ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน ไห่หนานที่ได้สัมผัส: ตอนที่ 5 ท่องเที่ยวทั่วซานย่า ภาค 2
ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน ไห่หนานที่ได้สัมผัส: ตอนที่ 5 ท่องเที่ยวทั่วซานย่า ภาค 2

ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน” ในตอนที่แล้วเราได้ทราบถึงตำนานความรักของชนกลุ่มน้อยชาวหลี ผ่านอนุสาวรีย์ “กวางเหลียวหลัง” ในตอนนี้เราจะพาท่านผู้อ่านเข้าไปสัมผัสวิถีชีวิตของชนกลุ่มน้อยชาวหลีแต่เป็นชนกลุ่มใหญ่ของเมืองซานย่า โดยมีสัดส่วนประชากรมากถึงร้อยละ 70

 

รูปที่ 1 ทางเข้าหมู่บ้านวัฒนธรมชนกลุ่มน้อย

 

เราขอพาท่านเข้าสู่หมู่บ้านวัฒนธรมชนกลุ่มน้อย (民族文化村) ซึ่งเป็น หมู่บ้านชนเผ่าหลี หมู่บ้านที่ยังมีชนเผ่าหลีอาศัยอยู่ และยังคงดำรงชีวิตในแบบดั้งเดิม ผู้คนในหมู่บ้านส่วนมากพูดภาษาอื่นๆ ไม่ได้ แม้แต่ภาษาจีนกลาง หรือภาษาไหหลำก็ไม่สามารถพูดได้ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความยากลำบากในการสื่อสารของพวกเราเลยทีเดียว

รูปที่ 2 ทางเข้าหมู่บ้านชนเผ่าหลี

รูปที่ 3 ชนเผ่าหลีและการแต่งกายประจำชนเผ่า

 

หากจะพูดไปแล้ว การดำรงชีวิตของชนเผ่าหลีก็คล้ายกับชาวเขาบ้านเรา แต่ละชนเผ่าก็มีลักษณะเด่นของแต่ละที่ ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม การแต่งกาย ที่อยู่อาศัย อาหารการกิน และเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ฯลฯ 

รูปที่ 4 หัตถกรรม และการปักผ้าของชนเผ่าหลี

รูปที่ 5 ลํกษณะที่อยู่อาศัยของชนเผ่าหลี

 

สิ่งแรกที่เราจะต้องเรียนรู้ คือ เมื่อคุณเจอหน้าพวกเขา คำทักทายของชนเผ่าหลีที่เขาจะทักทายเราก็คือ โฮฮา ซึ่งตามมารยาทแล้วเราควรทักทายตอบกลับไปว่า โฮฮา เช่นกัน 

รูปที่ 6-7 การสาธิตความทนทานของเท้าและลิ้นของชนเผ่าหลี

 

ลักษณะโดดเด่นของชนเผ่าหลีอีกอย่างหนึ่งก็คือ การมีลิ้นและเท้าที่ทนความร้อนสูง ชนเผ่าหลีสามารถนำแผ่นเหล็กที่มีความร้อนสูงทาบกับลิ้น และวิ่งผ่านแผ่นเหล็กที่มีความร้อนสูงได้โดยไม่กลัวลิ้นและเท้าพองกันเลยทีเดียว

พวกเราศึกษาและเรียนรู้วิถีชีวิตของชนเผ่าหลีอยู่สักครึ่งวัน ก็ทำให้เราได้รู้จักและเข้าใจวิถีชีวิตของชนเผ่าหลีมาพอสมควร ต่อจาก
 หมู่บ้านชนเผ่าหลี แล้ว เราได้เดินทางไป สวนเสือเมืองซานย่า” (龙虎园)ซึ่งถือเป็นศูนย์วิจัยและเพาะเลี้ยงเสือและจระเข้มากที่สุดในเกาะไห่หนาน

 

รูปที่ 8 เขตสวนเสือดาว

รูปที่ 9 ลูกเสืออายุไม่ถึง 1 ขวบ

 

