
และแล้วการเดินทางในเมืองซานย่าของพวกเราก็มาถึงจุดสิ้นสุดเนื่องด้วยระยะเวลาที่จำกัด พวกเราจึงต้องเดินทางจากใต้มุ่งสู่เหนือไปยังนครไหโข่ว เมืองเอกของมณฑลไห่หนาน เพื่อสำรวจข้อมูลเมืองเศรษฐกิจหลักของมณฑลและเมืองที่เป็นศูนย์กลางในการติดต่อเชื่อมโยงกับมณฑลกวางตุ้ง
การเดินทางขึ้นเหนือจากเมืองซานย่าของพวกเราใช้เส้นทางด่วนสายตะวันออก (东线高速路 ) ซึ่งเป็นเส้นทางด่วนที่เปิดใช้งานหลังเส้นทางด่วนสายตะวันตก ระยะทางประมาณ 250 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม. ซึ่งใช้เวลาเดินทางน้อยกว่าเส้นทางด่วนสายตะวันตกเกือบ 1 ชม. กว่าๆ

แผนที่แสดงสถานที่ท่องเที่ยวและเส้นทางโดยสารภายในมณฑลไห่หนาน
เส้นทางด่วนสายตะวันออกนี้เริ่มจากเมืองซานย่า ผ่านอำเภอหลิงสุ่ย (陵水县) เมืองว่านหนิง (万宁市) เมืองโฉงไห่ (琼海市) อำเภอติ้งอัน (定安县) เข้าสู่นครไหโข่ว
จากการสังเกตพบว่าตลอดเส้นทางของการเดินทางฝั่งตะวันออก มีการก่อสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมระหว่างนครไห่โข่วไปยังเมืองซานย่า โดยเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายนี้มีความยาวทั้งสิ้น 308 กม. ใช้งบประมาณในการลงทุนก่อสร้างในโครงการนี้กว่า 20,200 ล้านหยวน นับเป็นโครงการลงทุนที่มีมูลค่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์ของมณฑลไห่หนานเลยทีเดียว

โครงสร้างของเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกรองรับระบบการให้บริการรถไฟฟ้าหัวกระสุน (Bullet Train) ที่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง
โครงการเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกนี้เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2550 โดยเป็นการลงทุนโดยกระทรวงการรถไฟและรัฐบาลของมณฑลไห่หนาน เป็นเส้นทางรถไฟพาดผ่าน 6 เมือง/อำเภอทางภาคตะวันออกชายฝั่งทะเลของมณฑลไห่หนาน เชื่อมจากนครไหโข่ว (海口) ผ่านเมืองเหวิน ชาง (文昌) โฉงไห่ (琼海) ว่านหนิง (万宁) อำเภอหลิงสุ่ย (陵水) และสิ้นสุดที่เมืองซานย่า (三亚) ซึ่งจะสามารถรองรับผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยรถไฟและเรือที่ขึ้นบก ณ นครไหโข่ว ตลอดจนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาลงที่สนามบินนานาชาติเหม่ยหลานของนครไหโข่วได้
แผนที่เส้นทางการเดินรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออก
เส้นทางรถไฟสายตะวันออกของไห่หนานจะมีสถานีทั้งหมด 16 สถานี โดยคาดว่าจะสามารถรองรับการให้บริการประชาชนและนักท่องเที่ยวได้มากถึง 50 ล้านคน-ครั้งต่อปี โดยรองรับมากสุดได้ถึง 13,000 คน-ครั้งต่อชม. คาดว่าเส้นทางรถไฟสายนี้จะเปิดให้บริการได้ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2553 โดยรถไฟสามารถวิ่งได้ด้วยความเร็วสูงถึง 250 กม./ชม. ซึ่งจะสามารถร่นระยะเวลาในการเดินทางเหลือเพียง 1. ชม. 30 นาที หรือลดระยะเวลาเดินทางจากเส้นทางด่วนสายตะวันออกได้ครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว
ตามกฎระเบียบของกระทรวงคมนาคมเรื่องมาตรฐานการก่อสร้างสถานีรถไฟ มีการกำหนดมาตรฐานในการก่อสร้างสถานีรถไฟโดยออกเป็น 4 ระดับ โดยสถานีระดับที่ 1 ออกแบบให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากกว่า 10,000 คนต่อวันขึ้นไป สถานีระดับที่ 2 รองรับผู้โดยสาร 5,000-10,000 คนต่อวัน สถานีระดับที่ 3 และ 4 รองรับผู้โดยสาร 2,000-5,000 คนต่อวัน โดยสร้างสถานีที่นครไหโข่วและเมืองซานย่าเป็นสถานีระดับที่ 1 สถานีเหวินชางและหลิงสุ่ยเป็นสถานีระดับที่ 3 ส่วนสถานีที่เหลือเป็นระดับที่ 4
ดของเส้นทางการเดินทางโดยใช้ทางด่วนสายตะวันออกนอกจากจะมีการก่อสร้างเส้นทางรถไฟแล้ว
ยังพบว่าส่วนใหญ่มีการเพาะปลูกพืชผักนานาชนิด
ผ
สองข้างของถนนพบว่ามีการใช้ไฟส่องสว่างโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เนื่องจากมณฑลไห่หนานตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้น
มีแสงแดดเกือบตลอดทั้งปี พลังงานแสงอาทิตย์จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สำคัญของไห่หนาน
จากการลัดเลาะมาตามเส้นทางด่วนสายตะวันออกที่ไม่เพียงแต่เห็นวิวทิวทัศน์อันงดงามแล้ว เรายังได้เห็นโครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงระหว่างนครไหโข่วกับเมืองซานย่า การทำเกษตรกรรมของชาวไห่หนานและสาธารณูปโภคอันทันสมัยของเมืองต่างๆ อีกด้วย
และการการเดินทาง 3 ชม. ของเราก็มาถึงนครไหโข่ว เมืองเอกของมณฑลไห่หนาน มีพื้นทีี่ประมาณ 2,305 ตร.ก.ม คิดเป็นร้อยละ 6.8 ของพื้นที่ทั้งมณฑล มีขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 รองจากเมืองตานโจว ( 儋州市 ) อำเภอปกครองตนเองเล่อตง-ชนกลุ่มน้อยเผ่าหลี ( 乐东黎族自治县 ) อำเภอปกครองตนเองโฉงไห่-ชนกลุ่มน้อยเผ่าเหมียว ( 琼中黎族苗族自治县 ) และเมืองเหวินชาง ( 文昌市 ) แต่เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดของมณฑล โดยมีจำนวนประชากร 1.56 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 18.0 ของประชากรทั้งมณฑล สภาพโดยรวมของนครไหโข่วมีการจัดวางผังเมืองโดยเฉพาะบริเวณริมชายฝั่งทะเลที่ค่อนข้างดี มีถนนเลียบชายทะเลที่สวยงาม มีการปลูกต้นมะพร้าวเรียงรายตลอดเส้นทางถนน ให้บรรยากาศที่รู้สึกผ่อนคลายให้กับผู้ที่มาเยือนได้เป็นอย่างดี

