
ผลไม้ไทยเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงในตลาดโลก รวมถึงประเทศที่เป็นตลาดใหญ่อย่างประเทศจีน ผู้บริโภคจีนต่างรู้จักและชื่นชอบทุเรียน มะม่วง ส้มโอ ลำไย และผลไม้ไทยขึ้นชื่ออีกหลายชนิด ปัจจุบันผลไม้ไทยหาซื้อได้ทั่วไปในซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปและตลาดค้าส่งผลไม้ในเมืองใหญ่ของจีน โดยเฉพาะเมืองที่มีเศรษฐกิจขยายตัวดีและผู้บริโภคมีกำลังซื้อแข็งแกร่ง
ตลาดผลไม้ไทยในเมืองหนิงโปและเมืองอี้อู มณฑลเจ้อเจียง
เมืองที่มีศักยภาพในการขยายตลาดผลไม้ไทยที่จะกล่าวถึงในบทความนี้ คือ เมืองหนิงโปและเมืองอี้อู ซึ่งเป็นเมืองสำคัญในมณฑลเจ้อเจียง หนึ่งในมณฑลของพื้นที่เขตลุ่มแม่น้ำแยงซี (Yangtze River Delta) ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของนครเซี่ยงไฮ้
|
|
เมืองหนิงโป หนิงโปเป็นเมืองเลียบชายฝั่งด้านตะวันออกของจีน มีประชากรประมาณ 5.6 ล้านคน มีชื่อเสียงในด้านการเป็นเมืองท่าขนาดใหญ่ของจีน ท่าเรือหนิงโปเป็นท่าเรือน้ำลึกที่มีปริมาณการขนถ่ายสินค้าสูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศ เมืองหนิงโปเป็นตลาดผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง ประชาชนเมืองหนิงโปมีมูลค่า GDP ต่อปีต่อหัวมากกว่า 6,500 ดอลลาร์สหรัฐ
ปริมาณผลไม้นำเข้าของเมืองหนิงโปขยายตัวร้อยละ 15-20 ต่อปี ประกอบกับปัจจุบันท่าเรือหนิงโปได้รับอนุมัติให้นำเข้าผลไม้จากต่างประเทศได้โดยตรงเป็นแห่งที่ 7 ของจีน ทำให้เมืองหนิงโปน่าจะเป็นตลาดนำเข้าผลไม้ที่มีศักยภาพอีกแห่งหนึ่งของไทยในอนาคต อย่างไรก็ตาม ปริมาณการนำเข้าผลไม้ที่ท่าเรือแห่งนี้ยังมีไม่มาก เนื่องจากเป็นท่าเรือแห่งใหม่ที่เปิดให้นำเข้าผลไม้ได้ไม่นาน ทำให้ขั้นตอนนำสินค้าออกจากด่านใช้เวลานาน เมื่อเทียบกับท่าเรือที่ดำเนินการนำเข้าผลไม้จำนวนมากมาเป็นเวลานานแล้วอย่างท่าเรือกวางโจว และท่าเรือเซี่ยงไฮ้ ดังนั้น ปัจจุบันผลไม้นำเข้าจากไทยที่วางขายอยู่ในเมืองหนิงโป ส่วนใหญ่ยังนำเข้ามาจากท่าเรือกวางโจว และท่าเรือเซี่ยงไฮ้
นอกจากนี้ เมืองหนิงโปยังมีศักยภาพที่จะเป็นแหล่งกระจายสินค้าในเขตลุ่มแม่น้ำแยงซีที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง เนื่องจากเป็นศูนย์กลางทางการคมนาคมที่มีเส้นทางคมนาคมสายใหม่พาดผ่าน อาทิ สะพานข้ามอ่าวหางโจว (Hangzhou Bay Bridge) ที่เปิดใช้เมื่อ 1 พ.ค. 2551 ทำให้การขนส่งสินค้าทางรถยนต์ระหว่างเมืองหนิงโปกับนครเซี่ยงไฮ้ประหยัดเวลาขึ้นมาก โดยใช้เวลาเดินทางเหลือเพียง 2.5 ช.ม. จากเดิมที่ต้องใช้เวลาถึง 4 ช.ม. ขณะเดียวกัน การเดินทางระหว่างเมืองหนิงโปและเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญโดยรอบ เช่น หางโจว เส้าซิง จินหัว และเวินโจว เป็นต้น ก็ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-2.5 ช.ม.
