“ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน” ไห่หนานที่ได้สัมผัส: ตอนที่ 1 ท้องฟ้า ทะเลและต้นมะพร้าว
“ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน” ไห่หนานที่ได้สัมผัส: ตอนที่ 1 ท้องฟ้า ทะเลและต้นมะพร้าว

จากชื่อเสียงของมณฑลไห่หนานหรือเกาะไหหลำซึ่งเป็นมณฑลที่โดดเด่นด้านการเกษตรและการท่องเที่ยวของจีน หลายคนยังไม่มีโอกาสเดินทางไปและอยากที่จะไปสัมผัสและเห็นด้วยตาของตัวเอง... วันนี้อาหลิวและเสี่ยวจูจะขอโอกาสนี้พาท่านผู้อ่านเดินทางไปยลโฉมมณฑลไห่หนาน ตามเส้นทางที่พวกเราทั้งสองได้ไปพบเห็นและนำมาถ่ายทอดให้แก่ผู้อ่านที่ยังไม่ได้เคยไปเยือนมณฑลซึ่งเป็นบ้านเกิดของชาวไทยเชื้อสายจีนหลายคน ให้เห็นภาพได้ชัดเจนเพิ่มมากยิ่งขึ้น กับเส้นทางในตอนแรก “ท้องฟ้า ทะเล และต้นมะพร้าว” 


รูปที่ 1 เส้นทางการคมนาคมทางถนนในมณฑลไห่หนาน (ภาพจาก www.0898go.com)

 
เราจะขอเกริ่นนำสภาพพื้นที่และการคมนาคมในเกาะไหหน่านกันก่อน เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจถึงขนาดของพื้นที่และการคมนาคมของเกาะไห่หนานซึ่งถือเป็นมณฑลที่มีขนาดเล็กที่สุดของจีน (ไม่นับมหานครของจีนทั้ง 4 แห่ง คือ กรุงปักกิ่ง นครเทียนจิน นครเซี่ยงไฮ้และนครฉงชิ่ง) การเดินทางจากเมืองเหนือสุดไปยังเมืองที่อยู่ใต้สุดของเกาะไห่หนานใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.5 - 4 ชม. ขึ้นกับเส้นทางที่เลือกใช้ในการเดินทาง

มณฑลไห่หนานตั้งอยู่ทางใต้สุดของจีนมีสภาพเป็นเกาะโดยมีเนื้อที่ประมาณ 35,354 ตร.กม. (มีเนื้อที่น้อยกว่าพื้นที่รวมของจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์และสุรินทร์ ซึ่งมีพื้นที่รวม 38,941 ตร.กม.) เมืองเอกของมณฑลคือ นครไหโข่ว (海口市) ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของมณฑล และมีเมืองท่องเที่ยวชายทะเลที่มีชื่อเสียงของมณฑลและของจีนคือเมืองซานย่า (三亚市) ซึ่งตั้งอยู่ทางทางใต้สุดของมณฑล 

จากการที่มณฑลไห่หนานมีสภาพเป็นเกาะทำให้มีพื้นที่ทางทะเลมากถึง 2.1 ล้านตร.กม. มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติใต้ทะเลจำนวนมาก ตลอดจนมีชายหาดรอบเกาะยาวถึง 1,528 กม. 

เกาะไห่หนานตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจีนจึงมีภูมิอากาศร้อนชื้น เหมาะกับการเพาะปลูก เป็นแหล่งป่าไม้เขตร้อนของจีน และเป็นแหล่งเพาะปลูกผลไม้เขตร้อนที่สำคัญแห่งหนึ่งของจีนด้วย โดยเกาะไห่หนานมีชื่อเสียงในเรื่องการเพาะปลูกพริกไทย ต้นยาง มะพร้าว กาแฟและมะม่วงหิมพานต์

การเดินทางระหว่างนครไหโข่วไปยังเมืองซานย่านั้น มีเส้นทางด่วนเชื่อมนครไหโข่วและเมืองซานย่าถึง 2 เส้นทาง ตามเส้นสีขาวในรูปที่ 1           - เส้นทางที่ 1 ได้แก่ เส้นทางด่วนสายตะวันออก (东线高速路) ระยะทางประมาณ 251 กม. - เส้นทางที่ 2 ได้แก่ เส้นทางด่วนสายตะวันตก (西线高速路) ระยะทางประมาณ 348 กม.

ในขณะเดียวกันก็มีเส้นทางหลวงเชื่อมระหว่างเมืองทั้งสองถึง 3 เส้นทาง ตามเส้นสีเหลืองในรูปที่ 2 ได้แก่
          - เส้นทางหลวงสายตะวันออกเลขที่ 223 (东线223国道) ระยะทาง 322 กม.
          - เส้นทางหลวงสายกลางเลขที่ 224 (中线224国道) ระยะทาง 312 กม.
          - เส้นทางหลวงสายตะวันตกเลขที่ 225 (西线225国道) ระยะทาง 430 กม.
 


