นโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศของนครเทียนจิน

เมืองเทียนจินติดกรุงปักกิ่งด้านตะวันตกและติดอ่าวป๋อไฮ่ด้านตะวันออก

เชื่อว่าหลายๆท่านคงรู้จักนครเทียนจินเป็นอย่างดี จากการที่นครแห่งนี้เป็นเมืองพี่เมืองน้องกับกรุงปักกิ่ง และเป็นเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือของจีน นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจในพื้นที่รอบอ่าวป๋อไฮ่อีกด้วย การที่นครเทียนจินเคยเป็นเขตเช่าของชาติตะวันตกในสมัยราชวงศ์ชิงต่อเนื่องมาถึงสมัยสาธารณรัฐจีนก่อนการปลดแอกเมื่อปี 1949 ทำให้นครแห่งนี้เป็นที่รู้จักของชาวตะวันตกมายาวนาน ซึ่งส่งผลดีต่อนครเทียนจินเอง เมื่อจีนเปิดประเทศในปี 1978 เทียนจินจึงเป็นเมืองที่ได้รับเงินลงทุนจากต่างชาติเป็นจำนวนมาก ทำให้เศรษฐกิจของนครเทียนเทียนจินเติบโตอย่างรวดเร็ว มีสิ่งแวดล้อมการลงทุนที่ดี โครงสร้างระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่เพียบพร้อม และเนื่องจากเทียนจินได้รับผลกระทบจากภาวะฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างน้อยทำให้ต้นทุนการลงทุนและการอยู่อาศัยอยู่ในระดับค่อนข้างเหมาะสม

นครเทียนจินประกอบไปด้วยส่วนที่เป็นตัวเมืองซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจการค้า การเงินของเมือง และส่วนที่เป็นชนบทซึ่งยังคงมีการทำเกษตรกรรมอย่างกว้างขวาง ทำให้การลงทุนในนครเทียนจินมีความหลากหลายค่อนข้างมาก ตั้งแต่ อุตสาหกรรมการผลิต อุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร ศูนย์วิจัยและพัฒนา สถาบันการเงิน อุตสาหกรรมเกี่ยวกับโลจิสติกส์ เป็นต้น

บทความนี้จะขอนำท่านไปพบกับนโยบายส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาลนครเทียนจินในด้านต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ประกอบการไทยที่สนใจเข้ามาลงทุนในเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจทางภาคเหนือของจีนแห่งนี้

พืนที่ส่งเสริมการลงทุนด้านการค้า การเงิน และเทคโนโลยีในเขตเหอผิง (天津市和平区)

ตัวเมืองเทียนจิน

รัฐบาลเมืองเทียนจินได้ออกนโยบายส่งเสริมการค้าการลงทุนในเมืองเทียนจินทั้งในด้านอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม เพื่อสร้างให้นครเทียนจินเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ ลอจิสติกส์ การเงิน และสิ่งแวดล้อมของจีนภาคเหนือ โดยในด้านการค้า เทคโนโลยี และการเงิน ขอยกเอานโยบายของเขตเหอผิงซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจการเงินของนครเทียนจินมาเป็นตัวอย่าง กล่าวคือ

ในด้านการเงิน เขตเหอผิงมีนโยบายสนับสนุนการตั้งสำนักงานของสถาบันการเงินในพื้นที่เขตเหอผิง ดังต่อนี้

1. สถาบันการเงินที่ซื้อสำนักงานเนื้อที่ 500 ถึง 1,000 ตารางเมตร ได้รับเงินสนับสนุนร้อยละ 4 ของราคาจำหน่ายจากรํฐบาล แต่สูงสุดไม่เกิน 5 ล้านหยวน

2. หากเป็นการเช่าสำนักงานเนื้อที่ตั้งแต่ 500 ถึง 1,000 ตารางเมตร รัฐบาลจะให้เงินสนับสนุนคิดเป็นร้อยละ 5 ของค่าเช่า เป็นระยะเวลา 3 ปี แต่หากสำนักงานมีขนาดใหญ่กว่า 1,000 ตารางเมตร รัฐบาลจะให้เงินสนับสนุนสูงถึงร้อยละ 10 ของค่าเช่า เป็นระยะเวลา 3 ปีเช่นกัน แต่ทั้งหมดต้องไม่เกิน 1 ล้านหยวน

3. สถาบันการเงินทั้งในและนอกประเทศที่เพิ่งเข้ามาตั้งสำนักงานเขตเหอผิง หากมีภาษีท้องถิ่นต้องชำระประจำปีตั้งแต่ 1 – 1.5 ล้านหยวน รัฐบาลยกเว้นภาษีท้องถิ่นให้สถาบันการเงินข้างต้อนร้อยละ 35 ของภาษีท้องถิ่นที่ต้องชำระ หากมีภาษีท้องถิ่นที่ต้องชำระสูงกว่า 1.5 ล้านหยวน ให้ยกเว้นภาษีท้องถิ่นร้อยละ 40 ของภาษีที่ต้องชำระ เป็นระยะเวลา 3 ปี

