ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน ไห่หนานที่ได้สัมผัส: ตอนที่ 4 ท่องเที่ยวทั่วซานย่า ภาค 1
ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน ไห่หนานที่ได้สัมผัส: ตอนที่ 4 ท่องเที่ยวทั่วซานย่า ภาค 1

เรียกน้ำย่อยไปแล้วกับข้อมูลพื้นฐานของเมืองซานย่า ของมณฑลไห่หนานในตอนที่ผ่านมากันแล้ว วันนี้พวกเราจะพาท่านผู้อ่านไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองซานย่า เมืองพักตากอากาศอันดับต้นๆ ของจีนกัน  

รูปที่ 1 สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของมณฑลไห่หนาน

 
จากรูปแผนที่สถานที่ท่องเที่ยวของมณฑลไห่หนานซึ่งแสดงให้เห็นถึงความโดดเด่นของการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวโดยใช้จุดเด่นของทรัพยากรธรรมชาติคือ ทะเล เข้ามาเป็นส่วนประกอบ สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญส่วนใหญ่อยู่บริเวณรอบชายฝั่งตลอดชายทะเล ซึ่งเมืองซานย่า นั้น นอกจากจะมีชื่อเสียงด้านชายหาด และน้ำทะเลที่สวยงามแล้ว ยังขึ้นชื่อด้านสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในมณฑลอีกด้วย  


รูปที่ 2 เจ้าแม่กวนอิมกลางทะเล ณ
 
วัดหนานซาน เมืองซานย่า มณฑลไห่หนาน

เริ่มด้วยสถานที่ท่องเที่ยวแห่งแรก หลายคนคงอาจจะเคยได้รับฟอร์เวิดร์อีเมลฉบับหนึ่ง ที่พูดถึงความศักดิ์ขององค์เจ้าแม่กวนอิมในเกาะไห่หนาน ซึ่งประดิษฐานอยู่ใน เขตการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหนานซาน(南山文化旅游区หรือที่คนทั่วไปเรียกกันว่า วัดหนานซาน” (南山寺)สถานที่ท่องเที่ยวระดับ 5A ของจีนซึ่งผู้คนมากมายทั้งในและต่างประเทศต้องการเดินทางมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลสักครั้งหนึ่งในชีวิต 

วัดหนานซาน”  ถือเป็นวัดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเกาะไห่หนาน ตั้งอยู่บริเวณทางทิศตะวันตกของเขาหนานซาน เมืองซานย่า มีพื้นที่กว่า 40,000 ตารางเมตร ล้อมรอบภูเขาหนานซานที่มีความสูงถึง 500 กว่าเมตร

จากประวัติความเป็นมาอันเก่าแก่ยาวนานและศักดิ์สิทธิ์ของวัดแห่งนี้บนเกาะไห่หนาน จนมีคนเปรียบเปรย วัดหนานซาน  ว่า อายุยืนเท่าเขาหนานซาน” (寿比南山)หากใครได้มาสักการะ ณ วัดแห่งนี้ก็จะมีอายุยืนยาวดังความศักดิ์สิทธิ์ของวัด นั่นเอง


รูปที่ 3 วัดหนานซาน


รูปที่ 4 บรรยากาศใน
 เขตท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหนานซาน

 
วัดแห่งนี้มีจุดเด่นที่สำคัญก็คือ องค์เจ้าแม่กวนบนทะเล” (南山海上观音)ประดิษฐาน ณ เกาะกลางทะเล เป็นองค์เจ้าแม่กวนอิมที่หันพระพักตร์ 3 ด้านองค์แรกของโลก มีความสูงประมาณ 108 เมตร โดยมีเรื่องเล่าจากคนท้องถิ่นกล่าวว่า สมัยก่อนเมืองซานย่าจะมีพายุและมรสุมทางทะเลอย่างหนักและบ่อยครั้ง แต่หลังจากได้จัดสร้างองค์เจ้าแม่กวนอิมแล้วเสร็จก็ไม่เคยเกิดภัยพิบัติทางทะเลอย่างหนักอีกเลย สร้างความอัศจรรย์ใจและความเลื่อมใสศรัทธาแก่คนท้องถิ่นเป็นอย่างมาก 

