองปินโจวหลายครั้ง มีความประทับใจในความก้าวหน้าและผลสำเร็จของเมืองปินโจวอย่างมาก หวังว่าปินโจวจะต้อนรับการลงทุนจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้เศรษฐกิจของเมืองปินโจวมีการพัฒนาและก้าวหน้าต่อไป ทั้งนี้ ภายในงานฯ ยังได้มีการลงนามในโครงการลงทุนสำคัญ 20 โครงการ คิดเป็นมูลค่าลงทุนสูงถึง 26,500 ล้านหยวน

รู้จักเมืองปินโจว

เมืองปินโจวตั้งอยู่ในพื้นที่ทางตอนล่างของแม่น้ำหวงเหอ และเป็นเมืองทางตอนเหนือของมณฑลซานตง มีพื้นที่ 9,600 ตารางกิโลเมตร ประชากร 3,756,800 คน มีเขตปกครองระดับอำเภอจำนวน 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอฮุ่ยหมิน (惠民县) อำเภอหยางซิ่น (阳信县) อำเภออู๋ตี๋ (无棣县) อำเภอจานฮั่ว (沾化县) อำเภอป๋อซิง (博兴县) และอำเภอโจวผิง (邹平县) ในปี 2550 เมืองปินโจวได้รับการยกระดับให้เป็นเมืองศูนย์กลางขนส่งและคมนาคมสำคัญระดับชาติของจีน มีเส้นทางการคมนาคมขนส่งทั้งทางบกและทางน้ำที่สะดวกรวดเร็ว นอกจากนี้ เมืองปินโจวยังเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งผลิตฝ้าย และแหล่งผลิตเกลือสำคัญของจีน โดยมีชายฝั่งทะเลที่ยาวถึง 240 กิโลเมตร และยังเป็นเป็นหนึ่งในแหล่งประมงที่ใหญ่ที่สุด 4 แห่งของประเทศจีน

เมืองปินโจว

ที่ตั้งของเมืองปินโจวเป็นเขตเชื่อมต่อระหว่างเขตเศรษฐกิจเชิงนิเวศที่มีประสิทธิภาพของสามเหลี่ยมแม่น้ำหวงเหอ กับวงเศรษฐกิจป๋อไห่ (Bohai Economic Circle) และวงเศรษฐกิจกลุ่มเมืองจี่หนาน (Jinan Group City Economic Circle) ทำให้เมืองปินโจวค่อนข้างมีความโดดเด่นในด้านที่ตั้ง ปัจจุบัน เศรษฐกิจของเมืองปินโจวมีการพัฒนาไปอย่างอย่างรวดเร็ว มีอัตราการเติบโตของดัชนีเศรษฐกิจสำคัญที่สูงกว่าระดับเฉลี่ยทั้งมณฑลซานตง

ในด้านอุตสาหกรรมของเมืองปินโจว มีอุตสาหกรรมหลัก 4 ประเภท ได้แก่ อุตสาหกรรมสิ่งทอและเสื้อผ้า อุตสาหกรรมเคมี อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องจักร และอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร นอกจากอุตสาหกรรมดังกล่าวแล้ว เมืองปินโจวยังมีศักยภาพในอุตสาหกรรมอีกหลายด้าน เช่น อุตสาหกรรมเคมีทางทะเล อุตสาหกรรมโลหะกลุ่มเหล็กและโลหะนอกกลุ่มเหล็ก (Nonferrous Metals) อุตสาหกรรมไฮเทคโนโลยี และอุตสาหกรรมการบริการที่ทันสมัย เป็นต้น

ส่วนนโยบายส่งเสริมการลงทุนของเมืองปินโจว รัฐบาลเมืองปินโจวให้สิทธิพิเศษกับนักลงทุนในหลายด้าน อาทิ ให้การสนับสนุนในด้านที่ดิน ให้การสนับสนุนในด้านการเงิน ลดขั้นตอนในการจดทะเบียนสำหรับทุนต่างชาติ ให้ความช่วยเหลือในด้านค่ารักษาพยาบาล ค่าครองชีพ เป็นต้น