สวนเสือเมืองซานย่า” ตั้งอยู่ ณ ตำบลเถียนตู (田独镇)ปัจจุบันมีเสือดาวกว่า 400 ตัว และจระเข้กว่า 38,000 ตัว ซึ่งสิ่งหนึ่งที่น่าภาคภูมิใจแทนคนไทยก็คือ ปัจจุบัน สวนเสือเมืองซานย่า” แห่งนี้มีคนไทยทำงานด้วยกันทั้งหมด 5 คน ในตำแหน่งหัวหน้าและควบคุมการเลี้ยงเสือและจระเข้ 

รูปที่ 10-11 สวนจระเข้

 

ตั้งแต่เริ่มสร้าง สวนเสือเมืองซานย่า” เมื่อประมาณกว่า 20 ปีที่ผ่านมา สวนเสือเมืองซานย่า” ก็ได้เชิญคนเลี้ยงเสือและจระเข้ของสวนเสือศรีราชามาช่วยจัดการดูแล และฝึกอบรมคนจีนมาโดยตลอด

จากการสอบถามคนไทยที่ทำงานในสวนเสือ ก็ได้ทราบว่าการเลี้ยงเสือหรือจระเข้นั้น ต้องเป็นคนที่มีใจรักและพิถีพิถันเอาใจใส่เป็นพิเศษ เพราะการทำงานอาจเกิดอุบัติเหตุและความเสี่ยงได้ทุกเมื่อ ดังนั้น การปฏิบัติงานในการเลี้ยงดูแลเสือและจระเข้ ซึ่งเป็นสัตว์ที่ดุร้าย โดยในส่วนการดูแลนี้ ทางผู้บริหารของสวนเสือได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและมั่นใจในศักยภาพความสามารถของคนไทยที่มีประสบการณ์และความชำนาญในการเลี้ยงดูและควบคุมมากกว่าคนจีน

รูปที่ 12 จุดสุดทางของ สุดขอบฟ้า

 

และที่สุดท้ายที่เราได้ไปท่องเที่ยวก่อนจะไปค้นหาความงามทางทะเลของเมืองซานย่านั่น ก็คือ สวนสัตว์ทางทะเลเขตร้อนเทียนหยา” (天涯热带海洋动物园)หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า สุดขอบฟ้า” (天涯海角)

รูปที่ 13 บรรยากาศของ สุดขอบฟ้า

รูปที่ 14 จุดจำหน่ายอาหารและของที่ระลึกใน

สุดขอบฟ้า

 

สุดขอบฟ้า ถือเป็นชายหาดที่อยู่ทางใต้ของเมืองซานย่า และด้วยลักษณะของที่ตั้งที่ล้อมรอบไปด้วยเขาและหินผาสูงใหญ่ ดงมะพร้าว ทรายละเอียด น้ำทะเลและท้องฟ้าสีคราสดใส แถมยังมองเห็น เกาะซีเม่าโจว” (西瑁洲岛อีกด้วยนั้น โดยในสมัยก่อนฮ่องเต้จีนจะเนรเทศขุนนางที่ขัดคำสั่งมายังที่แห่งนี้ เป็นการลงโทษเนื่องจากสถานที่แห่งนี้อยู่ห่างไกลพระนคร การเดินทางลำบาก จึงทำให้ที่แห่งนี้ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นสุดขอบฟ้า” (天涯海角)ของประเทศจีนนั่นเอง


โดยเมื่อปี 2276 มีขุนนางจีนที่ถูกเนรเทศได้มาแกะสลักคำว่า 
 เทียนหยา” (天涯และ “ไหเจี่ยว” (海角ไว้บนโขดหินใหญ่ขึ้นเพื่อสะท้อนและเสียดสีราชสำนักว่าตัวเองมาอยู่ในที่ไกลแสนไกลและทุรกันดาร ซึ่งปัจจุบันได้กลายมาเป็นลัญลักษณ์ของสถานที่ที่ให้นักท่องเที่ยวทั้งหลายได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกและได้เดินทางมาถึงสุดขอบฟ้าของประเทศจีนแล้วนั่นเอง

หากยังจำกันได้ในปีที่ผ่านมา ที่ประเทศจีนได้เป็นเจ้าภาพในการจัดงานการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก นั้น ในช่วงการส่งมอบคบเพลิง สถานที่แห่งนี้ก็เคยใช้เป็นจุดเปลี่ยนคบเพลิงด้วยเช่นกัน

