
จากคอลัมน์ “ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน” ไห่หนานที่ได้สัมผัส ที่เราได้นำเสนอต่อท่านผู้อ่านมาทั้ง 9 ตอนแล้วนั้น ในตอนนี้จะเป็นการนำเสนอข้อมูลโดยสรุปและเปรียบเทียบกับไทยในมุมมองของเราที่ได้ไปสัมผัส เพื่อจะได้เป็นแนวทางในการมองและเข้าใจไห่หนานเพิ่มขึ้นไม่มากก็น้อย
เริ่มต้นจากการเดินทางของเราที่เดินทางจากนครกว่างโจว มณฑลกวางตุ้งไปสำรวจข้อมูลมณฑลไห่หนานโดยตั้งต้นที่นครไหโข่วแล้วเดินทางไปยังเมืองซานย่าในเส้นทางสายตะวันตกและจากซานย่ากลับสู่นครไหโข่วโดยใช้เส้นทางสายตะวันออก ซึ่งเป็นการเดินทางสำรวจมณฑลไห่หนานแบบรอบเกาะ
|
|
ปัจจุบันมณฑลไห่หนานมีสนามบินให้บริการอยู่สองแห่งซึ่งเป็นสนามบินนานาชาติรองรับเส้นทางการบินทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ได้แก่ สนามบินนานาชาติเหม่ยหลาน ที่นครไหโข่ว (海口美兰国际机场) ซึ่งอยู่ด้านบนของเกาะ และสนามบินนานาชาติเฟิ่งหวงเมืองซานย่า (三亚凤凰国际机场) ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้ของเกาะ
และเพื่อให้ตอบสนองและรองรับกับการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวตากอากาศและการจัดงานประชุมนานาชาติระดับโลกนั้น ทางมณฑลไห่หนานก็ได้มีการดำเนินการก่อสร้างสนามบินแห่งที่ 3 ที่ตำบลโป๋อ๋าว (博鳌) เมืองโฉงไห่ (琼海) ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของเกาะ เพื่อรองรับการให้บริการผู้นำและนักธุรกิจของประเทศต่างๆ ในการเดินทางมาร่วมประชุม Boao Forum for
ในด้านของการคมนาคมทางบกภายในมณฑล ปัจจุบันมณฑลไห่หนานมีเส้นทางด่วนเชื่อมระหว่างนครไหโข่วและเมืองซานย่าอยู่ 2 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางด่วนสายตะวันตกและสายตะวันออก โดยที่เส้นทางสายตะวันออกจ ะมีระยะทางประมาณ 250 กม. สั้นกว่าสายตะวันตก ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 3 ชม. น้อยกว่าเส้นทางสายตะวันตกกว่า 1 ชม. โดยสามารถขึ้นรถโดยสารได้ที่สถานีขนส่งของเมืองนั้นๆ
|
|
|
เพื่ออำนวยความสะดวกในด้านการคมนาคมขนส่งให้กับประชาชนในไห่หนาน และด้านการท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนมากถึง 20 ล้านคนต่อปี ทางมณฑลไห่หนานได้ดำเนินการสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมนครไหโข่วกับเมืองซานย่าเข้าด้วยกัน ซึ่งสามารถร่นระยะเวลาในการเดินทางลงได้จาก 3 ชม. เหลือเพียง 1 ชม. 30 นาทีเท่านั้น โดยโครงการนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จและให้บริการได้ในปลายปี 2553
|
|
นอกจากนี้เพื่อลดอุปสรรคในการคมนาคมติดต่อระหว่างมณฑลไห่หนานซึ่งมีสภาพเป็นเกาะกับมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งอยู่ในส่วนของแผ่นดินใหญ่นั้น จากปัจจุบันที่เชื่อมต่อพื้นที่ระหว่างช่องแคบโฉงโจว (琼州) ด้วยเส้นทางน้ำซึ่งใช้เวลาในการเดินทางนานถึง 1-2 ชม. ขึ้นกับขนาดและความเร็วของเรือ และเส้นทางอากาศจากนครไหโข่วไปยังเมืองจ้านเจียง ของมณฑลกวางตุ้งซึ่งเป็นเมืองบนแผ่นดินใหญ่ของจีนที่ใกล้กับมณฑลไห่หนานมากที่สุดใช้เวลาประมาณ 30 นาที แต่มีค่าใช้จ่ายที่แพงกว่ามาก จึงได้มีแนวคิดในการสร้างสะพานข้ามทะเลเชื่อมพื้นที่ทั้งสองระหว่างช่องแคบโฉงโจวเข้าด้วยกัน