
ปิดฉากลงแล้วสำหรับงาน Beijing International Automotive Exhibition 2010 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 เม.ย. - 2 พ.ค. 2553 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์นิทรรศการนานาชาติแห่งประเทศจีน (China International Exhibition Center) ในกรุงปักกิ่ง ซึ่งได้รวมเอาวิสาหกิจทุกด้านเกี่ยวกับรถยนต์มารวมไว้ด้วยกันให้ได้ชมกันอย่างจุใจตลอด 10 วัน
แนะนำงาน
งาน Beijing International Automotive Exhibition หรือเรียกสั้นๆ ว่างาน Auto China เป็นงานนิทรรศการจัดแสดงรถยนต์ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกสองปี จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2533 ด้วยประวัติการจัดงานยาวนานกว่า 20 ปี และการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดรถยนต์จีน ทำให้งาน Auto China เป็นงานที่ได้รับความสนใจจากค่ายรถยนต์ทั่วโลก และถือเป็นงานนิทรรศการเกี่ยวกับรถยนต์ที่มีอิทธิพลระดับโลกงานหนึ่ง โดยวิสาหกิจรถยนต์จำนวนมากต่างก็จัดให้งาน Auto China เป็นงานเกรด A ที่จำเป็นต้องเข้าร่วมให้ได้
สำหรับงานในปี 2553 นี้ ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สวนกระแสการซบเซาของตลาดรถยนต์โลก โดยได้แบ่งสถานที่จัดงานออกเป็น 2 แห่ง คือ ศูนย์นิทรรศการนานาชาติแห่งประเทศจีนตึกใหม่ในเขตซุ่นอี้ ที่จัดแสดงรถยนต์โดยเฉพาะ และศูนย์นิทรรศการนานาชาติแห่งประเทศจีนตึกเก่าในเขตเฉาหยาง ที่จัดแสดงชิ้นส่วนรถยนต์และอุปกรณ์ประกอบรถยนต์อื่นๆ เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดงานและเพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถเลือกชมได้ตามความสนใจอย่างสะดวก รวมพื้นที่จัดงานทั้งหมดมากกว่า 200,000 ตารางเมตร นับเป็นพื้นที่จัดงานที่กว้างที่สุดเป็นประวัติการณ์ นอกจากนี้ยังได้อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เข้าร่วมงานด้วยการจัดบริการรถยนต์รับส่งฟรีตามจุดต่างๆ ในกรุงปักกิ่งอีกด้วย
ภายในงาน
งาน Beijing International Automotive Exhibition 2010 ในปีนี้ได้เน้นการจัดงานภายใต้แนวความคิดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก แม้แต่วัสดุที่ใช้ในการจัดการก็เป็นวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ค่ายรถต่างๆ ต่างก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีด้วยการตกแต่งบูธของตนเองอย่างเรียบง่าย ไม่ฟุ่มเฟือย บางค่ายถึงกับใช้ใบปลิวโฆษณาที่พิมพ์สองหน้าเพื่อประหยัดกระดาษ เว้นแต่ค่ายรถระดับสูงบางค่ายบางค่ายเท่านั้นที่ยังคงตกแต่งบูธอย่างหรูหราตามเอกลักษณ์ของแบรนด์
งานในสองวันแรก คือวันที่ 23-24 เม.ย. 2553 เปิดให้เป็นรอบเฉพาะสำหรับสื่อมวลชน หลังจากนั้นจึงเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้ในวันถัดไป โดยในรอบสื่อมวลชนมีสื่อมวลชนจากทั่วโลกเข้าร่วมงานมากกว่า 7,000 คน สำหรับวันที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมนั้น วันหยุดวันแรงงาน (วันที่ 1 พ.ค. 2553) เป็นวันที่มีผู้เข้าชมต่อวันสูงสุดด้วยจำนวนรวมกว่า 145,900 คน