บริษัทต่างประเทศที่ลงทุนในมณฑลซานตง

ปัจจุบัน เมืองปินโจวมีความร่วมมือด้านการค้ากับประเทศ 60 กว่าประเทศจากทั่วโลก มีวิสาหกิจต่างชาติที่เข้ามาลงทุนจำนวน 600 กว่าราย โดยมีเงินทุนจากต่างประเทศสะสมสูงถึง 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ เนื่องจากเมืองปินโจวมีต้นทุนการผลิตค่อนข้างต่ำและมีทรัพยากรที่ดิน น้ำ ไฟฟ้า และพลังงานอุดมสมบูรณ์ จึงมีวิสาหกิจต่างประเทศสนใจเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญเช่น บริษัท Constellation Energy จากสหรัฐอเมริกา บริษัท Diamond Aircraft จากออสเตรีย บริษัท Itochu Corp. (日本伊藤忠株式会社) จากญี่ปุ่น นอกจากนี้ ยังมีบริษัทจากประเทศไทยที่เข้ามาลงทุนในปินโจวอีกด้วย

บริษัทบ้านปู จำกัด (มหาชน)

บริษัทบ้านปู จำกัด (มหาชน) ในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงบริษัทพลังงานชั้นนำของประเทศไทยเท่านั้น แต่ได้ก้าวไปสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำด้านธุรกิจถ่านหินของภูมิภาคด้วย การขยายธุรกิจไปยังสาธารณรัฐอินโดนีเซียและเพิ่มการลงทุนในสาธารณรัฐประชาชนจีน

ในประเทศจีน บ้านปูฯ ดำเนินธุรกิจหลัก 2 ด้านที่เกี่ยวเนื่องกัน ได้แก่ ธุรกิจเหมืองถ่านหินและธุรกิจผลิตไฟฟ้าโดยใช้เชื้อเพลิงจากถ่านหิน

ถ่านหิน

บ้านปูฯ แสดงให้ประจักษ์แล้วว่า บริษัทฯ มีความสามารถและมีความได้เปรียบในเชิงการแข่งขันจากการพัฒนาและการดำเนินธุรกิจเหมืองถ่านหินแบบเปิดด้วยต้นทุนที่มีประสิทธิภาพในทวีปเอเชีย ตลอดจนมีถ่านหินหลากหลายคุณภาพเพื่อการจำหน่ายทั้งตลาดในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศ

ไฟฟ้า

บ้านปูฯ เป็นผู้บุกเบิกการพัฒนาโครงการผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระ (IPP) และเป็นผู้ผลิตกระแสไฟฟ้ารายย่อย (SPP) ปัจจุบัน บ้านปูฯ ลงทุนในบริษัทผลิตกระแสไฟฟ้า 2 แห่งในประเทศไทย ได้แก่ บริษัทบีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินภายใต้โครงการผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระตามนโยบายของรัฐบาล โรงไฟฟ้าบีแอลซีพีมีกำลังการผลิต 1,434 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ในจังหวัดระยอง และบริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ตั้งอยู่ในจังหวัดราชบุรี นอกจากนี้ บ้านปูฯ ยังดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 3 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศจีน ได้แก่ โรงไฟฟ้าหลวนหนาน และโรงไฟฟ้าเจิ้งติ้ง ในมณฑลเหอเป่ย และโรงไฟฟ้าโจวผิง ซึ่งอยู่ในมณฑลซานตง

บริษัทบ้านปูฯ เริ่มดำเนินธุรกิจที่อำเภอโจวผิง เมืองปินโจว มณฑลซานตงตั้งแต่ปี 2544 มีสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 70 มีกำลังการผลิตไฟฟ้า 100 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตไอน้ำ 500 ตันต่อชั่วโมง ในด้านการตลาด บริษัทบ้านปูฯ มี ZP Power เป็นลูกค้าผู้รับซื้อไฟฟ้าเป็นสัดส่วนร้อยละ 42 ของยอดขายทั้งหมด และมีบริษัท Xiwang (ประกอบธุรกิจด้านน้ำตาล) เป็นลูกค้าหลักสำหรับการผลิตไอน้ำ

เขตอุตสาหกรรมของไทย(泰国工业园)