|
สภาพของท้องถนนในนครไหโข่ว นครไหโข่วมีสภาพของความเป็นเมืองมากกว่าพื้นที่อื่นๆ ของมณฑลไห่หนาน อาจด้วยเพราะการที่เป็นเมืองเอกและเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจและการค้าโดยเฉพาะกับมณฑลกวางตุ้งที่มีเส้นทางโดยสารด้วยรถไฟและเรือข้ามทะเลเชื่อมถึงกัน ผ่านช่องแคบโฉงโจวที่กั้นระหว่างทั้งสองมณฑล ตลอดจนการมีประชากรต่างถิ่นเข้ามาทำงานในนครไหโข่วจำนวนมาก จึงทำให้มีกำลังของคนและแรงงานในการพัฒนามากตามไปด้วย
|
|
|
|
มีทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อยที่หลงในมนต์เสน่ห์ของสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติและสภาพอากาศที่บริสุทธิ์ของนครไหโข่วและมณฑลไห่หนาน ถึงขนาดมีการเข้ามาทำงานและตั้งรกรากในมณฑลนี้กันเลยทีเดียว
|
|
|
ดังเช่น หนุ่มแซ่จาง คนขับรถแท็กซี่ที่เราได้ใช้บริการ ก็บอกกับพวกเราว่า พื้นเพเป็นคนภาคเหนือจากมณฑลเหอเป่ย เมื่อ 3 ปีก่อนได้มาท่องเที่ยวที่มณฑลไห่หนานก็รู้สึกชอบและหลงไหลในธรรมชาติและบรรยากาศของเมืองที่ไม่วุ่นวายเหมือนเมืองใหญ่ๆ ของทั่วไปจีน ผู้คนก็ไม่ได้เร่งรีบจนเกินไปนัก อาจเนื่องเพราะบรรยากาศและธรรมชาติกระมังที่ทำให้คนไม่ได้เร่งรีบ โดยภายหลังจากการท่องเที่ยวครั้งนั้นทำให้เขาเลือกอยากที่จะใช้ชีวิตในไห่หนาน
ท่านผู้อ่านสามารถติดตามคอลัมน์ “ ซอกแซกกวางตุ้ง - ไห่หนาน ” ได้ทุกวันพุธ ถ้าผู้อ่านท่านใดมีข้อคิดเห็นหรือติชม หรืออยากให้เราซอกแซกเรื่องใดก็สามารถติดต่อมาได้ที่ e-mail: thai [email protected]