4. ให้ความสะดวกเป็นพิเศษด้านการจดทะเบียนบริษัท ด้านการประชาสัมพันธ์ และอื่นๆ เป็นต้น

ในด้านการกระตุ้นการค้า เขตเหอผิงมีนโยบายสนับสนุนสรุปได้ดังนี้

1. ส่งเสริมกิจการธุรกิจขายส่ง - ขายปลีก ทั้งห้างร้านขนาดใหญ่ ร้านค้าเฉพาะทาง ร้านค้าสินค้าแบรนด์เนม และร้านอาหาร

2. ห้างสรรพสินค้าที่มีภาษีท้องถิ่นต้องชำระสูงกว่า 1 ล้านหยวนขึ้นไป สามารถได้รับการยกเว้นภาษีร้อยละ 40 30 และ 20 เป็นระยะเวลา 3 ปีตามลำดับ

3. ร้านอาหารที่มีภาษีท้องถิ่นต้องชำระตั้งแต่ 3 แสนหยวนขึ้นไป สามารถได้รับการยกเว้นภาษีคิดเป็นร้อยละ 20 ของภาษีต้องชำระได้ เป็นระยะเวลา 3 ปี

ท่าเรือเทียนจิน

ในด้านการพัฒนาธุรกิจการให้บริการด้านเทคโนโลยีและข้อมูลข่าวสาร เขตเหอผิงมีนโยบายพอสรุปได้ดังนี้

1. เขตเหอผิงให้ความสำคัญกับกิจการ อินเตอร์เนตและข้อมูลข่าวสาร การออกแบบสร้างสรรค์(การ์ตูนแอนนิเมชั่น เกม การออกแบบสิ่งก่อสร้าง การออกแบบโฆษณา) การค้าดิจิตอล เป็นสื่อกลางทางเทคโนโลยี (ให้บริการตอบข้อสงสัย ประเมินมูลค่า ให้คำแนะนำ และบริการด้านทรัพย์สินทางปัญญา) บริการเทคโนโลยีด้านการเงิน (พัฒนาการให้เงินกู้ รับประกัน ประกันภัย การลงทุนความเสี่ยงขนาดเล็ก ด้านเทคโนโลยี เป็นต้น) การจำหน่ายเทคโนโลยีและสินค้าอิเล็คโทรนิกส์ขั้นสูง

2. โครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลนครหรือรัฐบาลกลาง เขตเหอผิงจะให้การสนับสนุนเงินทุนจำนวน 1 – 2 ล้านหยวนสำหรับโครงการใหญ่ และ 1 – 5 แสนหยวนสำหรับโครงการทั่วไป

3. โครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเขตเหอผิง รัฐบาลเขตเหอผิงจะให้การสนับสนุนโดยทางดอกเบี้ยเงินกู้แก้โครงการดังกล่าว โดยสามารถหักลดดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 5 แสนหยวนหากเป็นโครงการขนาดใหญ่ และหักได้ไม่เกิน 1 แสนหยวนหากเป็นโครงการทั่วไป

4. ยกเว้นภาษีร้อยละ 5 – 35 ตามมูลค่าภาษีที่ต้องชำระเป็นระยะเวลา 3 ปี แก่ธุรกิจตามข้อ 1

5. จัดสรรงบประมาณจำนวน 5 แสนหยวน เพื่อสนับสนุนธุรกิจและตัวแทนที่มีความโดดเด่นด้านทรัพย์สินทางปัญญา โดยให้เงินสนับสนุน ตั้งแต่ 5 หมื่นหยวน 1 แสนหยวน และ 3 แสนหยวน

6. ให้ความสะดวกเป็นพิเศษด้านการจดทะเบียนบริษัท ด้านการประชาสัมพันธ์ และอื่นๆ เป็นต้น

รถไฟความเร็วสูงสายปักกิ่ง-เทียนจิน

พื้นที่ส่งเสริมการลงทุนด้านเกษตรกรรมในอำเภอหนิงเหอ(天津市宁河县)

