
![]() | ในตอนที่ 1 ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนานได้แนะนำแนวทาง นโยบาย และภารกิจของสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุนไปบ้างแล้ว ตอนที่ 2 เราจะมาดูถึงความสำเร็จเบื้องต้นจากงานพิธีเปิดสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน ณ นครกวางโจวที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นนิมิตรหมายอันดีในการพัฒนาความสัมพันธ์ ทั้งทางด้านความร่วมมือ การลงทุน เศรษฐกิจการค้าระหว่างไทยกับจีนในอนาคต นั่นเอง ภายในวันพิธีเปิดงาน นั้น ไม่เพียงแต่พิธีเปิดงาน ตัดริบบิ้นเพียงอย่างเดียว สำนักงานเศรษฐกิจการลงทุนยังได้มีการจัดสัมมนาธุรกิจไทย-จีน (นครกวางโจว) โดยมีหน่วยงานภาครัฐ และนักธุรกิจชั้นนำของจีน และไทย จำนวนกว่า 500 คน โดยเป็นนักธุรกิจจีนจำนวน 330 คน นักธุรกิจไทย 170 คน
การจัดสัมมนาในครั้งนี้ ถือเป็นการย้ำความเชื่อมั่น ในการเชิญชวนให้นักธุรกิจจีนในมณฑลกวางตุ้งเข้าไปลงทุนในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น และถือเป็นเวทีในการสร้างความเข้าใจอันดีในด้านการลงทุน การค้าระหว่างไทยกับจีน อีกด้วย |
|
|
|
|
รูปที่ 1-2 บรรยากาศภายในช่วงการจัดสัมมนาธุรกิจไทย-จีน (นครกวางโจว) | |
ประกอบกับการจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ เพื่อดึงดูดการลงทุนของนักธุรกิจให้เข้าไปลงทุนในประเทศไทย โดยได้รับความสนใจจากกลุ่มนักธุรกิจจีนจำนวน 117 บริษัท และบริษัทไทยจำนวน 24 บริษัท ซึ่งเป็นสมาชิกจากสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน และสมาชิกของสมาคมนักธุรกิจยอดเยี่ยมเชื้อสายจีนทั่วโลก ในสาขา อาหาร ข้าว ยาง เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ พลาสติก และอื่น ๆ ในการนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการลงทุนยังได้เปิดคลินิกให้คำปรึกษาด้านการลงทุน โดยเปิดโอกาสให้นักธุรกิจจีนเข้ามาสอบถาม และขอรับข้อมูลเพิ่มเติมด้านการลงทุนในประเทศไทยด้วย
|
|
|
|
รูปที่ 3-4 บรรยากาศช่วงจัดคู่ธุรกิจ | |
ในกิจกรรมนี้ ถือว่าค่อนข้างประสบความสำเร็จ โดยมีการขอคำปรึกษาจากบีโอไอในเรื่องการค้าและการลงทุนในประเทศไทย 17 บริษัท มีการจับคู่เจรจาธุรกิจทั้งสิ้น 98 คู่ โดยแบ่งเป็นการจับคู่เจรจาธุรกิจทั่วไป 89 คู่ การจับคู่เจรจาโดยมีการลงนามความร่วมมือ (MOU) 9 คู่ โดยธุรกิจส่วนมากเป็นอุตสาหกรรมอาหาร ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ การเกษตร โลหะภัณฑ์ และอสังหาริมทรัพย์
|
|
|
รูปที่ 5 นายชาญชัยฯ ให้เกียรติเป็นสักขีพยานในการลงนามความร่วมมือ (MOU) |
มูลค่าการเจรจาธุรกิจทั้งหมดรวมกัน มีมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น มูลค่าการค้า 12,000 ล้านบาท และ การลงทุน 8,000 ล้านบาท
จากมูลค่า 20,000 ล้านบาทข้างต้น เป็นมูลค่าจากการลงนามความร่วมมือ (MOU) จำนวน 9 ฉบับ มีมูลค่าการค้าการลงทุนประมาณ 15,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการลงนามด้านการค้า มูลค่า 12,000ล้านบาท และการลงทุน 3,000 ล้านบาท ได้แก่
- การทำข้อตกลงขายผลไม้มาจีน มีมูลค่ามากกว่า 10,500 ล้านบาท
- การทำข้อตกลงขายยางพารามาจีน มีมูลค่า 500 ล้านบาท
- การทำข้อตกลงขายแป้งมันสำปะหลังมาจีน มีมูลค่า 100 ล้านบาท
- การทำข้อตกลงการลงทุนชิ้นส่วนสายไฟและนาฬิกาในไทยมีมูลค่า 350 ล้านบาท
- การทำข้อตกลงร่วมลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ในไทยมีมูลค่า 3,500 ล้านบาท
ด้านการจับคู่ทางธุรกิจทั่วไปมีมูลค่าประมาณ 1,470 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นมูลค่าการค้า 1,200 ล้านบาท และมูลค่าการลงทุน 270 ล้านบาท
