
เรียกน้ำย่อยไปแล้วกับข้อมูลพื้นฐานของเมืองซานย่า ของมณฑลไห่หนานในตอนที่ผ่านมากันแล้ว วันนี้พวกเราจะพาท่านผู้อ่านไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองซานย่า เมืองพักตากอากาศอันดับต้นๆ ของจีนกัน
|
|
จากรูปแผนที่สถานที่ท่องเที่ยวของมณฑลไห่หนานซึ่งแสดงให้เห็นถึงความโดดเด่นของการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวโดยใช้จุดเด่นของทรัพยากรธรรมชาติคือ “ทะเล” เข้ามาเป็นส่วนประกอบ สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญส่วนใหญ่อยู่บริเวณรอบชายฝั่งตลอดชายทะเล ซึ่งเมืองซานย่า นั้น นอกจากจะมีชื่อเสียงด้านชายหาด และน้ำทะเลที่สวยงามแล้ว ยังขึ้นชื่อด้านสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในมณฑลอีกด้วย
|
|
เริ่มด้วยสถานที่ท่องเที่ยวแห่งแรก หลายคนคงอาจจะเคยได้รับฟอร์เวิดร์อีเมลฉบับหนึ่ง ที่พูดถึงความศักดิ์ขององค์เจ้าแม่กวนอิมในเกาะไห่หนาน ซึ่งประดิษฐานอยู่ใน “เขตการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหนานซาน”(南山文化旅游区)หรือที่คนทั่วไปเรียกกันว่า “วัดหนานซาน” (南山寺)สถานที่ท่องเที่ยวระดับ 5A ของจีนซึ่งผู้คนมากมายทั้งในและต่างประเทศต้องการเดินทางมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลสักครั้งหนึ่งในชีวิต
“วัดหนานซาน” ถือเป็นวัดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเกาะไห่หนาน ตั้งอยู่บริเวณทางทิศตะวันตกของเขาหนานซาน เมืองซานย่า มีพื้นที่กว่า 40,000 ตารางเมตร ล้อมรอบภูเขาหนานซานที่มีความสูงถึง 500 กว่าเมตร
จากประวัติความเป็นมาอันเก่าแก่ยาวนานและศักดิ์สิทธิ์ของวัดแห่งนี้บนเกาะไห่หนาน จนมีคนเปรียบเปรย “วัดหนานซาน” ว่า “อายุยืนเท่าเขาหนานซาน” (寿比南山)หากใครได้มาสักการะ ณ วัดแห่งนี้ก็จะมีอายุยืนยาวดังความศักดิ์สิทธิ์ของวัด นั่นเอง
|
|
|
วัดแห่งนี้มีจุดเด่นที่สำคัญก็คือ “องค์เจ้าแม่กวนบนทะเล” (南山海上观音)ประดิษฐาน ณ เกาะกลางทะเล เป็นองค์เจ้าแม่กวนอิมที่หันพระพักตร์ 3 ด้านองค์แรกของโลก มีความสูงประมาณ 108 เมตร โดยมีเรื่องเล่าจากคนท้องถิ่นกล่าวว่า สมัยก่อนเมืองซานย่าจะมีพายุและมรสุมทางทะเลอย่างหนักและบ่อยครั้ง แต่หลังจากได้จัดสร้างองค์เจ้าแม่กวนอิมแล้วเสร็จก็ไม่เคยเกิดภัยพิบัติทางทะเลอย่างหนักอีกเลย สร้างความอัศจรรย์ใจและความเลื่อมใสศรัทธาแก่คนท้องถิ่นเป็นอย่างมาก
ความศักดิ์สิทธิ์ขององค์เจ้าแม่กวนอิมที่วัดแห่งนี้ ผู้คนต่างกล่าวกันว่า หากใครได้มีโอกาสเดินทางมาสักการะและขอพรจากองค์เจ้าแม่กวนอิมไม่ว่าเรื่องใด ก็จะสมหวังดังที่ขอพรไว้ทุกประการ
(หมายเหตุ: เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)
|
|
|
|
รูปที่ 5 พระโพธิสัตว์พันมือทำด้วยทองคำและหยก |
รูปที่ 7 ป้ายแนะนำพระโพธิสัตว์พันมือ |