การทำเกษตรกรรมในเทียนจิน

อำเภอหนิงเหอเป็นเขตชนบทของเมืองเทียนจิน ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเทียนจินไปทางทิศตะวันออก 80 กม. มีเนื้อที่รวม 1031 ตร.กม.(กทม.มีเนื้อที่ 1568 ตร.กม.) มีประชากรทั้งสิ้นสามแสนหกหมื่นคน โดยเป็นผู้ประกอบอาชีพด้านการเกษตรกว่าร้อยละ 80 อำเภอหนิงเหอเป็นอำเภอที่มีชั้นดินค่อนข้างหนา ดินมีคุณภาพดี ลักษณะพื้นที่เป็นที่ราบ และการชลประทานที่ค่อนข้างสมบูรณ์ โดยมีสินค้าเกษตรท่ำคัญ ได้แก่ ข้าว ข้าวสาลี และข้าวโพด เป็นต้น ทั้งนี้ อำเภอหนิงเหอมีพื้นที่การเกษตรรวมทั้งสิ้น 5.93 แสนโหม่ว ซึ่งสามารถผลิตสินค้าเกษตรได้เป็นมูลค่า 1.157 พันล้านหยวนต่อปี

สำหรับด้านความร่วมมือกับต่างประเทศ อำเภอหนิงเหอมีบริษัทร่วมทุนกับต่างประเทศทั้งสิ้น 177 บริษัท มีมูลค่าการส่งออกสินค้า 3.2 พันล้านหยวน มีเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติประมาณ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯจาก สหรัฐฯ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เยอรมัน ฮ่องกง และไต้หวัน เป็นต้น

นอกจากนี้ อำเภอหนิงเหอยังเป็นพื้นที่ที่ถูกกำหนดโดยรัฐบาลกลางให้เป็นเขตทดลองพัฒนาการเกษตรปลอดสารพิษและการผลิตสินค้าเกษตรทันสมัยอีกด้วย ในการนี้ เพื่อที่จะดึงดูดเงินทุน และเทคโนโลยีการเกษตรจากต่างชาติ รัฐบาลอำเภอหนิงเหอได้ริเริ่มโครงการการผลิตสินค้าเกษตรหลายโครงการเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ได้แก่

1. โครงการเพาะเห็ดในตำบลผานจวง (宁河市潘庄县食用菌项目:Ninghe Panzhuang Mushroom Project) โดยเป็นโครงการที่ใช้ที่ดินทั้งสิ้น 7000 โหม่ว เกษตรกร 2800 คน ใช้เงินลงทุนทั้งสิ้นประมาณ 600 ล้านหยวน ซึ่งแบ่งเป็นการลงทุนด้านอุปกรณ์การผลิตจำนวน 160 ล้านหยวน ลงทุนด้านกระบวนการผลิตจำนวน 390 ล้านหยวน และลงทุนด้านการก่อสร้างสาธารณูปโภคจำนวน 31 ล้านหยวน (ลงทุนเฉลี่ย 84600 หยวน / 1 โหม่ว) ทั้งนี้ คาดว่าจะมีกำไร 123 ล้านหยวนต่อปี และจะสามารถคืนทุนได้ภายใน 4 ปี (รายได้อยู่ที่ 17600 หยวน / 1 โหม่ว) รัฐบาลหวังว่าโครงการนี้จะสามารถพัฒนาเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์การเกษตร ทำให้เกษตรกรได้เรียนรู้การทำเกษตรแบบหมุนเวียน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และจะสามารถผลิตไบโอแก๊สได้ถึง 2 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปีอีกด้วย

2. โครงการแปรรูปผักปลอดสารพิษ(无公害蔬菜深加工:Green Vegetable Processing) เป็นโครงการที่กินเนื้อที่ 4 ตำบล ซึ่งจะใช้ในการแปรรูปผักปลอดสารพิษ การทำผักดอง หรือผักแห้ง อำเภิหนิงเหอมีจุดเด่นอยู่ที่การมีที่ตั้งอยู่ใกล้เมืองใหญ่ทั้งปักกิ่งและเทียนจินซึ่งจะช่วยประหยัดค่าขนส่งไปได้ 1,200 – 2,000 หยวนต่อครั้ง การลงทุนในโครงการนี้ ผู้ลงทุนสามารถเลือกประเภทหรือสัดส่วนของการแปรรูปได้ตามความต้องการ ทั้งนี้ รัฐบาลหวังว่าโครงการนี้จะสามารถเพิ่มผลผลิตผักต่อปีได้อีก 100,000 ตัน

3. โครงการเพาะเลี้ยงต้นอ่อนผักปลอดสารพิษ(无公害蔬菜种苗基地:Green Vegetable Nurseries Base) เป็นโครงการเพาะปลูกต้นอ่อนผักปลอดสารในเรือนกระจก โดยใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 27.12 ล้านหยวน โดยจะมีการลงทุนก่อสร้างเรือนกระจกสำหรับเพราะปลูกต้นอ่อน และปรับปรุงเรื่องถนน น้ำ และไฟฟ้า ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถผลิตต้นอ่อนได้ 62.5 ล้านต้น มีรายรับประมาณ 37.5 ล้านหยวน และมีกำไรสุทธิประมาณ 9 ล้านหยวนต่อปี

