“ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน” รุกตลาดจีน ส่งเสริมการลงทุนในไทย ตอนที่ 1
“ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน” รุกตลาดจีน ส่งเสริมการลงทุนในไทย ตอนที่ 1

ภายใต้สภาพวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่กำลังโหมกระหน่ำในหลายๆ ประเทศ นั้น ส่งผลกระทบอย่างมากทางด้านเศรษฐกิจของหลายๆ ประเทศ ไม่เว้นแม้แต่ประเทศยักษ์ใหญ่ อย่างสหรัฐอเมริกา จีน และประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปประเทศไทยแม้จะได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกในครั้งนี้ไม่รุนแรงนัก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยจะมีสภาพเศรษฐกิจที่ดีอย่างเต็มร้อย และเป็นที่ทราบกันดีว่าทั้งภาครัฐและเอกชน ประกอบจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้เลย

ช่วงเวลาที่ผ่านมา ทางภาครัฐได้ส่งเสริมนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจมาโดยตลอด และหนึ่งในกลยุทธ์ที่สำคัญที่รัฐบาลพยายามกระตุ้นและผลักดันเป็นอย่างมาก คือ การส่งเสริมการลงทุนของประเทศต่างๆ ทั่วโลก ในประเทศไทย

หนึ่งในประเทศสำคัญที่ทางประเทศไทยเล็งเห็นและให้ความสำคัญนั่นก็คือ ประเทศจีน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า ประเทศจีนในปัจจุบันกำลังก้าวไปสู่การเป็นประเทศผู้นำของโลก ซึ่งมีศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจไม่แพ้ประเทศใหญ่ๆ อย่างสหรัฐอเมริกา หรือประเทศญี่ปุ่น เลย
  


 
แม้ประเทศจีนจะประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจโลกเหมือนประเทศอื่นๆ ก็ตาม แต่ประเทศจีนก็แสดงให้ทั่วโลกได้เห็นแล้วว่า ประเทศจีนยังคงมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง แม้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจจะลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่ประเทศจีนก็สามารถฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศไปได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ

ด้วยศักยภาพของประเทศจีนที่ยังคงมีเสถียรภาพอยู่ในปัจจุบัน ประเทศจีนจึงเป็นประเทศที่รัฐบาลไทยเล็งเห็นและส่งเสริมให้มีการเชิญชวนนักธุรกิจจีนเข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยการจัดตั้งสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน (BOI)กระทรวงอุตสาหกรรรมในประเทศจีน

ในปี พ.ศ. 2552 รัฐบาลไทยได้เปิดสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุนในประเทศจีนไปแล้วด้วยกัน 3 แห่ง ณ กรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ และนครกวางโจว วันนี้ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน จะขอพาไปเจาะลึกการทำงานด้านการส่งเสริมการลงทุน ณ นครกวางโจว 

สำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน หรือที่คนส่วนใหญ่รู้จักและเรียกกับติดปากว่าสำนักงาน “บีโอไอ” (BOI) เริ่มตั้งสำนักงาน ณ นครกวางโจวตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2552 และจัดพิธีเปิดสำนักงานอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 20 สิงหาคม 2552 โดยได้รับเกียรติจากนายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธานเปิดงานฯ
 

รูปที่ 1 นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธานในพิธีเปิดสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน ณ นครกวางโจว

 
สำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน ณ นครกวางโจว ถือเป็นสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุนในต่างประเทศแห่งที่ 12 โดยก่อนหน้านี้ได้เปิดสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุนไปแล้ว 11 แห่ง ได้แก่ เมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนีกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสนิวยอร์ก และลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกากรุงโตเกียว และโอซากา ประเทศญี่ปุ่นกรุงปักกิ่ง และเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีนซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลียเมืองไทเป ไต้หวัน 

หน้าที่หลักของสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน ณ นครกวางโจว คือ การชักจูงและส่งเสริมการลงทุนสู่ประเทศไทย การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลนโยบายส่งเสริมการลงทุนของไทย และการประสานงานด้านการลงทุนระหว่าง ไทย –จีน

โดยมีพื้นที่ในความรับผิดชอบ 7 พื้นที่ ได้แก่ มณฑลกวางตุ้ง, มณฑลกวางสี, มณฑลฝูเจี้ยน, มณฑลเจียงซี, มณฑลหูหนาน, มณฑลไห่หนาน, ฮ่องกง และมาเก๊า

การเปิดสำนักงานในนครกวางโจว ถือเป็นการย้ำถึงความจริงใจของไทย ที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนของกลุ่มนักธุรกิจจีน โดยสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุนจะเป็นแหล่งให้ข้อมูล นโยบายส่งเสริมการลงทุนของไทย ที่เป็นประโยชน์แก่นักลงทุนในพื้นที่จีนตอนใต้
 