เขตอุตสาหกรรมของไทยเป็นโครงการสำคัญระหว่างเขตพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองเจ่าจวง มณฑลซานตงและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โดยมีการลงนามในข้อตกลงความร่วมมือเมื่อเดือน มี.ค. 2548 ตามแผนการก่อสร้าง เขตฯ ดังกล่าวจะทำการก่อสร้างแล้วเสร็จภายในเวลา 5 ปี มีพื้นที่ทั้งหมด 6 ตารางกิโลเมตร ใช้เงินทุนในการก่อสร้างรวม 20,000 ล้านหยวน รัฐบาลซานตงให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนโครงการนี้อย่างเต็มที่ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายจีนต่างก็ให้ความสำคัญต่อโครงการนี้อย่างมาก โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะตั้งให้เป็นสวนอุตสาหกรรมไฮเทค ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสให้แก่อุตสาหกรรมไทยในการรุกเข้ามาในตลาดจีน

เขตอุตสาหกรรมของไทยในเมืองเจ่าจวง มณฑลซานตง

ทั้งนี้ ปัจจุบันได้มีการจัดตั้งบริษัทบริหารเขตอุตสาหกรรมของไทยขึ้น เพื่อดูแลและประสานงานในด้านการดำเนินงานของเขตฯ โครงการลงทุนที่ให้ความสำคัญได้แก่ อุตสาหกรรมเครื่องไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมเครื่องจักรและอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้า

โครงการที่ได้ลงนามในงานประชุมสัมมนาการลงทุนของเมืองปินโจว

ในช่วงท้ายของงานประชุมสัมมนาฯ ครั้งนี้ วิสาหกิจต่างๆ และรัฐบาลเมืองปินโจวได้ลงนามร่วมกันในโครงการลงทุนสำคัญ 20 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการลงทุนด้านพลังงาน ด้านการผลิตไฟฟ้า ด้านการแปรรูปสินค้า ด้านการก่อสร้างสาธารณูปโภค เป็นต้น

ภาพพิธีลงนามในงานประชุมสัมมนาฯ

3 กันยายน 2552
แหล่งข้อมูล: จากการเข้าร่วมงาน 2009 Briefing on the Development Strategy of The Yellow River Delta (Binzhou) High-efficiency Eco-economic Zone and Investment Project Symposium(03/09/2009)
โดย: น.ส. นทีรัตน์ หลี่

Back to the list

More Related

  • ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการจัดแสดงสินค้านานาชาติที่สำคัญในภูมิภาคเอเชีย และยังเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีที่มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในภูมิภาคและของโลก โดยในแต่ละปี ฮ่องกงจะมีงานจัดแสดงสินค้าอัญมณีขนาดใหญ่ถึง 3 ครั้งในเดือนมีนาคม มิถุนายน และกันยายน
  • นักท่องเที่ยวที่นิยมท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นกลุ่มใหญ่ ตามด้วยไกด์ที่ถือธงสีแดงผ่านสถานที่ท่องเที่ยว และศูนย์การค้าต่างๆ ได้กลายเป็นภาพติดตาที่ทุกคนต่างเรียกว่า “กรุ๊ปทัวร์จีน”
  • เมื่อวันที่ 7-10 พ.ค. 2556 ฮ่องกงได้มีการจัดงานมหกรรมอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “HOFEX” ขึ้นที่ Hong Kong Convention and Exhibition Centre โดยงานดังกล่าวเป็นงานมหกรรมอาหารที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่มร่วมออกบูธจำนวนกว่า 1,900 ราย จาก 48 ประเทศทั่วโลก และสามารถดึงดูดผู้เที่ยวชมได้ถึง 35,000 ราย ในโอกาสดังกล่าว บีไอซีได้เดินทางไปเที่ยวชมงานและเที่ยวชิมอาหารจากนานาประเทศทั่วโลก รวมถึงสัมภาษณ์ผู้ประกอบการไทยที่มาร่วมงานด้วย จึงขอนำข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากทุกท่าน ดังนี้
  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง จัดงานเทศกาลอาหารและวัฒนธรรมไทย ณ นครฉางซา มณฑลหูหนาน (Thai Food and Culture Festival 2013, Changsha) ระหว่างวันที่ 9-12 พฤษภาคม 2556 ณ ห้างสรรพสินค้า ID Mall โดยได้รับความร่วมมือจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครหนานหนิง และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สาขานครคุนหมิง
  • ในบทความนี้ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (BIC) ขอพาท่านไปดูกันว่า การจะเปิดร้านอาหารไทยในจีนนั้น มีกฎระเบียบอะไรที่ต้องคำนึงถึง และมีขั้นตอนยากง่ายประการใด

สถานการณ์ในต่างประเทศ