ความศักดิ์สิทธิ์ขององค์เจ้าแม่กวนอิมที่วัดแห่งนี้ ผู้คนต่างกล่าวกันว่า หากใครได้มีโอกาสเดินทางมาสักการะและขอพรจากองค์เจ้าแม่กวนอิมไม่ว่าเรื่องใด ก็จะสมหวังดังที่ขอพรไว้ทุกประการ 
(หมายเหตุเป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)


รูปที่ 6 ตำหนักพระโพธิสัตว์พันมือทองคำ

รูปที่ 5 พระโพธิสัตว์พันมือทำด้วยทองคำและหยก

รูปที่ 7 ป้ายแนะนำพระโพธิสัตว์พันมือ

 
ภายใน เขตท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหนานซาน”  ยังมีอีกสถานที่หนึ่งที่ควรไปสักการะคือ ตำหนักประดิษฐาน พระโพธิสัตว์พันมือที่ทำด้วยทองคำและหยก” (金玉观世音) โดยได้รับบันทึกลงกินเนสบุ๊ค ออฟเรคคอร์ดในปี 2541 ว่าเป็นปฏิมากรรมทางพุทธศาสนาที่ทำด้วยทองและหยกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งแรกเริ่มเกิดจากการรวมเงินบริจาคของลูกหลานชาวจีนโพ้นทะเลในประเทศไทย แต่เนื่องจากเิกิดปัญหาภาวะพิษเศรษฐกิจเมื่อ 10 กว่าปีก่อนส่งผลให้สร้างได้เพียงครึ่งเดียวแล้วต้องหยุดการก่อสร้างไป โดยมีเศรษฐีชาวจีนได้ยื่นมือเข้ามาช่วยสร้างต่อจนเสร็จสมบูรณ์ 

หากจะใช้เวลาเดินทางศึกษาภายใน เขตท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหนานซาน  นั้นจะต้องใช้เวลาเป็นวันถึงจะเที่ยวได้ครบทุกที่ โดยทาง เขตท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหนานซาน”  มีรถไฟฟ้าพาเที่ยวชมให้บริการ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เพิ่มความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวเช่นกัน

สถานที่ท่องเที่ยวแห่งที่ 2 ที่เราได้เดินทางไปก็คือ เขตท่องเที่ยวอุโมงค์สวรรค์ใหญ่เล็กหนานซาน” หรือ “ต้าเสี่ยวต้งเทียน(南山大小洞天旅游区)ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก เขตท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหนานซาน” มากนัก ได้รับเลือกเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวระดับ 5A ของจีน บรรยากาศภายในเป็นการจัดองค์ประกอบและสถานที่ตามแนวคิดของลัทธิเต๋าซึ่งต่างจากวัดหนานซานที่เป็นแบบพุทธลัทธิมหายาน มีพื้นที่ประมาณ 22.5 ตารางกิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่เรียบชายทะเลเมืองซานย่า และมีโขดหินขนาดน้อยใหญ่จำนวนมากเรียงรายตลอดชายทะเล


รูปที่ 8 โขดหินอุโมงค์สวรรค์ใหญ่เล็ก


รูปที่ 9 บรรยากาศโดยรอบ
 แหล่งท่องเที่ยวหนานซานอุโมงค์สวรรค์ใหญ่เล็ก


จากลักษณะของโขดหินที่มีรูเล็กใหญ่ จึงทำให้กลายเป็นที่มาของชื่อสถานที่ ( แปลว่า รู) ก็ดูแปลกตาอยู่เหมือนกัน ทางเขตท่องเที่ยวฯ มีการบริหารจัดการของที่ค่อนข้างดี มีแผนที่บอกเส้นทางและสถานที่ต่างๆ ภายในแหล่งท่องเที่ยวทั้งภาษาจีน อังกฤษ รัสเซีย เกาหลีและญี่ปุ่น รองรับนักท่องเที่ยวจากประเทศต่างๆ เข้ามาเยี่ยมชม รวมถึงมีรถบริการพาชมทั่วสถานที่ท่องเที่ยว มีซุ้มอาหาร และร้านขายของที่ระลึกให้ได้เพลิดเพลินกันอีกด้วย


รูปที่ 10 แผนที่แสดงแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ภายใน
 แหล่งท่องเที่ยวหนานซานอุโมงค์สวรรค์ใหญ่เล็ก