ภายใน “เขตท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหนานซาน” ยังมีอีกสถานที่หนึ่งที่ควรไปสักการะคือ ตำหนักประดิษฐาน “พระโพธิสัตว์พันมือที่ทำด้วยทองคำและหยก” (่金玉观世音) โดยได้รับบันทึกลงกินเนสบุ๊ค ออฟเรคคอร์ดในปี 2541 ว่าเป็นปฏิมากรรมทางพุทธศาสนาที่ทำด้วยทองและหยกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งแรกเริ่มเกิดจากการรวมเงินบริจาคของลูกหลานชาวจีนโพ้นทะเลในประเทศไทย แต่เนื่องจากเิกิดปัญหาภาวะพิษเศรษฐกิจเมื่อ 10 กว่าปีก่อนส่งผลให้สร้างได้เพียงครึ่งเดียวแล้วต้องหยุดการก่อสร้างไป โดยมีเศรษฐีชาวจีนได้ยื่นมือเข้ามาช่วยสร้างต่อจนเสร็จสมบูรณ์
หากจะใช้เวลาเดินทางศึกษาภายใน “เขตท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหนานซาน” นั้นจะต้องใช้เวลาเป็นวันถึงจะเที่ยวได้ครบทุกที่ โดยทาง “เขตท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหนานซาน” มีรถไฟฟ้าพาเที่ยวชมให้บริการ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เพิ่มความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวเช่นกัน
สถานที่ท่องเที่ยวแห่งที่ 2 ที่เราได้เดินทางไปก็คือ “เขตท่องเที่ยวอุโมงค์สวรรค์ใหญ่เล็กหนานซาน” หรือ “ต้าเสี่ยวต้งเทียน”(南山大小洞天旅游区)ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก “เขตท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหนานซาน” มากนัก ได้รับเลือกเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวระดับ 5A ของจีน บรรยากาศภายในเป็นการจัดองค์ประกอบและสถานที่ตามแนวคิดของลัทธิเต๋าซึ่งต่างจากวัดหนานซานที่เป็นแบบพุทธลัทธิมหายาน มีพื้นที่ประมาณ 22.5 ตารางกิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่เรียบชายทะเลเมืองซานย่า และมีโขดหินขนาดน้อยใหญ่จำนวนมากเรียงรายตลอดชายทะเล
|
|
|
จากลักษณะของโขดหินที่มีรูเล็กใหญ่ จึงทำให้กลายเป็นที่มาของชื่อสถานที่ (洞 แปลว่า รู) ก็ดูแปลกตาอยู่เหมือนกัน ทางเขตท่องเที่ยวฯ มีการบริหารจัดการของที่ค่อนข้างดี มีแผนที่บอกเส้นทางและสถานที่ต่างๆ ภายในแหล่งท่องเที่ยวทั้งภาษาจีน อังกฤษ รัสเซีย เกาหลีและญี่ปุ่น รองรับนักท่องเที่ยวจากประเทศต่างๆ เข้ามาเยี่ยมชม รวมถึงมีรถบริการพาชมทั่วสถานที่ท่องเที่ยว มีซุ้มอาหาร และร้านขายของที่ระลึกให้ได้เพลิดเพลินกันอีกด้วย
|
|
|
และที่พลาดไม่ได้ก็คือจุดเริ่มต้นของตำนานและตำหนักของเทพเจ้ามังกร ซึ่งภายใน “เขตท่องเที่ยวหนานซานอุโมงค์สวรรค์ใหญ่เล็ก” แห่งนี้ มีตำหนักเทพเจ้ามังกรและรูปปั้นของ “เทพเจ้าเอ๋า” (神鳌) เทพเจ้าที่หัวเป็นมังกรตัวเป็นเต่า ซึ่งเป็นลูกของเทพเจ้ามังกรตั้งอยู่บน “เขาเอ๋าซาน” (鳌山) เทพเจ้าที่ปกปักรักษาเขาเอ๋าซานมาเป็นเวลาช้านาน และถือเป็นเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่มีคนนับถือเป็นจำนวนมาก จึงเป็นจุดดึงดูดให้ผู้คนต่างพากันมาสักการะ นั่นเอง
|
|
|
หากใครยังสงสัยถึงลักษณะหน้าตาของเทพเจ้าองค์นี้ ให้ลองนึกภาพถึงสิ่งมงคลที่ชาวจีนโพ้นทะเลในประเทศไทยนิยมบูชาและวางไว้ตรงโต๊ะทำงาน ไม่ว่าจะเป็นแบบเซรามิก สำริด หรือเหล็ก ฯลฯ ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่มีหัวเป็นมังกรและตัวเป็นเต่าเหยียบกองเงินโบราณของจีน เพิ่มความเป็นสิริมงคลทางด้านการทำงาน การค้า และเรื่องเงินทองให้แก่ชีวิต