รูปที่ 2 แสดงเส้นทางหลวงเชื่อมนครไหโข่วและเมืองซานย่า
 
(ภาพจาก www.lvyou114.com)

     
ด้านการเดินทางโดยรถไฟ ปัจจุบันมณฑลไห่หนานมีเส้นทางรถไฟสายตะวันตกเชื่อมระหว่างเมืองซานย่าและนครไหโข่ว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม. 40 นาที และจากสถานีรถไฟไหโข่วยังสามารถเดินทางไปยังมณฑลกวางตุ้ง นครเซี่ยงไฮ้และกรุงปักกิ่งได้อีกด้วย
 


รูปที่ 3 เส้นทางรถไฟที่เชื่อมระหว่างมณฑลไห่หนานและมณฑลกวางตุ้ง

 
เส้นทางรถไฟจากเมืองซานย่าไปยังมณฑลอื่นๆ ของจีนนั้น ภายในมณฑลไห่หนานจะจอดที่สถานีตงฟาง (东方站) และสถานีไหโข่ว (海口站และจากสถานีไหโข่วไปสถานีสวีเหวิน (徐闻站) เมืองจ้านเจียง (湛江ของมณฑลกวางตุ้ง จะมีการถอดโบกี้รถไฟและลำเลียงผ่านเรือขนส่งเพื่อข้ามช่องแคบโฉงโจว   (琼州海峡) โดยไปขึ้นบกที่อำเภอสวีเหวิน แล้วจึงทำการต่อโบกี้รถไฟและเดินรถต่อไปยังเส้นทางต่างๆ ต่อไป
     


รูปที่ 4 ตารางเดินรถไฟจากเมืองซานย่าไปยังเมืองต่างๆ ของจีน

 
     การเดินทางโดยรถไฟจากเมืองซานย่า-นครกวางโจว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 ชม. 40 นาที
     การเดินทางโดยรถไฟจากเมืองซานย่า-นครเซี่ยงไฮ้ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 36 ชม. 28 นาที
     การเดินทางโดยรถไฟจากเมืองซานย่า-กรุงปักกิ่ง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 35 ชม. 

จากเส้นทางการเดินทางต่างๆ ภายในเกาะ จะพบว่าการเดินทางส่วนใหญ่ภายในเกาะนั้นจะเดินทางด้วยรถยนต์เป็นหลักเพราะมีความสะดวกมากกว่าการเดินทางด้วยรถไฟซึ่งมีเวลาในการออกเดินทางเพียงแค่ 3 เที่ยวต่อวันและใช้เวลาในการเดินทางนานกว่าการเดินทางโดยรถยนต์อีกด้วย

การเดินทางของพวกเราในครั้งนี้เป็นการเดินทางรอบเกาะไห่หนาน เริ่มต้นจากนครไหโข่วไปยังเมืองซานย่า โดยใช้เส้นทางด่วนสายตะวันตก และจากเมืองซานย่าไปยังนครไหโข่ว โดยใช้เส้นทางด่วนสายตะวันออก 

ก่อนที่เครื่องบินจะลงจอด ณ สนามบินนานาชาติเหม่ยหลานนครไหโข่ว (海口美兰国际机场) เมื่อมองจากภูมิทัศน์บนเครื่องบินลงมายังพื้นที่ด้านล่างจะพบช่องแคบโฉงโจวซึ่งคั่นระหว่างมณฑลกวางตุ้งและมณฑลไห่หนาน โดยจะพบพื้นที่ป่าไม้สีเขียวที่อุดมสมบูรณ์ด้วยต้นไม้และภูเขาในพื้นที่ทางฝั่งของมณฑลไห่หนาน
 


รูปที่ 5 บรรยากาศของถนน ท้องฟ้าและต้นมะพร้าวที่รายเรียงตลอดเส้นทางถนนในนครไหโข่ว

 
สิ่งที่สัมผัสได้ในก้าวแรกที่ถึงนครไหโข่ว มณฑลไห่หนานคือ ท้องฟ้าที่มีสีฟ้าคราม ปราศจากฝุ่นละอองและควันแห่งมลพิษ ต้นมะพร้าวที่รายเรียงตามถนนตลอดเส้นทาง เมื่อเดินทางตามถนนที่เรียงรายด้วยต้นมะพร้าวกับบรรยากาศท้องฟ้าอันสดใสและสวยงามก็ช่วยให้เราสามารถผ่อนคลายจากเรื่องต่างๆ ลงได้มากทีเดียว