โดยโครงการนี้อยู่ในขั้นตอนของการออกแบบและเสนอให้คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปของจีนพิจารณา คาดว่าจะสามารเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2555 และเปิดใช้งานได้ในปี 2563 (ระยะเวลาในการดำเนินการก่อสร้างประมาณ 8 ปี) ซึ่งจะทำให้ประชาชนของทั้งสองมณฑลเดินทางติดต่อกันได้อย่างสะดวกและรวดเร็วขึ้นมากกว่าปัจจุบัน โดยใช้เวลาในการข้ามช่องแคบนี้เหลือเพียง 20 นาที
ด้านการท่องเที่ยวของมณฑลไห่หนาน มณฑลไห่หนานมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายหลากหลายตั้งแต่แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและพุทธธรรม ตลอดจนโบราณสถานต่างๆ แต่ที่โดดเด่นที่สุดคือ การท่องเที่ยวพักผ่อนทางทะเล เนื่องจากมณฑลไห่หนานมีสภาพภูมิศาสตร์ที่อยู่ตอนใต้ของจีน จึงมีสภาพอากาศแบบเขตร้อนชื้น เหมาะแก่การพักผ่อนตากอาาศทั้งในฤดูและฤดูหนาว
|
|
|
|
|
|
สภาพชายหาดและเกาะเล็ก เกาะน้อยที่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของไห่หนานนั้น โดยสภาพของธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นทะเล ท้องฟ้า ทรายตามแนวชายหาด ก็ไม่ได้สวยงามมากนักเมื่อเทียบกับชายหาดและทะเลของไทย เช่น ภูเก็ต เกาะพีพี เกาะเสม็ด หรือเกาะล้าน แต่สิ่งที่ทางไห่หนานมีการพัฒนาที่ดีกว่าก็คือการบริหารจัดการด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆ ของบริเวณสถานที่ท่องเที่ยว เช่น ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ การจัดวางเตียงพักบริเวณชายทะเล การบริหารจัดการร้านค้าบริเวณชายหาด ที่ทำได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาดสวยงาม ตลอดจนมีการติดป้ายราคาสินค้าและบริการที่ชัดเจน
|
|
|
|
|
|
|
|
|
แม้ว่าจะมีการบริหารจัดการด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานและการจัดสถานที่ได้อย่างดี แต่สิ่งที่ยังขาดอยู่ คือ เรื่องอุปสรรคด้านการสื่อสารระหว่างผู้ให้บริการกับนักท่องเที่ยว โดยผู้ให้บริการและผู้ขายสินค้านั้นไม่สามารถที่จะสื่อสารภาษาต่างประเทศได้ ต้องใช้ภาษาจีนกลางหรือภาษาไหหลำในการสื่อสารเท่านั้น ต่างจากบ้านเราที่ผู้ให้บริการและผู้ขายสินค้าสามารถพูดได้หลายภาษาไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษ จีน รัสเซีย ญี่ปุ่น เกาหลี เพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเลือกซื้อสินค้าของตน โดยที่ผมเคยถามคนเดินขายสินค้าบริเวณชายหาดของบ้านเราว่าทำไมถึงพูดได้หลายภาษา คนขายตอบว่าก็อาศัยเรียนจากนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวนี่แหละ แล้วค่อยๆ ฝึกจนคล่องขึ้น เพื่อจะได้พูดคุยกับนักท่องเที่ยวแต่ละชาติได้รวมถึงจะได้ช่วยการขายได้อีกทางหนึ่งด้วย นับเป็นจุดที่แตกต่างกันอย่างมากเลยทีเดียวในเรื่องของทัศนคติในการให้บริการของไทยและจีน
|
|
|
