
อุตสาหกรรมรถยนต์เป็นอุตสาหกรรมสำคัญของจีนที่มีพัฒนาการเคียงคู่กับการเปิดประเทศและปฎิรูปเศรษฐกิจ ตั้งแต่ปี 2521 ซึ่งได้สะท้อนรูปแบบการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมของจีนที่เริ่มต้นจากการดึงดูดเงินทุนและเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ไปสู่การเป็นฐานการผลิตและส่งออกที่มียอดขายและยอดส่งออกในอันดับต้นของโลกในปัจจุบัน และมีทิศทางการพัฒนาในอนาคตที่ต้องการผลิตรถยนต์ยี่ห้อของจีนเองที่มีศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก ซึ่งเป็นแนวทางที่มีประโยชน์ต่อการศึกษาเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมและธุรกิจในประเทศ รวมถึงเป็นทิศทางการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจกับจีนต่อไป
ขั้นแห่งการเริ่มต้น
การพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ของจีนมีนครเซี่ยงไฮ้เป็นฐานการผลิตที่สำคัญ โดยเป็นที่ตั้งของบริษัท Shanghai Volkswagen Automobile ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนผลิตรถยนต์รายแรกของจีน ภายหลังการเปิดประเทศ และปฎิรูปเศรษฐกิจ จีนภายใต้การนำของนายเติ้ง เสี่ยวผิง ได้เปิดให้ธุรกิจต่างชาติเข้ามาร่วมทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์ เพื่อดึงดูดเงินทุน และเทคโนโลยีจากผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากต่างประเทศ โดย Volkswagen ได้เข้ามาร่วมทุนกับจีนจัดตั้งบริษัท Shanghai Volkswagen Automobile ที่นครเซี่ยงไฮ้ เมื่อปี 2528 ต่อมา บริษัท General Motors ได้มาลงทุนที่นครเซี่ยงไฮ้ จัดตั้งบริษัท Shanghai General Motors เมื่อปี 2540 และภายหลังที่จีนเข้าเป็นสมาชิก WTO ในปี 2545 ทำให้มีผู้ผลิตรถยนต์ต่างชาติเข้ามาร่วมทุนในจีนเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ
|
|
ขั้นแห่งการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด
อุตสาหกรรมรถยนต์ของจีนก้าวเข้าสู่ขั้นที่มีการพัฒนาอย่างชัดเจนในช่วงปี 2544 เมื่อผู้บริโภคชาวจีนมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น จากเศรษฐกิจจีนที่เติบโตรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง และทางการจีนหันมากระตุ้นการซื้อรถยนต์ส่วนบุคคล โดยได้ยกเลิกการจำกัดการซื้อรถยนต์ส่วนบุคคลในช่วงเริ่มเปิดประเทศ ทำให้ยอดขายรถยนต์ของจีนเพิ่มจากปีละ 5,000 คัน เมื่อปี 2522 เป็น 2.73 ล้านคัน ในปี 2544 และเพิ่มเป็น 9.38 ล้านคัน เมื่อปี 2551 ซึ่งสูงเป็นอันดับสองของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ เมื่อจีนได้ดึงดูดผู้ผลิตรถยนต์ต่างชาติเข้ามาลงทุน / ย้านฐานการผลิตเข้ามาในจีนเพิ่มขึ้น จากต้นทุนการผลิตที่ต่ำ และตลาดในประเทศที่มีขนาดใหญ่ ทำให้จีนเพิ่มสมรรถนะการผลิต และส่งออกรถยนต์เพิ่มจากประมาณ 22,000 คัน เมื่อปี 2545 เป็นจำนวนมากกว่า 600,000 คัน ในปี 2552 รวมถึงการส่งออกรถยนต์ยี่ห้อของจีนด้วย ทั้งนี้ รถยนต์ยี่ห้อของจีนมีส่วนแบ่งตลาดในประเทศคิดเป็นร้อยละ 30
|
|
ทิศทางการพัฒนาในอนาคต
