
ผ่านพ้นไปแล้วกับการจัดงาน “Amazing

จุดประสงค์ของการจัดงานเพื่อเป็นการส่งเสริมความร่วมมือและผลักดันการท่องเที่ยวไทย โดยภายในงานมีการแนะนำโปรแกรมการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ สถานที่ท่องเที่ยวเส้นทางใหม่ให้กับชาวกวางตุ้ง รวมถึงมีการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานซักถามเกี่ยวกับสถานการณ์การท่องเที่ยวไทยในปัจจุบัน ทั้งนี้ มีผู้แทนจากบริษัทนำเที่ยวชั้นนำในมณฑลกวางตุ้ง และบริเวณใกล้เคียง ตลอดจนประชาชนที่สนใจกว่า 200 รายเข้าร่วมงาน
ในการนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้เป็นผู้กล่าวสุนทรพจน์เปิดงาน เพื่อชี้แจงทิศทางการท่องเที่ยวไทย และสถานการณ์ในประเทศไทยในปัจจุบัน เมื่อเวลา 9.30 น.
คำกล่าวของนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้
นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเชิญชวนนักท่องเที่ยวกวางตุ้งว่า “ประเทศไทยไม่เพียงเป็นประเทศที่มีทะเลอันสวยงาม อาหารทะเลอันแสนอร่อย นักท่องเที่ยวยังจะได้สัมผัสกับบริการสปาชั้นเยี่ยม และการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ” อีกด้วย
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประเทศจีนได้เปิดให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศไทยแบบกรุ๊ปทัวร์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 ซึ่งถือเป็นปีแรกที่นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในทุกๆ ปี มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยสูงถึง 1,000,000 กว่าคน และกว่า 40% เป็นนักท่องเที่ยวจากมณฑลกวางตุ้ง
ในช่วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวของประเทศไทยซบเซาลงไปอย่างมาก เนื่องจากภาวะความไม่สงบทางการเมืองภายในประเทศ ทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเกิดความไม่มั่นใจในการเดินทางมายังประเทศไทย ประกอบกับความไม่สะดวกในการเดินทางเข้าประเทศไทยในช่วงเกิดวิกฤตการณ์ทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองส่งผลให้นักท่องเที่ยวลดลงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลมั่นใจว่าจะแก้ปัญหาเพื่อให้ประเทศไทยกลับมามีเสถียรภาพเหมือนในอดีตอย่างแน่นอน โดยปัจจุบัน รัฐบาลทำงานหนักมากเพื่อสร้างความสมานฉันท์ภายในประเทศ และประเทศไทยพร้อมที่จะต้อนรับนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางมาในประเทศไทย อีกครั้ง"
นายกรัฐมนตรียังกล่าวอย่างมั่นใจว่า “ประเทศไทยจะสามารถฟื้นฟูกลับมาเป็นดินแดนแห่งรอยยิ้ม เสรีภาพ และโอกาสเหมือนอดีตได้อย่างแน่นอน”
เพื่อย้ำความมั่นใจและเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมในการออกวีซ่าแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่เดือน มี.ค. – มิ.ย. 52 นั้น ทางรัฐบาลได้อนุมัติการขยายเวลาการยกเว้นค่าธรรมเนียมในการขอรับการตรวจลงตราออกไปอีกจนถึงเดือน มี.ค. พ.ศ. 2553 เพื่อเชิญชวนให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาสัมผัสเมืองไทย ซึ่งในปัจจุบันไม่มีเหตุการณ์ความวุ่นวายเหมือนที่ผ่านมาแล้ว
ในขณะเดียวกัน จะมีการเปิดเส้นทางบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ – ภูเก็ต โดยการเช่าเหมาลำ จะเริ่มตั้งแต่เดือน ก.ค. พ.ศ. 2552 เป็นต้นไป ซึ่งการบริการนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มมากขึ้น อีกด้วย
ตั้งแต่เดือน มี.ค. พ.ศ. 2552 ที่ผ่านมา มีการเปิดเส้นทางการบินตรงจากกรุงเทพฯ ถึงเมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง ซึ่งเกิดจากความร่วมมือและการทำงานอย่างใกล้ชิดของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กับภาคเอกชนจีน นั่นเอง