ในภาคธุรกิจของไห่หนานนั้น เท่าที่สัมผัสและเห็นได้ชัดคือ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาคบริการ การท่องเที่ยว และอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ร้านอาหาร สถานบันเทิง การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ บริเวณชายทะเล โดยเราจะพบโรงแรม 5 ดาว และคอนโดต่างๆ เรียงรายกันตลอดแนวชยหาดของเมืองซานย่า ซึ่งเป็นเมืองที่มีชายหาดสวยงามที่สุดในมณฑลไห่หนาน มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและต่างชาติเข้ามาเยี่ยมเยือนเป็นจำนวนมากตลอดทั้งปี โรงแรมต่างๆ จึงมีการสร้างจุดเด่นของตนเองขึ้น โดยมีการเสริมความแข็งแกร่งด้านการบริการ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการสปาหรือร้านอาหารที่หลากหลาย จึงเป็นหนึ่งในโอกาสของธุรกิจไทยที่จะเข้าไปฉกฉวยโอกาสในจุดนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นสปาและนวดไทย หรือร้านอาหารไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยการเข้าไปศึกษาตลาดอย่างจริงจังและหาโอกาสในการเจรจาเป็นพันธมิตรหรือหุ้นส่วนทางธุรกิจกับโรงแรมต่างๆ ในมณฑลไห่หนาน
|
|
|
|
สปาและนวดแผนไทยที่ลงทุนโดยสิงคโปร์ในเมืองซานย่าภายใต้ Angsana Spa | |
สภาพของตลาดผู้บริโภคในไห่หนานนั้น ประชากรที่อาศัยอยู่ในไห่หนานมีประมาณ 8.6 ล้านคน ในขณะที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมากกว่า 20 ล้านคนต่อปี ซึ่งถ้าจะให้แบ่งตลาดของผุ้บริโภคในมณฑลไห่หนานสามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ คนในพื้นที่ (คนท้องถิ่นและชาวจีน/ชาวต่างชาติที่เดินทางมาพำนักและทำงานที่ไห่หนาน) นักท่องเที่ยวชาวจีน และนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งรูปแบบในการบริโภคก็จะแตกต่างกันออกไป การทำตลาดสินค้าหรือบริการต่างๆ ก็ควรจะเข้ามาศึกษาพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มต่อไป
|
|
|
สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปเที่ยวไห่หนานนั้น ส่วนใหญ่คนท้องถิ่นดั้งเดิมของไห่หนานสามารถพูดภาษาไหหลำได้ ในขณะที่ประชากรอีกจำนวนมากก็เป็นชาวจีนต่างถิ่นที่เข้ามาทำงานและท่องเที่ยวซึ่งพูดภาษาไหหลำไม่ได้ ดังนั้นภาษาจีนกลางจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนด้านสภาพอากาศและอาหารก็คงจะไม่ได้เป็นปัญหาอะไรกับคนไทยมากนัก เพราะอากาศก็ใกล้เคียงกับบ้านเรา และอาหารไหหลำก็เป็นหนึ่งในอาหารจีนที่ชาวไทยรู้จักและคุ้นเคย และถ้าได้มีโอกาสไปเยือนมณฑลไห่หนานก็ไม่ควรที่จะพลาดการไปเยือนแหล่งท่องเที่ยวเชิงพุทธธรรม “วัดหนานซาน” ณ เมืองซานย่า ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานองค์เจ้าแม่กวนอิมกลางทะเลมีความสูงถึง 108 ม. และยังเป็นที่ประดิษฐานองค์กวนอิมพันมือที่ทำด้วยทองคำและหยกที่สูงที่สุดในโลกอีกด้วย
ผมหวังว่า “ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน” ในชุดมณฑลไห่หนานที่ได้สัมผัสทั้ง 10 ตอนที่ได้นำเสนอแก่ผู้อ่านคงทำให้ผู้อ่านได้เห็นภาพและรู้จักมณฑลไห่หนานมากขึ้นไม่มากก็น้อย และก็ขอขอบคุณผู้อ่านที่ได้ส่งกำลังใจและข้อคิดเห็นต่างๆ มาให้ทางผู้เขียนด้วยนะครับ
ท่านผู้อ่านสามารถติดตามคอลัมน์ “ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน” ได้ทุกวันพุธที่ 1 และพุธที่ 3 ของเดือน ถ้าผู้อ่านท่านใดมีข้อคิดเห็นหรือติชม หรืออยากให้เราซอกแซกเรื่องใดก็สามารถติดต่อมาได้ที่ e-mail: [email protected]







