
หากพูดถึงวิสาหกิจยักษ์ใหญ่ของไทยในกว่างซี 1 ในนั้นคงจะหนีไม่พ้นบริษัท หนานหนิงเจียไต๋ปศุสัตว์ จำกัด (Chia Tai Group Agro-Industry And Food Business CHINA Area) ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) บีไอซี หนานหนิงได้มีโอกาสรับฟังการบรรยายแนะนำบริษัทและสัมภาษณ์ คุณพิสิฐ ศานติพงศ์ ตำแหน่ง Area President
|
|
|
คุณพิสิฐ ศานติพงศ์ |
1) แนะนำบริษัท หนานหนิงเจียไต๋ปศุสัตว์ จำกัด
คุณพิสิฐ: บริษัทหนานหนิงเจียไต๋ปศุสัตว์ จำกัด ดำเนินธุรกิจสายการเกษตร ซึ่งมีโรงงานตั้งอยู่ใน 4 เมืองของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ได้แก่ 1) นครหนานหนิง มีโรงงานผลิตอาหารสัตว์ และฟาร์มพ่อ-แม่พันธุ์ไก่และสุกร ถือเป็นผู้เพาะพันธุ์และจำหน่ายไก่เนื้อโตเร็วและสุกรรายใหญ่ที่สุดในเขตฯ กว่างซีจ้วง 2) เมืองกุ้ยหลิน มีโรงงานอาหารสัตว์ 3) เมืองหลิ่วโจว มีโรงงานวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ และ4) เมืองเป๋ยไห่ มีโรงเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ เช่น ปลา และลูกกุ้ง โดยเน้นกุ้งขาวไดนาไมต์ ซึ่งนำพันธุ์มาจากสหรัฐอเมริกา มาพัฒนาที่ประเทศไทยและผ่านมณฑลไห่หนานกระจายไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ของจีน ทั้งฝูเจี้ยน กวางตุ้ง และกว่างซี
2) กิจการที่นครหนานหนิง
คุณพิสิฐ: ในส่วนของตนดูแลกิจการที่นครหนานหนิงและเมืองกุ้ยหลินของเขตฯ กว่างซีจ้วงและมณฑลไห่หนาน สำหรับนครหนานหนิง ได้เริ่มเข้ามาลงทุนเมื่อปี 2533 เริ่มมีการผลิตในปี 2534 และ 2 ปีต่อมาเริ่มมีฟาร์มพ่อ-แม่พันธุ์ไก่และสุกรจำหน่ายแก่เกษตรกร กิจการที่นครหนานหนิงมีผลประกอบการที่ดีมาโดยตลอด นับถึงปัจจุบันเป็นเวลาประมาณ 18 ปี มีผลกำไรสะสม 430 ล้านหยวน โดยปี 2550 เป็นปีที่มีผลกำไรมากที่สุด ถึง 70 ล้านหยวน ปี 2551 มีผลกำไรประมาณ 50 กว่าล้านหยวน และปี 2552 เนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจของมณฑลกวางตุ้งซึ่งเป็นตลาดสำคัญของบริษัท ทำให้ผลกำไรมีประมาณ 35 ล้านหยวน
|
|
3) แผนงานของบริษัทฯ
คุณพิสิฐ: บริษัทฯ มีแผนดำเนินโครงการ ดังนี้
1) ฟาร์มสุกรพันธุ์ งบประมาณการลงทุนประมาณ 80 ล้านหยวน
2) โครงการผลิตอาหาร ซึ่งจะทำให้เป็นธุรกิจครบวงจร สอดคล้องตามแนวคิด “ครัวของโลก” ทั้งนี้ มีโครงการ 20 โครงการของกลุ่มซีพีที่จะสร้างในจีน ซึ่งบริษัทหนานหนิงเจียไต๋ปศุสัตว์จำกัด ก็อาจจะเป็นหนึ่งในนั้น
3) โครงการบริษัทค้ำประกัน เนื่องจากในจีน เกษตรกรไม่มีกรรมสิทธิ์ที่ดิน ทำให้มีปัญหาด้านการขอสินเชื่อ โครงการดังกล่าวจะช่วยด้านปัญหาเงินทุนของเกษตรกรที่ร่วมโครงการกับทางบริษัทฯ ในกว่างซีทั้งระบบจ้างเลี้ยง และระบบประกันราคา
และ 4) โครงการย้ายที่ตั้งของบริษัท หนานหนิงเจียไต๋ปศุสัตว์ จำกัด ซึ่งมีโรงงานตั้งอยู่ด้วย ออกไปนอกเมืองภายในระยะเวลา 2-3 ปีนี้ เนื่องจากปัจจุบันชุมชนได้ขยายตัวออกมาถึงที่ตั้งของบริษัทฯ แล้ว
4) ความร่วมมือกับเกษตรกร
|
|
|
ระบบสัญญาการจ้างเลี้ยงแบบ Contract Farming |