|
|
|
รูปที่ 6 บรรยากาศการลงนามความร่วมมือ (MOU) |
ด้านการเปิดคลีนิกให้คำปรึกษาของบีโอไอ ก็ได้รับความสนใจจากนักลงทุนจีนเป็นอย่างมาก มีบริษัทจีนสนใจมาขอคำปรึกษาประมาณ 17 บริษัท เช่น กิจการวิจัยและพัฒนาเพื่อการถนอมอาหาร กิจการยาง การก่อสร้าง การผลิตแอลอีดีแลมป์ ผลิตกระแสไฟฟ้าจากขยะ ผลิตผลิตภัณฑ์ประทินร่างกาย เป็นต้น โดยสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุนนครกวางโจวจะติดตามและอำนวยความสะดวกให้บริษัทเหล่านี้ไปลงทุนในประเทศไทย และในเบื้องต้นมี 7 บริษัทที่สนใจจะไปลงทุนในประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 3,310 ล้านบาท
นายชาญชัยฯ ได้กล่าวว่า “กิจกรรมจับคู่ธุรกิจลักษณะนี้ ที่ผ่านมาสามารถสร้างเงินลงทุนจากต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนในไทยได้ปีละหลายแสนล้านบาท เป็นหัวใจสำคัญของการโรดโชว์ทุกครั้งที่จะต้องทำ เพราะช่วยต่อยอดและสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทย สามารถชักชวนการลงทุน รวมทั้งจับคู่ธุรกิจได้โดยตรง นับเป็นการกระตุ้นการลงทุนที่มาถูกทางแล้ว”
|
|
|
|
รูปที่ 7-8 บรรยากาศการลงนามความร่วมมือ (MOU) | |
ด้านนางอรรชกา สีบุญเรือง บริมเบิล เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ได้กล่าวว่า “การโรดโชว์ของกระทรวงอุตสาหกรรมและบีโอไอในครั้งนี้ เบื้องต้นจะสามารถดึงเงินจากการค้าและการลงทุนใหม่จากจีนเข้ามาได้ประมาณ 20,000 ล้านบาท และคาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนเข้ามาในไทยอย่างต่อเนื่อง ในกิจกรรมโรดโชว์ครั้งต่อๆ ไป เพราะบรรยากาศการลงทุนของไทย ในมุมมองของนักลงทุนต่างชาติ เริ่มเป็นบวก จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ทำอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัว”
ในการนี้ ผู้ประกอบการด้านอิเล็กทรอนิกส์ อย่างเช่น กลุ่มบริษัท TCL Corporation ในเมืองหุ้ยโจว ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตจอ LCD โทรทัศน์สี โทรศัพท์มือถือ รายใหญ่ของจีน และเป็นผู้ผลิตอันดับต้นๆ ของโลกในกลุ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชนิด เช่น เป็นผู้ผลิตเครื่องเล่นดีวีดีอันดับต้นๆ ของโลก ได้แสดงความสนใจในนโยบายส่งเสริมการลงทุน และสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนของไทยเป็นอย่างมาก
ประกอบกับการดำเนินงานของสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุนที่กำลังประสานงานกับกระทรวงการค้าระหว่างประเทศ และความร่วมมือทางเศรษฐกิจสาขามณฑลกวางตุ้งของจีน เพื่อจัดกิจกรรมนำคณะนักธุรกิจจีนประมาณ 300 คนไปเยือนประเทศไทยในเดือนพฤศจิกายนนี้ อีกด้วย
นี่เป็นเพียงก้าวแรกของการดำเนินงานอย่างจริงจังด้านการส่งเสริมการลงทุนในไทยของสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุนในนครกวางโจว ซึ่งการกระตุ้น และผลักดันให้นักธุรกิจจีนเข้าไปลงทุนในประเทศไทยมีทิศทางที่ดี และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น หากการเชิญชวนนักธุรกิจจีนไปลงทุนในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ดังเป้าหมายที่วางไว้ อนาคตการพัฒนาเศรษฐกิจไทยคงเดินไปในทิศทางที่สดใสอย่างแน่นอน
ท่านผู้อ่านสามารถติดตามคอลัมน์ “ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน” ได้ทุกวันพุธ ถ้าผู้อ่านท่านใดมีข้อคิดเห็น หรือติชม หรืออยากให้เราซอกแซกเรื่องใดก็สามารถติดต่อมาได้ที่ e-mail: [email protected] และ[email protected]