|
|
|
จากการสำรวจผลไม้ไทยที่วางขายในตลาดค้าส่งและซุปเปอร์มาร์เก็ตเมืองหนิงโป และจากข้อมูลที่ได้รับจากอธิบดี กรมการตรวจสอบและกักกันโรค ท่าเรือหนิงโป (China Inspection and Quarantine : CIQ) ทำให้ทราบว่า ปัจจุบันมีผลไม้ไทยที่วางขายอยู่ในตลาดเมืองหนิงโปหลายชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด ส้มเขียวหวาน โดยผลไม้ไทยที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ คือ ทุเรียน แต่ปัจจุบันพบว่าปริมาณจำหน่ายในท้องตลาดยังมีน้อย หากเทียบกับตลาดในเมืองใหญ่อย่างนครเซี่ยงไฮ้ ขณะที่ผลไม้ที่ไทยมีศักยภาพชนิดอื่น เช่น กล้วยและแก้วมังกร ส่วนใหญ่นำเข้ามาจากประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศเวียดนาม
|
|
|
|
ตลาดค้าส่งผลไม้พื้นเมืองและผลไม้นำเข้าในเมืองหนิงโป | |
เมืองอี้อู
เมืองอี้อูเป็นเมืองเล็กๆ ในมณฑลเจ้อเจียงที่เศรษฐกิจขยายตัวอย่างรวดเร็ว ในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจเมืองอี้อูเติบโตในอัตราเลข 2 หลัก (ปี 2550 เติบโตร้อยละ 15.7) และรายได้ต่อหัวประชากรในปี 2550 สูงถึง 8,000 ดอลลาร์สหรัฐ เมืองอี้อูเปิดรับการค้าจากต่างประเทศในขอบเขตที่กว้างขวาง ปัจจุบันมีชาวต่างชาติอาศัยอยู่ที่อี้อูกว่า 10,000 คน และมีธุรกิจไทยที่ทำการค้าที่เมืองอี้อูรวม 14 ราย ศักยภาพในการเป็นตลาดผลไม้ไทยที่น่าสนใจของเมืองอี้อู คือ การเป็นเมืองศูนย์กลางการค้า โดยอี้อูมีตลาดค้าส่งสินค้าขนาดใหญ่หลากหลายประเภท ได้แก่ ตลาดค้าส่งสินค้าเบ็ดเตล็ดที่เป็นที่รู้จักของพ่อค้าทั่วโลก ตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรขนาดใหญ่ ซึ่งภายในบริเวณเดียวกันมีตลาดค้าส่งต้นไม้-ดอกไม้ ตลาดค้าส่งข้าวสาร ตลาดค้าส่งผลไม้ และปัจจุบันกำลังขยายพื้นที่เพื่อก่อสร้างตลาดค้าส่งสินค้าสำเร็จรูปอีกด้วย
|
ตลาดค้าส่งสินค้าเบ็ดเตล็ด |
ตลาดค้าส่งข้าวสารในบริเวณตลาดค้าส่งสินค้าเกษตร |
|
|
ตลาดค้าส่งสินค้าสำเร็จรูปที่กำลังก่อสร้าง |