 

ภายในสวนแห่งนี้ ยังมีการจัดแสดงโชว์สัตว์ทางทะเลต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น สิงโตทะเล จระเข้ นก ฯลฯ ของที่ระลึกของเมืองซานย่า และพิพิธภัณฑ์รากไม้แกะสลัก อีกด้วย

 

รูปที่ 15-16 รากไม้แกะสลักในพิพิธภัณฑ์รากไม้แกะสลัก ซึ่งตั้งอยู่ช่วงทางออกของ สุดขอบฟ้า

 

ในตอนต่อไปเราจะพาท่านผู้อ่านเดินทางไปสัมผัสทะเลเมืองซานย่าที่ใครๆ ก็กล่าวขานและอยากที่จะเดินทางมาสัมผัสและเห็นด้วยตาตัวเองกับทะเลแสนงาม ในตอนที่มีชื่อว่า ไห่หนานที่ได้สัมผัส: ตอนที่ 6 ฟ้าใสใส หาดทรายสวยสวย กับทะเลสีครามในซานย่า

ท่านผู้อ่านสามารถติดตามคอลัมน์
 ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน ได้ทุกวันพุธ ถ้าผู้อ่านท่านใดมีข้อคิดเห็นหรือติชม หรืออยากให้เราซอกแซกเรื่องใดก็สามารถติดต่อมาได้ที่ e-mail: thai [email protected]  

4 พฤศจิกายน 2552
แหล่งข้อมูล: จากการเดินทางสำรวจข้อมูลมณฑลไห่หนานระหว่างวันที่ 9-17 กันยายน 2552(04/11/2009)
โดย: อาหลิวและเสี่ยวจู

Back to the list

More Related

  • ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการจัดแสดงสินค้านานาชาติที่สำคัญในภูมิภาคเอเชีย และยังเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีที่มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในภูมิภาคและของโลก โดยในแต่ละปี ฮ่องกงจะมีงานจัดแสดงสินค้าอัญมณีขนาดใหญ่ถึง 3 ครั้งในเดือนมีนาคม มิถุนายน และกันยายน
  • นักท่องเที่ยวที่นิยมท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นกลุ่มใหญ่ ตามด้วยไกด์ที่ถือธงสีแดงผ่านสถานที่ท่องเที่ยว และศูนย์การค้าต่างๆ ได้กลายเป็นภาพติดตาที่ทุกคนต่างเรียกว่า “กรุ๊ปทัวร์จีน”
  • เมื่อวันที่ 7-10 พ.ค. 2556 ฮ่องกงได้มีการจัดงานมหกรรมอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “HOFEX” ขึ้นที่ Hong Kong Convention and Exhibition Centre โดยงานดังกล่าวเป็นงานมหกรรมอาหารที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่มร่วมออกบูธจำนวนกว่า 1,900 ราย จาก 48 ประเทศทั่วโลก และสามารถดึงดูดผู้เที่ยวชมได้ถึง 35,000 ราย ในโอกาสดังกล่าว บีไอซีได้เดินทางไปเที่ยวชมงานและเที่ยวชิมอาหารจากนานาประเทศทั่วโลก รวมถึงสัมภาษณ์ผู้ประกอบการไทยที่มาร่วมงานด้วย จึงขอนำข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากทุกท่าน ดังนี้
  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง จัดงานเทศกาลอาหารและวัฒนธรรมไทย ณ นครฉางซา มณฑลหูหนาน (Thai Food and Culture Festival 2013, Changsha) ระหว่างวันที่ 9-12 พฤษภาคม 2556 ณ ห้างสรรพสินค้า ID Mall โดยได้รับความร่วมมือจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครหนานหนิง และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สาขานครคุนหมิง
  • ในบทความนี้ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (BIC) ขอพาท่านไปดูกันว่า การจะเปิดร้านอาหารไทยในจีนนั้น มีกฎระเบียบอะไรที่ต้องคำนึงถึง และมีขั้นตอนยากง่ายประการใด

สถานการณ์ในต่างประเทศ