งานในปีนี้มีรถยนต์ที่เปิดตัวครั้งแรกของโลกถึง 89 รุ่นด้วยกัน โดยในจำนวนนี้เป็นรถยนต์แบรนด์ต่างชาติจำนวน 14 รุ่น สูงกว่างานครั้งก่อนเมื่อปี 2551 ที่มีรถยนต์แบรนด์ต่างชาติเปิดตัวครั้งแรกของโลกจำนวน 7 รุ่น
ตระการตารถยนต์สุดหรู
ภายใต้แนวคิดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม งาน Beijing International Automotive Exhibition 2010 ปีนี้มีรถยนต์พลังงานใหม่จัดแสดงกว่า 95 คัน แต่อย่างไรก็ตาม รถยนต์ระดับหรูในงานก็ยังคงเป็นดาวเด่นที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม สะท้อนให้เห็นถึงความมีอันจะกินของชาวจีนที่พุ่งสูงขึ้นได้อย่างชัดเจน โดยภายในงานมีรถยนต์ระดับไฮคลาสจัดแสดงในงานมากกว่า 30 คัน และมียอดจำหน่ายรถยนต์ระดับไฮคลาสรวมทะลุมูลค่า 150 ล้านหยวน ในจำนวนนี้ รถยนต์ Bugatti 16.4 Grand Sport สุดหรูมูลค่า 38 ล้านหยวน ที่ผลิตเพียง 300 คันทั่วโลก ได้ถูกจองซื้อตั้งแต่ยังไม่เริ่มเปิดงาน
ตารางแสดงยอดจำหน่ายรถยนต์ไฮคลาสในงาน Beijing International Automotive Exhibition 2010
|
ลำดับ |
รถยนต์ |
จำนวน (คัน) |
ราคาต่อคัน (ล้านหยวน) |
ยอดจำหน่ายรวม (ล้านหยวน) |
|
1 |
Bugatti 16.4 Grand Sport |
1 |
38 |
38 |
|
2 |
LamBorghini LP670-4 SV |
3 |
7.6 |
22.8 |
|
3 |
Spyker LM Limited Edition |
1 |
3.86 |
3.86 |
|
4 |
Aston Martin Rapide |
5 |
3.688 |
18.44 |
|
5 |
Ferrari |
4 |
20 | |
|
6 |
Maserati |
15 |
37.5 | |
|
7 |
Hummer Stretch |
2 |
2.08 |
4.16 |
|
8 |
Mercedes-Benz Lorinser |
5 |
2 |
10 |
|
รวม |
36 |
154.76 |
นายม่าย จ่งเทียน ผู้จัดการใหญ่ค่ายรถ Bentley ประเทศจีน กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศจีนมีเศรษฐีระดับร้อยล้านหยวนจำนวนกว่า 50,000 คน และมีอัตราเติบโตเฉลี่ยประมาณร้อยละ 8 ต่อปี โดยส่วนใหญ่จะเป็นเศรษฐีที่มีอายุยังน้อย เนื่องจากประเทศจีนเพิ่งเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจเฟื่องฟูมาได้ไม่นานนัก กลายเป็นจุดเด่นของตลาดรถยนต์หรูของจีนที่ลูกค้าหลักมีอายุค่อนข้างน้อย
ทั้งนี้ นายม่ายฯ เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกของปี 2553 นี้ Bentley มียอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศจีนจำนวน 175 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึงร้อยละ 111 ขณะที่ยอดจำหน่ายรถยนต์ในจีนมีอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีประมาณร้อยละ 70 แสดงให้เห็นว่ารถยนระดับหรูครองตลาดไม่น้อยเลย
ค่ายรถ Maserati รถยนต์แบรนด์หรูอีกรายเปิดเผยว่า ในไตรมาสแรกของปี 2553 ยอดขายในประเทศจีนเติบโตประมาณร้อยละ 50-80 และคาดว่าอัตราเติบโตตลอดปีจะไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 อย่างแน่นอน โดยลูกค้าของ Maserati ในจีนมีอายุเฉลี่ยระหว่าง 35-40 ปี ซึ่งเป็นอายุเฉลี่ยที่ต่ำกว่าลูกค้าทั่วโลกประมาณ 10-15 ปี เลยทีเดียว ด้านค่ายรถ Ferrari ก็เปิดเผยว่า ลูกค้าของ Ferrari ในจีนมีอายุเฉลี่ยเพียง 36 ปี ขณะที่ลูกค้าทั่วโลกมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 45 ปี