จากการสำรวจตลาดค้าส่งผลไม้ เมืองอี้อู และสอบถามข้อมูลจากพ่อค้าผลไม้รายใหญ่ทั้งฝ่ายไทยและจีนในตลาด และจากข้อมูลที่ได้รับจากรองนายกเทศมนตรี ฝ่ายการเกษตรของเมืองอี้อู ทำให้ทราบว่า อี้อูเป็นตลาดค้าส่งลำไยที่ใหญ่ที่สุดของไทยในจีน แต่ละปีอี้อูนำเข้าลำไยจากไทยปีละ 40,000 ตัน ภายในตลาดค้าส่งผลไม้ของเมืองอี้อู ซึ่งเป็นศูนย์กลางซื้อขายผลไม้แห่งใหญ่ของเมืองอี้อู และเมืองใกล้เคียงมีร้านค้าส่งผลไม้นำเข้าจากไทยขนาดใหญ่ จำนวน 3 ร้าน มีผลไม้ไทยวางจำหน่ายอยู่หลากหลายชนิด ได้แก่ ทุเรียน ส้มเขียวหวาน เงาะ มังคุด ส้มโอ และลำไย โดยผู้ประกอบการร้านค้าผลไม้รายใหญ่ที่สุดในตลาดดังกล่าวของไทยมีปริมาณนำเข้าผลไม้ไทยปีละประมาณ 60-70 ตู้คอนเทนเนอร์ คิดเป็นมูลค่านำเข้าประมาณปีละ 12-14 ล้านหยวน ผลไม้ไทยในตลาดค้าส่งผลไม้เมืองอี้อู
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
บทสรุป
จากปัจจัยด้านเศรษฐกิจ กำลังซื้อของผู้บริโภค และความเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่ง ทำให้เมืองหนิงโปและเมืองอี้อู น่าจะเป็นอีกเมืองหนึ่งที่มีศักยภาพทำตลาดผลไม้ไทยในประเทศจีน นอกเหนือจากนครใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง และกวางโจว แต่จากเหตุผลที่เมืองเหล่านี้อยู่ห่างจากท่าเรือนำเข้าผลไม้หลักของจีน (ฮ่องกง กวางโจว และเซี่ยงไฮ้) ทำให้ผลไม้ที่นำเข้ามายังพื้นที่เหล่านี้มีคุณภาพลดลง (การนำเข้าผลไม้จากไทยผ่านท่าเรือกวางโจว / ท่าเรือเซี่ยงไฮ้มาถึงเมืองเหล่านี้ใช้เวลาประมาณ 10 วัน) และมีต้นทุนสูงขึ้นจากต้นทุนด้านการขนส่งที่เพิ่มขึ้น (จากต้นทุนค่าขนที่เพิ่มขึ้น และผลไม้บางส่วนได้รับความเสียหายระหว่างการขนส่ง ทำให้ผลไม้นำเข้าของเมืองหนิงโปมีต้นทุนสูงขึ้นประมาณร้อยละ 20) นอกจากนี้ ผลไม้หลายชนิดที่เน่าเสียง่ายอาจทำตลาดเหล่านี้ได้ยาก ดังนั้นการส่งเสริมให้มีผลไม้ไทยเข้ามาสู่ตลาดที่มีศักยภาพในจีนเพิ่มขึ้น จึงต้องการความร่วมมือทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน โดยภาครัฐพยายามสร้างความร่วมมือกับทางการจีนในการขยายเส้นทางการนำเข้าและขนส่งผลไม้ไทยเข้ามายังจีน ตลอดจนเร่งผลักดันและแก้ปัญหาความล่าช้าในการนำสินค้าผ่านด่าน อีกทั้งควบคุมมาตรฐานสินค้าส่งออกตั้งแต่ต้นทาง ขณะเดียวกันภาคเอกชนไทยควรตระหนักและสร้างความเข้าใจเรื่องคุณภาพและมาตรฐานผลไม้ส่งออก เพื่อให้ผลไม้ไทยมีศักยภาพการแข่งขันในตลาดผลไม้นำเข้าของจีน ตลอดจนเป็นที่ยอมรับและแพร่หลายในตลาดผู้บริโภคชาวจีนยิ่งขึ้น