รูปที่ 11 รถยนต์ไฟฟ้าที่ให้บริการนักท่องเที่ยว

 
และที่พลาดไม่ได้ก็คือจุดเริ่มต้นของตำนานและตำหนักของเทพเจ้ามังกร ซึ่งภายใน เขตท่องเที่ยวหนานซานอุโมงค์สวรรค์ใหญ่เล็ก” แห่งนี้ มีตำหนักเทพเจ้ามังกรและรูปปั้นของ เทพเจ้าเอ๋า” (神鳌เทพเจ้าที่หัวเป็นมังกรตัวเป็นเต่า ซึ่งเป็นลูกของเทพเจ้ามังกรตั้งอยู่บน เขาเอ๋าซาน” (鳌山) เทพเจ้าที่ปกปักรักษาเขาเอ๋าซานมาเป็นเวลาช้านาน และถือเป็นเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่มีคนนับถือเป็นจำนวนมาก จึงเป็นจุดดึงดูดให้ผู้คนต่างพากันมาสักการะ นั่นเอง
 


รูปที่ 12 ตำหนักเทพเจ้ามังกร


รูปที่ 13 เทพเจ้าเอ๋า-ลูกเทพเจ้ามังกร

 
หากใครยังสงสัยถึงลักษณะหน้าตาของเทพเจ้าองค์นี้ ให้ลองนึกภาพถึงสิ่งมงคลที่ชาวจีนโพ้นทะเลในประเทศไทยนิยมบูชาและวางไว้ตรงโต๊ะทำงาน ไม่ว่าจะเป็นแบบเซรามิก สำริด หรือเหล็ก ฯลฯ ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่มีหัวเป็นมังกรและตัวเป็นเต่าเหยียบกองเงินโบราณของจีน เพิ่มความเป็นสิริมงคลทางด้านการทำงาน การค้า และเรื่องเงินทองให้แก่ชีวิต 

สถานที่ต่อไปมีชื่อว่า สวนสาธารณะกวางเหลียวหลัง” หรือ “ลู่หุยโถว(鹿回头公园ตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ของอ่าวซานย่า ห่่างจากทะเลประมาณ 3 กิโลเมตร และสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 275 เมตร
 


รูปที่ 14 รูปปั้นกวางเหลียวหลัง


จากเรื่องเล่าที่กล่าวกันว่า ในสมัยโบราณ มีหนุ่มล่าสัตว์ซึ่งเป็นชาวชนเผ่าหลีไล่ล่ากวางน้อยตัวหนึ่งที่งามสง่ามากและปราถนาที่จะได้เป็นเจ้าของ โดยไล่ล่ามาเป็นเวลา 9 วัน 9 คืน ข้ามภูเขาถึง 99 ลูก จนมาถึงยังยอดเขาของอ่าวซานย่า กวางน้อยตัวนี้ไม่มีหนทางที่จะหนีได้ต่อ เนื่องจากด้านหน้าเป็นหน้าผาสูงชัน ในขณะที่หนุ่มล่าสัตว์ชนเผ่าหลีกำลังจะเตรียมยิงธนู ทันใดนั้น กวางน้อยก็หันหลังกลับมากลายเป็นหญิงสาวชนเผ่าหลีผู้งดงาม หนุ่มล่าสัตว์ตกตะลึงในความงามและหลงรักหญิงสาวในทันที ในเวลาต่อมาทั้งสองก็ได้ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

จากตำนานความรักอันงดงามของหนุ่มสาวชนเผ่าหลี สร้างความประทับใจต่อผู้ได้ยินได้ฟังเป็นอย่างมาก จึงทำให้เมืองซานย่าสร้างรูปปั้นหินกวางเหลียวหลังไว้ ณ ยอดเขาสูงสุดของสวนสาธารณะแห่งนี้ เพื่อระลึกถึงตำนานความรักและการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขของชนเผ่าหลี

รูปที่15-16 ทิวทัศน์เมืองซานย่าจากยอดเขาสวนสาธารณะกวางเหลียวหลัง

 
จากจุดบนสุดของสวนสาธารณะกวางเหลี่ยวหลัง ไม่เพียงแค่มีรูปปั้นกวางเหลียวหลังให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเพียงอย่างเดียว นักท่องเที่ยวยังสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองซานย่าได้ทุกมุมมองกันเลยทีเดียว ซึ่งก็ได้บรรยากาศของเมืองซานย่าในอีกรูปแบบหนึ่ง  