เมื่อถามคนท้องถิ่นในเรื่องของต้นมะพร้าวที่ปลูกเรียงรายสวยงามบนท้องถนนรอบตัวเมืองนครไหโข่วว่าเป็นมาอย่างไร คนท้องถิ่นอธิบายว่าต้นมะพร้าวที่เห็นเรียงรายตามแนวถนนนั้นแน่นอนว่าคงไม่ใช่การเติบโตตามธรรมชาติ หากเป็นการวางรากฐานและนำจุดเด่นของมณฑลในเรื่องทรัพยากรการท่องเที่ยว ทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ผสมผสานกับการเกษตรที่เป็นรากฐานที่สำคัญของมณฑล แล้วทำการวางแผนการพัฒนามณฑลไห่หนานให้เป็นมณฑลแห่งการท่องเที่ยวและพักผ่อนตากอากาศที่สำคัญของจีน

ต้นมะพร้าวที่เรียงรายอยู่ตามถนนอย่างเป็นระเบียบและสวยงามนั้นเป็นแนวคิดของผู้บริหารมณฑลไห่หนานในการวางยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาการท่องเที่ยวของมณฑลไห่หนานตั้งแต่ช่วงหลังจากการยกระดับมณฑลไห่หนานให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวและการเกษตรที่ส่งผลมาจนถึงปัจจุบันและอนาคตด้วย
 


รูปที่ 6 ท้องฟ้า ทะเลและต้นมะพร้าวบริเวณหาดในตัวเมืองไหโข่ว

 
สิ่งที่ขาดไม่ได้เมื่อมาถึงไห่หนานและทุกคนจะต้องได้พบเห็นนั่นก็คือ ทะเล ซึ่งมณฑลไห่หนานเป็นมณฑลที่ขึ้นชื่อของจีนว่ามีชายหาดและน้ำทะเลที่งดงาม จนได้รับสมญานามว่าเป็น “ฮาวายตะวันออก” นั้นเป็นอย่างไร เราจะพาท่านผู้อ่านไปชมหาดต่างๆ ที่มีชื่อเสียงของมณฑลไห่หนาน ในตอนต่อๆ ไป ในเชิงเปรียบเทียบกับชายหาดและทะเลของไทย เพื่อดูถึงศักยภาพด้านการท่องเที่ยวทางทะเลของมณฑลไห่หนานกับของไทยอีกด้วย 

ท่านผู้อ่านสามารถติดตามคอลัมน์ “ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน” ได้ทุกวันพุธ ถ้าผู้อ่านท่านใดมีข้อคิดเห็นหรือติชม หรืออยากให้เราซอกแซกเรื่องใดก็สามารถติดต่อมาได้ที่ e-mail: [email protected]   

7 ตุลาคม 2552
แหล่งข้อมูล: จากการเดินทางสำรวจข้อมูลมณฑลไห่หนานระหว่างวันที่ 9-17 กันยายน 2552(07/10/2009)
โดย: อาหลิวและเสี่ยวจู

Back to the list

More Related

  • ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการจัดแสดงสินค้านานาชาติที่สำคัญในภูมิภาคเอเชีย และยังเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีที่มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในภูมิภาคและของโลก โดยในแต่ละปี ฮ่องกงจะมีงานจัดแสดงสินค้าอัญมณีขนาดใหญ่ถึง 3 ครั้งในเดือนมีนาคม มิถุนายน และกันยายน
  • นักท่องเที่ยวที่นิยมท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นกลุ่มใหญ่ ตามด้วยไกด์ที่ถือธงสีแดงผ่านสถานที่ท่องเที่ยว และศูนย์การค้าต่างๆ ได้กลายเป็นภาพติดตาที่ทุกคนต่างเรียกว่า “กรุ๊ปทัวร์จีน”
  • เมื่อวันที่ 7-10 พ.ค. 2556 ฮ่องกงได้มีการจัดงานมหกรรมอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “HOFEX” ขึ้นที่ Hong Kong Convention and Exhibition Centre โดยงานดังกล่าวเป็นงานมหกรรมอาหารที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่มร่วมออกบูธจำนวนกว่า 1,900 ราย จาก 48 ประเทศทั่วโลก และสามารถดึงดูดผู้เที่ยวชมได้ถึง 35,000 ราย ในโอกาสดังกล่าว บีไอซีได้เดินทางไปเที่ยวชมงานและเที่ยวชิมอาหารจากนานาประเทศทั่วโลก รวมถึงสัมภาษณ์ผู้ประกอบการไทยที่มาร่วมงานด้วย จึงขอนำข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากทุกท่าน ดังนี้
  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง จัดงานเทศกาลอาหารและวัฒนธรรมไทย ณ นครฉางซา มณฑลหูหนาน (Thai Food and Culture Festival 2013, Changsha) ระหว่างวันที่ 9-12 พฤษภาคม 2556 ณ ห้างสรรพสินค้า ID Mall โดยได้รับความร่วมมือจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครหนานหนิง และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สาขานครคุนหมิง
  • ในบทความนี้ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (BIC) ขอพาท่านไปดูกันว่า การจะเปิดร้านอาหารไทยในจีนนั้น มีกฎระเบียบอะไรที่ต้องคำนึงถึง และมีขั้นตอนยากง่ายประการใด

สถานการณ์ในต่างประเทศ