4. โครงการปลูกผักด้วยวิธีพิเศษ 1 แสนโหม่ว(十万亩设施蔬菜:Ten thousands MU Facilities Vegetable) เป็นโครงการปลูกผักในเรือนกระจก 3000 โรง ในผ้าคลุมพลาสติก 27,000 ผืน และอื่นๆ คาดว่าต้องใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 2,336 ล้านหยวน และมีกำไรประมาณ 880 ล้านหยวนต่อปี

นอกจากนี้ยังมีโครงการอื่นๆ ได้แก่ โครงการเพาะเลี้ยงสัตว์ปีกหนึ่งหมื่นโหม่ว(เงินลงทุน 100 ล้านหยวน) โครงการปลุกและแปรรูปองุ่นสามหมื่นโหม่ว (เงินลงทุน 75 ล้านหยวน) โครงการเพาะและจำหน่ายดอกไม้หนึ่งหมื่นโหม่ว(เงินลงทุน 300 ล้านหยวน) โครงการเพาะเลี้ยงสุกรพันธุ์ดี และโครงการเขตเกษตรกรรมสาธิต(เงินลงทุน 200 ล้านหยวน)

สนามกีฬานครเทียนจิน

โครงการทั้งหมดข้างต้นเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติ ทั้งในรูปแบบของ Joint venture หรือการเช่าพื้นที่ นอกจากนี้ ในนครเทียนจินทั้งเขตตัวเมืองและเขตพื้นที่เกษตรกรรมยังมีโครงการพัฒนาด้านต่างๆอีกเป็นจำนวนมาก รวมถึงเขตอุตสาหกรรมทดลอง 31 แห่งซึ่งเหมาะสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม สามารถรองรับอุตสาหกรรมการผลิตหลากหลายด้านหรือการตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาอีกด้วย

หากผู้ประกอบการไทยท่านใดสนใจสามารถติดต่อได้ที่หน่วยงานของนครเทียนจินตามข้อมูลด้านล่างหรือติดต่อมายัง ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ กรุงปักกิ่ง [email protected]

Tianjin Investment Promotion Center

Mr. Ge Nan

(Deputy Chief Asia Pacific Department)

Tel: 0086-22-85589805

Fax: 0086-22-85589839

E-mail: [email protected]

MSN: [email protected]

www.tjfdi.gov.cn

19 พฤศจิกายน 2553
แหล่งข้อมูล: Tianjin Investment Promotion Center
โดย: นายวิวัฒน์ พิทักษ์ธวัชชัย

Back to the list

More Related

  • ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการจัดแสดงสินค้านานาชาติที่สำคัญในภูมิภาคเอเชีย และยังเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีที่มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในภูมิภาคและของโลก โดยในแต่ละปี ฮ่องกงจะมีงานจัดแสดงสินค้าอัญมณีขนาดใหญ่ถึง 3 ครั้งในเดือนมีนาคม มิถุนายน และกันยายน
  • นักท่องเที่ยวที่นิยมท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นกลุ่มใหญ่ ตามด้วยไกด์ที่ถือธงสีแดงผ่านสถานที่ท่องเที่ยว และศูนย์การค้าต่างๆ ได้กลายเป็นภาพติดตาที่ทุกคนต่างเรียกว่า “กรุ๊ปทัวร์จีน”
  • เมื่อวันที่ 7-10 พ.ค. 2556 ฮ่องกงได้มีการจัดงานมหกรรมอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “HOFEX” ขึ้นที่ Hong Kong Convention and Exhibition Centre โดยงานดังกล่าวเป็นงานมหกรรมอาหารที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่มร่วมออกบูธจำนวนกว่า 1,900 ราย จาก 48 ประเทศทั่วโลก และสามารถดึงดูดผู้เที่ยวชมได้ถึง 35,000 ราย ในโอกาสดังกล่าว บีไอซีได้เดินทางไปเที่ยวชมงานและเที่ยวชิมอาหารจากนานาประเทศทั่วโลก รวมถึงสัมภาษณ์ผู้ประกอบการไทยที่มาร่วมงานด้วย จึงขอนำข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากทุกท่าน ดังนี้
  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง จัดงานเทศกาลอาหารและวัฒนธรรมไทย ณ นครฉางซา มณฑลหูหนาน (Thai Food and Culture Festival 2013, Changsha) ระหว่างวันที่ 9-12 พฤษภาคม 2556 ณ ห้างสรรพสินค้า ID Mall โดยได้รับความร่วมมือจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครหนานหนิง และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สาขานครคุนหมิง
  • ในบทความนี้ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (BIC) ขอพาท่านไปดูกันว่า การจะเปิดร้านอาหารไทยในจีนนั้น มีกฎระเบียบอะไรที่ต้องคำนึงถึง และมีขั้นตอนยากง่ายประการใด

สถานการณ์ในต่างประเทศ