"ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน" ไห่หนานที่ได้สัมผัส: ตอนที่ 3 ก้าวแรกในเมืองซานย่า ฮาวายตะวันออกของจีน
"ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน" ไห่หนานที่ได้สัมผัส: ตอนที่ 3 ก้าวแรกในเมืองซานย่า ฮาวายตะวันออกของจีน

จากนครไห่โข่วมุ่งสู่เมืองซานย่า กับการเดินทางของพวกเราในเส้นทางด่วนสายตะวันตก โดยในตอนที่ผ่านมาเราได้แวะชม “หยางผู่เขตพัฒนาเศรษฐกิจของมณฑลไห่หนานกับนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจที่สำคัญของไห่หนานไปแล้ว

และแล้วการเดินทาง 3 ชั่วโมงกว่า ก็พาพวกเรามาถึงเมืองซานย่า เมืองที่ชาวจีนขนานนามว่าเป็น “ฮาวายตะวันออกของจีนตอนใต้โดยสิ่งแรกที่เราได้เห็นเมื่อรถที่เรานั่งมาได้ขับเข้ามาถึงเขตตัวเมืองซานย่าคงหนีไม่พ้น ทะเล” 

ทะเล” คำๆ นี้ถือเป็นเสน่ห์ที่ต่างพาให้ใครต่อใคร อยากเดินทางมาท่องเที่ยว ณ เมืองซานย่า ซึ่งในเมืองซานย่า นั้น มีหาดทราย และทะเลที่มีชื่ออยู่หลายแห่ง โดยเราจะกลับมาเจาะลึกกันอีกทีในตอนต่อไป แต่เมืองซานย่าไม่เพียงแค่มีทะเลที่สวยงาม หากแต่ยังมีสถานที่อื่นๆ ให้เราไปค้นหาอีกมากมาย

เมืองซานย่าตั้งอยู่ใต้สุดของเกาะไห่หนาน มีพื้นที่กว่า 1,887 ตร.กม. มีประชากรประมาณ 370,275 คน โดยประชากรชนเผ่าหลีมีจำนวนมากที่สุด ประมาณร้อยละ 41.12 ชนเผ่าหุยมีประมาณร้อยละ 1.33 และชนเผ่าแม้วมีประมาณร้อยละ 0.7 ของประชากรทั้งหมด

แม้เมืองซานย่าจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่มีความโดดเด่นอยู่หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เขตท่าเรือส่งสินค้า ทรัพยากรธรรมชาติ พืชผักและผลไม้อันอุดมสมบูรณ์ ฯลฯ จึงทำให้เมืองซานย่าถือเป็นเมืองสำคัญอันดับต้นๆ ของเกาะไห่หนาน ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยว เป็นต้น

รูปที่ 1 แผนที่ท่องเที่ยวเมืองซานย่า

จากสถานที่ตั้งของเมืองซานย่าที่อยู่ทางใต้สุดของเกาะไห่หนาน และเป็นเมืองที่อยู่ใกล้กับเส้นศูนย์สูตรมากที่สุด จึึงทำให้เมืองซานย่าทั้ง 4 ฤดูคล้ายจะเป็นฤดูร้อนตลอดทั้งปี หากเข้าฤดูหนาวก็คงไม่เจอหมอกและหิมะเป็นอย่างแน่นอน มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 25.4 องศาเซลเซียล ช่วงที่ร้อนที่สุดคือเดือนกรกฎาคม อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 28.5 องศาเซลเซียล และหนาวเย็นที่สุดในช่วงเดือนมกราคม อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 20.7 องศาเซลเซียล 

จากสภาพภูมิอากาศ ประกอบกับทะเลอันงดงาม จึงเป็นที่มาของสมญานามเมืองซานย่าที่ใครๆ ต่างยกให้เป็น
 ฮาวายตะวันออกของจีนตอนใต้” นั่นเอง

หากดูด้านการคมนาคมแล้ว แม้ในตัวเมืองจะไม่มีรถไฟฟ้าใต้ดินใช้เหมือนเมืองใหญ่ๆ แต่การคมนาคมในรูปแบบอื่นๆ ค่อนข้างจะครบคัน และสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นทางรถไฟ รถบัสโดยสาร หรือการเดินทางด้วยเครื่องบิน ซึ่งเมืองซานย่ามีสนามบินนานาชาติที่มีชื่อว่า
สนามบินนานาชาติเฟิ่งหวง  (凤凰国际机场) ถือเป็นสนามบินนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในเกาะไห่หนาน และใหญ่กว่าสนามบินนานาชาตินครไหโข่ว เมืองเอกของเกาะไห่หนาน อีกด้วย