การเพิ่มเส้นทางการบินระหว่างประเทศไทยกับมณฑลกวางตุ้งในครั้งนี้ ถือเป็นสิ่งบ่งบอกให้เห็นถึงการส่งเสริมและสนับสนุนการขยายการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ระหว่างทั้ง 2 ประเทศให้เพิ่มมากขึ้น
นายกรัฐมนตรี ยังให้ความมั่นใจกับสถานการณ์ในประเทศไทย โดยกล่าวว่า พร้อมที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวจีนอย่างเต็มที่ และมั่นใจว่าในช่วงครึ่งปีหลังนักท่องเที่ยวจีนจะเพิ่มมากขึ้น เพราะรัฐบาลกลางได้ส่งสัญญาณในการผ่อนปรนการประกาศเตือนนักท่องเที่ยวจีนที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวยังประเทศไทยอย่างชัดเจนไปยังระดับมณฑลแล้วด้วย
|
|
|
|
รูปที่ 1 นายกรัฐมนตรีกล่าวสุนทรพจน์เปิดงาน |
รูปที่ 2 แขกผู้เกียรติทั้งฝ่ายไทยและจีน |
ภายในงาน ผู้ประกอบการและภาคเอกชนของไทยได้แสดงความเชื่อมั่นว่าสถานการณ์จะดีขึ้น เพราะนักท่องเที่ยวจีนยังสนใจที่จะมาท่องเที่ยวเมืองไทยอยู่เป็นจำนวนมาก และในเรื่องของความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศ ประเทศไทยได้มีการจัดประชุมระดับนานาชาติมาหลายครั้ง ซึ่งจะเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ เช่น ล่าสุดได้มีการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนเกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 และรัฐมนตรีของจีนก็เดินทางมาด้วย
|
|
|
|
รูปที่ 3-4 บรรยากาศภายในงาน | |
อีกทั้งในอนาคต จะมีการประชุมของอาเซียน+4 (Chinese Clans Meeting) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยจะมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 600 คน เพื่อหารือเกี่ยวกับวัฒนธรรม การศึกษา และเศรษฐกิจระหว่างคนเชื้อสายจีนในอาเซียนกับคนจีนจากเอเชียตะวันออก อีกด้วย
ปัจจุบัน ประเทศไทยได้ประกาศให้การท่องเที่ยวเป็นวาระแห่งชาติ โดยมีมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว เช่น การยกเว้นค่าธรรมเนียมในการตรวจลงตราให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ รวมถึงการอำนวยความสะดวกด้านการบริการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน รวมถึงการที่รัฐบาลร่วมกับภาคเอกชนของจีน สนับสนุนแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมการค้า และการลงทุน เป็นต้น
ในปี พ.ศ. 2551 ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวกวางตุ้งเดินทางไปประเทศไทยกว่า 200,000 คน หรือ 30% ของนักท่องเที่ยวจีนทั้งหมดที่เดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศไทย และนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยวในมณฑลกวางตุ้งมีมากถึง 230,000 คน หรือ 43% ของนักท่องเที่ยวไทยทั้งหมดที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศจีน
และภายในปี พ.ศ. 2551 ประเทศไทยพร้อมให้บริการเส้นทางสายด่วนสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ (Airport Line) ซึ่งจะเชื่อมต่อกับสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ สถานีรถไฟ รถไฟฟ้าใต้ดิน และรถไฟลอยฟ้าเข้าไว้ด้วยกัน ยิ่งจะเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางภายในกรุงเทพฯ มากยิ่งขึ้น
ท่านผู้อ่านสามารถติดตามคอลัมน์ “ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน” ได้ทุกวันพุธ ถ้าผู้อ่านท่านใดมีข้อคิดเห็น หรือติชม หรืออยากให้เราซอกแซกเรื่องใดก็สามารถติดต่อมาได้ที่ e-mail: [email protected] และ[email protected]
โดย: เสี่ยวจู
วันพุธ ที่ 15 ก.ค. 2552
แหล่งข้อมูลและภาพถ่าย: การเข้าร่วมงาน “Amazing Thailand, Amazing Value” ณ นครกวางโจว เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 5