จากบริบททางเศรษฐกิจภายในประเทศที่จีนต้องการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมจากการเน้นเพียงการผลิตและส่งออกสินค้าพื้นฐาน เป็นการผลิตและส่งออกสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม และใช้เทคโนโลยีระดับสูง ประกอบกับนโนยายการพัฒนาเศรษฐกิจแบบยั่งยืนที่ต้องลดการใช้พลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม ทำให้จีนมีทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ที่น่าสนใจ คือ
จากทิศทางการพัฒนาข้างต้น ทำให้เห็นว่าจีนมีแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เน้นการเพิ่มมูลค่าสินค้า ยกระดับเทคโนโลยี และลดการใช้พลังงาน ขณะเดียวกัน ได้เปลี่ยนทิศทางจากการเป็นเพียงฐานการผลิตชิ้นส่วนและอะไหล่รถยนต์ที่อาศัยเทคโนโลยีและมาตรฐานจากต่างชาติ สู่ความต้องการเป็นผู้่ร่วมแข่งขันในตลาดโลกที่ผลิตรถยนต์ยี่ห้อของตนเอง โดยยังคงแสวงหาความร่วมมือกับต่างชาติผ่านรูปแบบการซื้อ / ควบรวมกิจการ- เปลี่ยนจากการเป็นผู้ผลิตรถยนต์ประกอบตามเทคโนโลยีของธุรกิจต่างชาติที่เข้ามาลงทุน / ตั้งฐานการผลิต สู่การเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีในการผลิตรถยนต์ยี่ห้อของจีนที่มีศักยภาพการแข่งขันทั้งตลาดภายในประเทศ และตลาดโลก ทั้งนี้ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของจีนตั้งเป้าพัฒนารถยนต์ยี่ห้อของจีนตั้งแต่รุ่นกะทัดรัดจนถึงรุ่นใหญ่ของตนเองมากกว่า 30 รุ่น โดยตั้งเป้าการผลิตถึงร้อยละ 30 ของจำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ทั้งหมดของบริษัทออกสู่ตลาด ภายในปี 2553
- การเน้นการทำวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยีการผลิต จากเดิมที่เป็นเพียงผู้ผลิตส่วนประกอบรถยนต์ที่มีต้นทุนต่ำ และไม่ได้ใช้เทคโนโลยีมากนัก
- เปลี่ยนจากการดึงดูดธุรกิจต่างชาติเข้ามาลงทุนสู่การขยายธุรกิจผ่านการควบรวมกิจการกับธุรกิจต่างชาติ อาทิ บริษัท Shanghai Automotive Industry ซึ่งได้ซื้อหุ้นร้อยละ 48.9 ของบริษัท Ssangyong Motor ของเกาหลีใต้ ในปี 2547 / บริษัท SAIC Motor ได้ซื้อสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและสินทรัพย์ของบริษัท Rover Motor เพื่อพัฒนารถยนต์นั่ง Roewe 750 ของตนเอง เมื่อปี 2549 เป็นต้น
- เดินหน้าการผลิตรถยนต์ที่ใช้พลังงานงานทางเลือก และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยจะพัฒนาให้อุตสาหกรรมรถยนต์ของจีนอยู่ในระดับแนวหน้าที่เป็นผู้นำทิศทางการพัฒนา แทนการเป็นผู้ตาม ทั้งนี้ รัฐบาลจีนตั้งเป้าผลิตรถยนต์ที่ใช้พลังงานทดแทนจำนวน 60,000 คัน ให้ออกใช้งานจริงภายในปี 2555 และจะกระตุ้นให้ผู้บริโภคเลือกซื้อรถยนต์ดังกล่าวโดยการให้เงินอุดหนุน
- ตั้งเป้ารักษาอัตราการขยายตัวของยอดขายรถยนต์เฉลี่ยร้อยละ 12 ต่อปี ในช่วงปี 2552-2554
- มีนโยบายกระตุ้นความต้องการซื้อรถยนต์ภายในประเทศ โดยการลดภาษีซื้อรถยนต์ประเภทเครื่องยนต์ขนาดเล็ก / การออกสินเชื่อซื้อรถยนต์ / การให้เงินอุดหนุนแก่ผู้ใช้รถที่เลิกใช้รถยนต์เก่าก่อนหมดอายุการใช้งาน