รูปที่ 3 บรรยากาศภายนอกสนามบินนานาชาติเฟิ่งหวง

รูปที่ 4 บรรยากาศภายในสนามบินนานาชาติเฟิ่งหวง

ไม่เพียงแต่การเดินทางอันสะดวกสบาย และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการคมนาคมของเกาะไห่หนานอันครบครัน จุดเด่นของการเดินทางในเกาะไห่หนานอีก 1 อย่าง คือ เกาะไห่หนานไม่มีการเรียกเก็บค่าผ่านทางด่วน ไม่ว่าจะเป็นสายตะวันออก หรือสายตะวันตก ซึ่งทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้ไม่น้อยเช่นกัน

หากมองหาของกินในเมืองซานย่า นั้น ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็คงจะหนีไม่พ้นน้ำมะพร้าว ซึ่งมีให้เราเลือกมากมายหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น มะพร้าวเขียว มะพร้าวแดง หรือแม้แต่มะพร้าวจักรพรรดิ รสชาติหอมหวานแตกต่างกันไป

รูปที่ 5 มะพร้าวหลากหลายชนิดในเมืองซานย่า

สิ่งหนึ่งที่จะขาดไม่ได้และนักท่องเที่ยวไทยมักจะถามหาเวลาเดินทางไปท่องเที่ยวยังต่างแดน ก็คือ น้ำพริก ซึ่งเมืองซานย่า เกาะไห่หนานก็มีน้ำพริกปรุงอาหารไว้ให้เราเลือกสรรอยู่มากมาย หลากหลายชนิด แต่ที่ขึ้นชื่อที่สุดก็คือ พริกเหลือง ตัวพริกมีสีเหลือง และมีรสเผ็ดกว่าพริกชนิดอื่นๆ นั่นเอง

หากพูดถึงอาหารของเกาะไห่หนาน หลายคนคงนึกว่า
 ข้าวมันไก่ไหหลำ หรือ ข้าวมันไก่เหวินชาง ซึ่งมีชื่อเสียงมากทั้งเกาะไห่หนาน ประเทศจีน และแม้แต่ประเทศไทย เมืองซานย่ายังมีก๋วยเตี๋ยวท้องถิ่นที่มีหน้าตาและรสชาติกลมกล่อม และน่าจะถูกปากคนไทย อีกด้วย

รูปที่ 6 ร้านก๋วยเตี๋ยวท้องถิ่นของเมืองซานย่า

รูปที่ 7 ก๋วยเตี๋ยวท้องถิ่นกับพริกเหลือง อาหารท้องถิ่นมีชื่อของเมืองซานย่า

ด้วยเส้นก๋วยเตี๋ยวที่มีลักษณะคล้ายเส้นกุ้ยหลิน หรือเส้นขนมจีนบ้านเรา ประกอบกับเนื้อไก่ หมู และวัว ตามแต่จะเลือก ซึ่งความอร่อยอยู่ที่การปรุงแบบซานย่า ซึ่งดูไปแล้วก็ไม่ได้แตกต่างจากร้านขายก๋วยเตี๋ยวบ้านเรา แต่เมื่อชิมแล้วก็ถึง บางอ้อ เพราะมันมีความกลมกล่อม ไม่จืด ไม่เค็ม และไม่เลี่ยนอย่างที่คิด เติมพริกเหลืองของเกาะไห่หนานไปอีกนิด รสชาติอร่อยได้ที่เลยทีเดียว

อีก 1 อาหารท้องถิ่นที่พวกเราได้ไปลองลิ้มชิมรสก็คือ มะพร้าวข้าวเหนียว ที่นำเนื้อมะพร้าวนึ่งพร้อมกับข้าวเหนียวกะทิ ทำให้มะพร้าวข้าวเหนียวที่ออกมา มีรสหวานกะทิ และกลิ่นหอมๆ ของมะพร้าว ซึ่งสามารถทานข้าวเหนียวพร้อมเนื้อมะพร้าวได้ แต่เนื้อมะพร้าวที่เกาะไห่หนานที่ได้ลองทานนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นเนื้อมะพร้าวที่ค่อนข้างหนา และแข็ง แตกต่างจากของเมืองไทยที่มีทั้งเนื้อแข็งและเนื้ออ่อนให้เลือกทาน ตามความชอบ