รูปที่ 2-3 บรรยากาศในพิธีเปิดงานฯ

 
โดยเฉพาะอย่างยิ่งนครกวางโจวเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของมณฑลกวางตุ้ง และมณฑลกวางตุ้งซึ่งได้ชื่อว่า โรงงานของโลกมีศักยภาพในด้านอุตสาหกรรม ไฮเทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วน ประกอบกับนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลมณฑลกวางตุ้งที่เล็งเห็น ให้สำคัญ และผลักดันให้นักธุรกิจจีนไปลงทุนในต่างประเทศ 

ซึ่งจะสังเกตได้จาก ปัจจุบัน มีชาวจีนที่ไปอยู่ในต่างประเทศมากกว่า 50 ล้านคน และในจำนวน 30 ล้านคนเป็นชาวจีนจากมณฑลกวางตุ้ง และไปอยู่ในประเทศไทยค่อนข้างมาก อีกด้วย
 

 

รูปที่ 4-5 พิธีตัดริบปิ้นเปิดงานฯ

 
อีกทั้ง การเปิดสำนักงานฯ ณ นครกวางโจวในครั้งนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของไทยในการเป็นฐานรองรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมของจีน และความพร้อมในการรองรับนโยบายของรัฐบาลจีนที่สนับสนุนวิสาหกิจจีนเข้าไปลงทุนเพื่อร่วมพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานในประเทศไทย เช่น โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ และความร่วมมือด้านโลจิสติกส์  การท่องเที่ยว และเทคโนโลยีทางการเกษตร ในอนาคต อีกด้วย

ในตอนที่ 2 เราจะมาติดตามกันว่าจากพิธีเปิดงาน และความสำเร็จในเบื้องต้นของการเชิญชวนให้นักธุรกิจจีนไปลงทุนในประเทศไทย มีแนวโน้มเป็นอย่างไร 

ข้อมูลเพิ่มเติม
สถานที่ตั้งสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครกวางโจว 
ชั้น 12 ห้อง 1216 Garden Tower, Huanshi Dong Lu, Guangzhou, PRC. 510064 
เบอร์โทรศัพท์ (86-20) 8387-7770 โทรสาร (86-20)  8387-2700  

ท่านผู้อ่านสามารถติดตามคอลัมน์ ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนานได้ทุกวันพุธ ถ้าผู้อ่านท่านใดมีข้อคิดเห็น หรือติชม หรืออยากให้เราซอกแซกเรื่องใดก็สามารถติดต่อมาได้ที่ e-mail: [email protected] และ[email protected] 

9 กันยายน 2552
แหล่งข้อมูล: จากการเข้าร่วมสังเกตการณ์ในงานพิธีเปิดสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน ณ นครกวางโจว(20/08/2009)
โดย: เสี่ยวจู

Back to the list

More Related

  • ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการจัดแสดงสินค้านานาชาติที่สำคัญในภูมิภาคเอเชีย และยังเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีที่มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในภูมิภาคและของโลก โดยในแต่ละปี ฮ่องกงจะมีงานจัดแสดงสินค้าอัญมณีขนาดใหญ่ถึง 3 ครั้งในเดือนมีนาคม มิถุนายน และกันยายน
  • นักท่องเที่ยวที่นิยมท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นกลุ่มใหญ่ ตามด้วยไกด์ที่ถือธงสีแดงผ่านสถานที่ท่องเที่ยว และศูนย์การค้าต่างๆ ได้กลายเป็นภาพติดตาที่ทุกคนต่างเรียกว่า “กรุ๊ปทัวร์จีน”
  • เมื่อวันที่ 7-10 พ.ค. 2556 ฮ่องกงได้มีการจัดงานมหกรรมอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “HOFEX” ขึ้นที่ Hong Kong Convention and Exhibition Centre โดยงานดังกล่าวเป็นงานมหกรรมอาหารที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่มร่วมออกบูธจำนวนกว่า 1,900 ราย จาก 48 ประเทศทั่วโลก และสามารถดึงดูดผู้เที่ยวชมได้ถึง 35,000 ราย ในโอกาสดังกล่าว บีไอซีได้เดินทางไปเที่ยวชมงานและเที่ยวชิมอาหารจากนานาประเทศทั่วโลก รวมถึงสัมภาษณ์ผู้ประกอบการไทยที่มาร่วมงานด้วย จึงขอนำข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากทุกท่าน ดังนี้
  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง จัดงานเทศกาลอาหารและวัฒนธรรมไทย ณ นครฉางซา มณฑลหูหนาน (Thai Food and Culture Festival 2013, Changsha) ระหว่างวันที่ 9-12 พฤษภาคม 2556 ณ ห้างสรรพสินค้า ID Mall โดยได้รับความร่วมมือจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครหนานหนิง และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สาขานครคุนหมิง
  • ในบทความนี้ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (BIC) ขอพาท่านไปดูกันว่า การจะเปิดร้านอาหารไทยในจีนนั้น มีกฎระเบียบอะไรที่ต้องคำนึงถึง และมีขั้นตอนยากง่ายประการใด

สถานการณ์ในต่างประเทศ