รถยนต์แบรนด์จีนผงาด
งานในปีนี้ รถยนต์แบรนด์จีนมีการพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นในด้านของพื้นที่บูธ รถยนต์ที่จัดแสดง และระดับเทคโนโลยีที่สูงขึ้น โดยค่ายรถยนต์จีนทุกค่ายต่างก็เข้าร่วมงานกันอย่างพร้อมหน้า ทั้ง FAW, SAIC, Chery, Dongfeng, Geely, BYD, Great Wall, Brilliance และอื่นๆ ซึ่งทุกค่ายก็ได้ขนเอารถยนต์รุ่นใหม่ของตนเองมาจัดแสดงในงานอย่างคับคั่ง
Geely ซึ่งเพิ่งซื้อกิจการแบรนด์รถยนต์ Volvo ได้จับจองพื้นที่จัดแสดงในงานกว้างถึง 3,000 ตารางเมตร นับเป็นพื้นที่ที่กว้างที่สุดในกลุ่มแบรนด์รถยนต์จีนด้วยกัน โดยจัดแสดงรถยนต์จำนวน 39 รุ่น
Chery ได้จัดแสดงรถยนต์จำนวน 29 รุ่น โดยชูจุดเด่นในด้านเทคโนโลยีรถยนต์พลังงานใหม่เป็นจุดเด่นของบูธด้วยการจัดพื้นที่สำหรับรถยนต์พลังงานใหม่โดยเฉพาะ ทำการจัดแสดงรถยนต์พลังงานใหม่ที่ใช้พลังงานน้อยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจำนวนหลายรุ่น ด้าน BYD เป็นผู้นำด้านรถยนต์พลังงานใหม่ของจีนก็ไม่น้อยหน้า ขนเอารถยนต์รุ่น E6 ที่เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าซึ่งสามารถวิ่งได้เป็นระยะทางถึง 400 กิโลเมตรเมื่อชาร์จแบตเตอรรี่เต็มมาจัดแสดง
Great Wall จัดแสดงรถยนต์ในงานจำนวน 18 รุ่น ในจำนวนนี้มีรถยนต์รุ่นใหม่ที่เปิดตัวในงานจำนวน 9 รุ่น
ข้อสังเกต
งาน Beijing International Automotive Exhibition 2010 จบลงอย่างงดงามด้วยตัวเลขวิสาหกิจที่เข้าร่วมงานกว่า 2,100 ราย และผู้เข้าชมงาน 780,000 คน ตัวเลขนี้เป็นข้อพิสูจน์ถึงความฮอทของตลาดรถยนต์จีนในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี โดยเห็นได้ชัดว่าค่ายรถยนต์ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับตลาดจีนอย่างมาก เนื่องจากในปัจจุบันจีนได้กลายเป็นประเทศที่มีการบริโภครถยนต์มากเป็นอันดับ 1 ของโลกแล้ว โดยเฉพาะรถยนต์แบรนด์หรูต่างๆ ต่างก็ถือโอกาสนี้แย่งชิงตลาดกันอย่างดุเดือด
งานในปีนี้ยังเป็นครั้งแรกที่มีการแยกสถานที่จัดแสดงรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์และอุปกรณ์ประกอบรถยนต์อื่นๆ ออกจากกัน ช่วยขยายพื้นที่การจัดแสดงชิ้นส่วนรถยนต์และอุปกรณ์ประกอบรถยนต์ให้กว้างขวางขึ้น ทั้งนี้ แม้ไทยจะไม่ได้เป็นเจ้าของแบรนด์รถยนต์เอง แต่ไทยเองก็เป็นประเทศผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์รวมทั้งเป็นผู้ประกอบรถยนต์ที่มีศักยภาพ ในยุคที่ตลาดจีนกำลังเติบโตเต็มที่เช่นนี้ งาน Beijing International Automotive Exhibition จึงเป็นอีกงานหนึ่งที่วิสาหกิจไทยไม่ควรพลาด โดยถือเป็นเวทีสำคัญในการแทรกตัวเข้าสู่ตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างจีน
ภาพจาก www.xinhuanet.com, www.china.com.cn, www.auto.news.cn, www.autohome.com.cn, www.autobild.com.cn