ผลไม้ก็ถือเป็นผลิตภัณฑ์เด่นของเมืองซานย่า เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น สัปปะรด มะพร้าว ขนุน แตงโม มะม่วง เงาะ ฯลฯ

รูปที่ 8 มะพร้าวข้าวเหนียวอาหารท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อของเมืองซานย่า

รูปที่ 9 ผลไม้เมืองซานย่านานาชนิด

และอีกสิ่งหนึ่ง เมื่อเข้ามาถึงเมืองซานย่าแล้วเห็นเยอะที่สุด คงหนีไม่พ้นโรงแรม ที่พัก และบ้านพักตากอากาศ ฯลฯ ซึ่งมีให้เลือกตั้งแต่ 1 ดาวไปจนถึง 5 ดาว ราคาแสนถูกไปจนถึงราคาแสนแพง หากใครที่คิดอยากจะมาเที่ยวที่เมืองซานย่า คงไม่ต้องกลัวเรื่องการหาที่พักไม่ได้

รูปที่ 10 บรรยากาศโรงแรมที่พักในเมืองซานย่า

บรรยายภาพคราวๆ ของเมืองซานย่ามาพอสมควร หลายคนคงนึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองซานย่าว่าเป็นอย่างไร เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของประเทศจีน จะมีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรให้น่าตัดสินใจเิดินทางมาท่องเที่ยวบ้าง โปรดติดตามในตอนต่อไป กับตอนที่มีชื่อว่า ไห่หนานที่ได้สัมผัส:ตอนที่ 4 ท่องเที่ยวทั่วซานย่า

ท่านผู้อ่านสามารถติดตามคอลัมน์
 ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน ได้ทุกวันพุธ ถ้าผู้อ่านท่านใดมีข้อคิดเห็นหรือติชม หรืออยากให้เราซอกแซกเรื่องใดก็สามารถติดต่อมาได้ที่ e-mail: thai [email protected]  

21 ตุลาคม 2552
แหล่งข้อมูล: จากการเดินทางสำรวจข้อมูลมณฑลไห่หนานระหว่างวันที่ 9-17 กันยายน 2552(21/10/2009)
โดย: อาหลิวและเสี่ยวจู

Back to the list

More Related

  • ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการจัดแสดงสินค้านานาชาติที่สำคัญในภูมิภาคเอเชีย และยังเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีที่มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในภูมิภาคและของโลก โดยในแต่ละปี ฮ่องกงจะมีงานจัดแสดงสินค้าอัญมณีขนาดใหญ่ถึง 3 ครั้งในเดือนมีนาคม มิถุนายน และกันยายน
  • นักท่องเที่ยวที่นิยมท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นกลุ่มใหญ่ ตามด้วยไกด์ที่ถือธงสีแดงผ่านสถานที่ท่องเที่ยว และศูนย์การค้าต่างๆ ได้กลายเป็นภาพติดตาที่ทุกคนต่างเรียกว่า “กรุ๊ปทัวร์จีน”
  • เมื่อวันที่ 7-10 พ.ค. 2556 ฮ่องกงได้มีการจัดงานมหกรรมอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “HOFEX” ขึ้นที่ Hong Kong Convention and Exhibition Centre โดยงานดังกล่าวเป็นงานมหกรรมอาหารที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่มร่วมออกบูธจำนวนกว่า 1,900 ราย จาก 48 ประเทศทั่วโลก และสามารถดึงดูดผู้เที่ยวชมได้ถึง 35,000 ราย ในโอกาสดังกล่าว บีไอซีได้เดินทางไปเที่ยวชมงานและเที่ยวชิมอาหารจากนานาประเทศทั่วโลก รวมถึงสัมภาษณ์ผู้ประกอบการไทยที่มาร่วมงานด้วย จึงขอนำข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากทุกท่าน ดังนี้
  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง จัดงานเทศกาลอาหารและวัฒนธรรมไทย ณ นครฉางซา มณฑลหูหนาน (Thai Food and Culture Festival 2013, Changsha) ระหว่างวันที่ 9-12 พฤษภาคม 2556 ณ ห้างสรรพสินค้า ID Mall โดยได้รับความร่วมมือจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครหนานหนิง และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สาขานครคุนหมิง
  • ในบทความนี้ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (BIC) ขอพาท่านไปดูกันว่า การจะเปิดร้านอาหารไทยในจีนนั้น มีกฎระเบียบอะไรที่ต้องคำนึงถึง และมีขั้นตอนยากง่ายประการใด

สถานการณ์ในต่างประเทศ