คุณพิสิฐ: ทางบริษัทฯ มีความร่วมมือกับเกษตรกรเป็นอย่างดี จากระบบสัญญาการจ้างเลี้ยงสุกรและไก่แบบ Contract Farming กล่าวคือ เป็นการแบ่งงานกันทำ โดยเกษตรกรรับผิดชอบด้านโรงเรือนและแรงงาน ส่วนบริษัทฯ รับผิดชอบด้านการลงทุน เทคนิคและการตลาด เช่น การเลี้ยงไก่ เกษตรกรจะสร้างโรงเรือนตามมาตรฐานของบริษัทฯ ลูกไก่และอาหารเป็นของทางบริษัทฯ จัดหาให้ และส่งนักสัตวบาลไปบริการ ซึ่งผลผลิตจะเป็นของบริษัทฯ เกษตรกรจะได้รับผลตอบแทนตามที่ได้ตกลงกันไว้ คือ ตัวละประมาณ 1.5 หยวน ภายในเวลาไม่เกิน 5 ปี เกษตรกรสามารถคืนต้นทุนได้ทั้งหมด จึงไม่มีความเสี่ยง สำหรับการเลี้ยงสุกรก็ใช้ระบบดังกล่าวเช่นเดียวกัน เกษตรกรที่เข้าร่วมในโครงการดังกล่าวในกว่างซีมีประมาณ 500 กว่าราย ซึ่งปี 2552 ให้ผลตอบแทนแก่เกษตรกรถึง 35 ล้านหยวน
|
|
5) ผลจากการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน
คุณพิสิฐ: ทางบริษัทฯ ไม่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเขตการค้าเสรีดังกล่าว เนื่องจากไม่ได้ส่งออก ตรงข้ามกลับเป็นผลดี เพราะการเปิดเสรีทางการค้าทำให้เศรษฐกิจของกว่างซีเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะบริเวณเขตเศรษฐกิจอ่าวเป่ยปู้-กว่างซี เมื่อพลเมืองมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จะส่งผลต่อยอดการจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
6) การลงทุนในจีน
คุณพิสิฐ: กลุ่มบริษัทซีพีลงทุนในประเทศจีน 3 ลักษณะ ได้แก่ 1) การลงทุนร้อยละ 100 2) การร่วมทุน และ3) การร่วมมือ บริษัทฯ ลงทุนในลักษณะดังกล่าว โดยรัฐบาลกว่างซีสนับสนุนด้านที่ดิน ส่วนบริษัทฯ เป็นผู้บริหารร้อยละ 100 การถือหุ้นแบ่งเป็นฝ่ายไทยถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 85 และจีนร้อยละ 15 ส่วนพนักงานจะเน้นจ้างคนท้องถิ่นเป็นหลัก ปัจจุบัน CP China Investment Limited (CPI) ได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ในฮ่องกงแล้ว
|
|
|
นครหนานหนิงมีการพัฒนาที่รวดเร็วมาก |
7) ข้อคิดเห็นเกี่ยวการพัฒนาของนครหนานหนิง
คุณพิสิฐ: นครหนานหนิงมีการพัฒนาที่รวดเร็ว จะเห็นได้จากสิ่งก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้น GDP โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 2-3 ปีที่ผ่านมา อสังหาริมทรัพย์มีการเติบโตอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม ไม่น่าจะเกิดปัญหาฟองสบู่ เนื่องจากมองว่าจีนสามารถคุมได้ ทั้งการก่อสร้าง ราคา ดอกเบี้ยเงินกู้ โดยเฉพาะนโยบาย 3 เกษตร หรือ ซานหนง (三农) คือ นโยบายในการแก้ปัญหาด้านการเกษตรของจีน 3 ด้าน ได้แก่ ปัญหาภาคการเกษตร ปัญหาภาคชนบท และปัญหาภาคเกษตรกร ซึ่งพื้นที่จุดใดที่รัฐบาลต้องการปรับปรุง ก็จะให้เงินชดเชยเกษตรกรย้ายไปเมืองขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่จัดไว้ให้ซึ่งรัฐบาลจะสร้างสาธารณูปโภคและธุรกิจเพื่อรองรับ หลังจากนั้นให้บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เข้ามาพัฒนาพื้นที่ของชาวเกษตรกร ซึ่งเป็นการได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ทั้งวิสาหกิจสามารถจัดสรรที่ดินใหม่ และเกษตรที่ย้ายไปเมืองใหม่ก็มีการพัฒนา ซึ่งจะเป็นการเพิ่มจำนวนชาวเมืองของจีน กระตุ้น GDP ของประเทศ
8) ข้อคิดเห็นด้านการลงทุนของไทยในกว่างซี
คุณพิสิฐ: การทำธุรกิจภาคการค้า (Trade) และด้านโลจิสติกส์ของไทยน่าจะมีศักยภาพในกว่างซี เนื่องจากกว่างซียังมีวัตถุดิบหลายชนิดที่ประเทศไทยมีความต้องการใช้ เช่นแร่ธาตุ อลูมิเนียม แมงกานีส และสินค้าเกษตรที่ ประเทศไทย ไม่มี กอปรกับกว่างซีถือเป็นเมือง “หน้าด่าน” สำคัญในการเจาะตลาดจีน รัฐบาลเขตฯ ให้การสนับสนุน10+1 (อาเซียน+จีน) และหากใช้ประโยชน์จากเขตคลังสินค้าทัณฑ์บนจะเป็นผลดีกับธุรกิจไทยเป็นอย่างมาก
|
|