สถานที่ต่อไปมีชื่อว่า “สวนสาธารณะกวางเหลียวหลัง” หรือ “ลู่หุยโถว”(鹿回头公园)ตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ของอ่าวซานย่า ห่่างจากทะเลประมาณ 3 กิโลเมตร และสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 275 เมตร
|
|
จากเรื่องเล่าที่กล่าวกันว่า ในสมัยโบราณ มีหนุ่มล่าสัตว์ซึ่งเป็นชาวชนเผ่าหลีไล่ล่ากวางน้อยตัวหนึ่งที่งามสง่ามากและปราถนาที่จะได้เป็นเจ้าของ โดยไล่ล่ามาเป็นเวลา 9 วัน 9 คืน ข้ามภูเขาถึง 99 ลูก จนมาถึงยังยอดเขาของอ่าวซานย่า กวางน้อยตัวนี้ไม่มีหนทางที่จะหนีได้ต่อ เนื่องจากด้านหน้าเป็นหน้าผาสูงชัน ในขณะที่หนุ่มล่าสัตว์ชนเผ่าหลีกำลังจะเตรียมยิงธนู ทันใดนั้น กวางน้อยก็หันหลังกลับมากลายเป็นหญิงสาวชนเผ่าหลีผู้งดงาม หนุ่มล่าสัตว์ตกตะลึงในความงามและหลงรักหญิงสาวในทันที ในเวลาต่อมาทั้งสองก็ได้ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
จากตำนานความรักอันงดงามของหนุ่มสาวชนเผ่าหลี สร้างความประทับใจต่อผู้ได้ยินได้ฟังเป็นอย่างมาก จึงทำให้เมืองซานย่าสร้างรูปปั้นหินกวางเหลียวหลังไว้ ณ ยอดเขาสูงสุดของสวนสาธารณะแห่งนี้ เพื่อระลึกถึงตำนานความรักและการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขของชนเผ่าหลี
|
|
|
|
รูปที่15-16 ทิวทัศน์เมืองซานย่าจากยอดเขาสวนสาธารณะกวางเหลียวหลัง | |
จากจุดบนสุดของสวนสาธารณะกวางเหลี่ยวหลัง ไม่เพียงแค่มีรูปปั้นกวางเหลียวหลังให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเพียงอย่างเดียว นักท่องเที่ยวยังสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองซานย่าได้ทุกมุมมองกันเลยทีเดียว ซึ่งก็ได้บรรยากาศของเมืองซานย่าในอีกรูปแบบหนึ่ง
จากตำนานความรักของชนเผ่าหลี ที่ทำให้ใครต่อใครต่างประทับใจนั้น ประกอบกับการทีชนเผ่าหลีซึ่งถือชนกลุ่มน้อยที่มากที่สุดในมณฑลไห่หนานโดยมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 20 ของประชากรทั้งมณฑล โดยประชากรเผ่าหลีอาศัยอยู่ที่เมืองซานย่ามากที่สุดถึงร้อยละ 16 ของประชากรเผ่าหลีในมณฑล และมีเป็นประชากรที่มากที่สุดของเมืองซานย่า โดยมีสัดส่วนถึงร้อยละ 70 ของประชากรเมืองซานย่าด้วยแล้ว หากเราไม่ได้เข้าไปสัมผัสชีวิตของพวกเขาคงจะเรียกได้ว่ามาไม่ถึงเมืองซานย่าจริงๆ อย่างแน่นอน
ในตอนต่อไปเราจะพาท่านผู้อ่านไปรู้จักวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของชนกลุ่มน้อยชนเผ่าหลีซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของเมืองซานย่ากัน ในซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน: ไห่หนานที่ได้สัมผัส: ตอนที่ 5 ท่องเที่ยวทั่วซานย่า ภาค 2
ท่านผู้อ่านสามารถติดตามคอลัมน์ “ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน” ได้ทุกวันพุธ ถ้าผู้อ่านท่านใดมีข้อคิดเห็นหรือติชม หรืออยากให้เราซอกแซกเรื่องใดก็สามารถติดต่อมาได้ที่ e-mail: thai [email protected]