จากตำนานความรักของชนเผ่าหลี ที่ทำให้ใครต่อใครต่างประทับใจนั้น ประกอบกับการทีชนเผ่าหลีซึ่งถือชนกลุ่มน้อยที่มากที่สุดในมณฑลไห่หนานโดยมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 20 ของประชากรทั้งมณฑล โดยประชากรเผ่าหลีอาศัยอยู่ที่เมืองซานย่ามากที่สุดถึงร้อยละ 16 ของประชากรเผ่าหลีในมณฑล และมีเป็นประชากรที่มากที่สุดของเมืองซานย่า โดยมีสัดส่วนถึงร้อยละ 70 ของประชากรเมืองซานย่าด้วยแล้ว หากเราไม่ได้เข้าไปสัมผัสชีวิตของพวกเขาคงจะเรียกได้ว่ามาไม่ถึงเมืองซานย่าจริงๆ อย่างแน่นอน 

ในตอนต่อไปเราจะพาท่านผู้อ่านไปรู้จักวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของชนกลุ่มน้อยชนเผ่าหลีซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของเมืองซานย่ากัน ในซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนานไห่หนานที่ได้สัมผัสตอนที่ 5 ท่องเที่ยวทั่วซานย่า ภาค 2

ท่านผู้อ่านสามารถติดตามคอลัมน์ “ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน” ได้ทุกวันพุธ ถ้าผู้อ่านท่านใดมีข้อคิดเห็นหรือติชม หรืออยากให้เราซอกแซกเรื่องใดก็สามารถติดต่อมาได้ที่ e-mail: thai [email protected]    

28 ตุลาคม 2552
แหล่งข้อมูล: ากการเดินทางสำรวจข้อมูลมณฑลไห่หนานระหว่างวันที่ 9-17 กันยายน 2552(28/10/2009)
โดย: อาหลิวและเสี่ยวจู

Back to the list

More Related

  • ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการจัดแสดงสินค้านานาชาติที่สำคัญในภูมิภาคเอเชีย และยังเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีที่มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในภูมิภาคและของโลก โดยในแต่ละปี ฮ่องกงจะมีงานจัดแสดงสินค้าอัญมณีขนาดใหญ่ถึง 3 ครั้งในเดือนมีนาคม มิถุนายน และกันยายน
  • นักท่องเที่ยวที่นิยมท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นกลุ่มใหญ่ ตามด้วยไกด์ที่ถือธงสีแดงผ่านสถานที่ท่องเที่ยว และศูนย์การค้าต่างๆ ได้กลายเป็นภาพติดตาที่ทุกคนต่างเรียกว่า “กรุ๊ปทัวร์จีน”
  • เมื่อวันที่ 7-10 พ.ค. 2556 ฮ่องกงได้มีการจัดงานมหกรรมอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “HOFEX” ขึ้นที่ Hong Kong Convention and Exhibition Centre โดยงานดังกล่าวเป็นงานมหกรรมอาหารที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่มร่วมออกบูธจำนวนกว่า 1,900 ราย จาก 48 ประเทศทั่วโลก และสามารถดึงดูดผู้เที่ยวชมได้ถึง 35,000 ราย ในโอกาสดังกล่าว บีไอซีได้เดินทางไปเที่ยวชมงานและเที่ยวชิมอาหารจากนานาประเทศทั่วโลก รวมถึงสัมภาษณ์ผู้ประกอบการไทยที่มาร่วมงานด้วย จึงขอนำข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากทุกท่าน ดังนี้
  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง จัดงานเทศกาลอาหารและวัฒนธรรมไทย ณ นครฉางซา มณฑลหูหนาน (Thai Food and Culture Festival 2013, Changsha) ระหว่างวันที่ 9-12 พฤษภาคม 2556 ณ ห้างสรรพสินค้า ID Mall โดยได้รับความร่วมมือจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครหนานหนิง และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สาขานครคุนหมิง
  • ในบทความนี้ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (BIC) ขอพาท่านไปดูกันว่า การจะเปิดร้านอาหารไทยในจีนนั้น มีกฎระเบียบอะไรที่ต้องคำนึงถึง และมีขั้นตอนยากง่ายประการใด

สถานการณ์ในต่างประเทศ