“ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน” BYD จากผู้ผลิตแบตเตอร์รี่สู่บริษัทผู้ผลิตยานยนต์พลังงานแบตเตอร์รี่ชั้นนำของโลก (ตอนที่ 1)
“ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน”  BYD จากผู้ผลิตแบตเตอร์รี่สู่บริษัทผู้ผลิตยานยนต์พลังงานแบตเตอร์รี่ชั้นนำของโลก (ตอนที่ 1)

เมืองเซินเจิ้นในมณฑลกวางตุ้งได้รับการยอมรับและรู้จักกันดีว่า เป็นสมือนเวทีแห่งการทดลองและเปิดรับการพัฒนาทางเศรษฐกิจรวมถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมของจีนแผ่นดินใหญ่ โดยอาศัยการที่เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษและทำเลที่ใกล้กับฮ่องกงและมาเก๊าทำให้มีการเปิดรับเทคโนโลยีจากทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เมืองนี้กลายเป็นเมืองศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) เป็นผู้ออกแบบและผู้ผลิตวัตถุดิบเพื่อป้อนให้กับบริษัทชื่อดังของโลก ไม่ว่าจะเป็น Foxconn ผู้ผลิตชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือให้กับ Apple บริษัท Huawei ผู้ผลิตอุปกรณ์ด้านการโทรคมนาคม บริษัทผู้ผลิตแบตเตอร์รี่และยานยนต์ BYD รวมถึงบริษัทซอฟท์แวร์ Tencent QQ เป็นต้น

 ในวันนี้ ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครกว่างโจว (บีไอซี) ขอนำเสนอข้อมูลของบริษัทที่เราได้เข้าไปศึกษาดูงานเพื่อนำมาเผยแพร่ให้แก่ท่านผู้อ่านได้เปิดโลกทัศน์ความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมต่าง ๆ ของจีนที่กำลังวิ่งนำประเทศไทยไป โดยบริษัทที่นำเสนอนี้ถือได้ว่าเป็น “เจ้า” แห่งยุทธจักรอุตสาหกรรมนั้น ๆ ซึ่งรู้จักไปทั่วโลก แต่ดูเหมือนคนไทยจะรับรู้ในผลิตภัณฑ์และบริษัทเหล่านี้น้อยมาก

บ่อยครั้งที่ข้าพเจ้าได้รับคำถามจากคณะเยือนที่มาจากประเทศไทยเมื่อได้มาเห็นรถยนต์บนท้องถนนที่เขียนชื่อว่า BYD แล้ว มักจะสะกิดถามว่า น้อง ๆ นี่มันรถยนต์ยี่ห้ออะไร เป็นของจีนเองหรือ อ่านว่าอะไร ทนทานหรือเปล่า จีนเขาผลิตรถยนต์ได้เองด้วยหรือ แล้วยังมีแบรนด์อะไรอีกบ้างที่เป็นของจีน ?

คำถามเหล่านี้ ทำให้เราได้รับรู้ถึงการประเมินคุณค่าและภาพลักษณ์ของรถยนต์จีนผ่านคำพูดของคนไทยที่ถือว่ายังน้อยกว่าความเป็นจริงอยู่มาก เพราะค่านิยมของคนไทยที่ให้ความสนใจและรู้จักเฉพาะรถยนต์ญี่ปุ่น เยอรมัน และแบรนด์ที่ได้รับการนำเข้าไปเผยแพร่ในประเทศไทย แต่กับประเทศมหาอำนาจที่ผลิตรถยนต์ได้ด้วยตนเองเพื่อป้อนให้กับประชาชนในประเทศของเขา น้อยคนในประเทศของเราที่รู้ว่าจีนมีรถยนต์ยี่ห้อของตนเองที่โด่งดังถึงเกือบ 10 แบรนด์ เช่น Chery, Geely, Great Wall, JAC, Lifan, Golden Dragon ฯลฯ

อะไรคือ BYD ?

                                      

1. แบรนด์สินค้า ที่มีมูลค่าอยู่ในลำดับที่ 462 จาก 500 แบรนด์ทั่วโลก  

2. นายหวัง ฉวนฝู ผู้ก่อตั้ง BYD

BYD ย่อมาจากชื่อเต็มที่เป็นภาษาอังกฤษว่า Build Your Dreams แปลเป็นภาษาจีนได้ว่า 成就梦想คนจีนส่วนใหญ่รู้จัก BYD ในชื่อ ปี่ย่าตี๋ (比亚迪) BYD ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538 โดยนายหวัง ฉวนฝู (Wang Chuanfu 王传福) ซึ่งในปี 2552 ได้รับการจัดอันดับให้เป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในประเทศจีน และตัวบริษัท BYD ได้รับการจัดอันดับจาก The World’s Most Innovative Company Top 50 ให้อยู่ในอันดับที่ 8 และครองอันดับ 1 ในโลกในการจัด “Technology Top 100นอกจากนี้มูลค่าของยี่ห้อสินค้า BYD ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ที่ 462 จาก 500 บริษัททั่วโลกที่มียี่ห้อสินค้าที่มีคุณค่าสูงสุด

ปี 2540 : BYD เริ่มการผลิตแบตเตอร์รี่ลิเทียม-ไออน (Li-ion Battery)   

                  

Li-ion Battery และ Ni Battery ผลิตภัณฑ์เริ่มต้นของบริษัท

ปี 2542 : ตั้งโรงงานแห่งแรกที่ขุยหย่ง (Kui Yong,葵涌) เมืองเซินเจิ้น

ปี 2543 : รับหน้าที่เป็นผู้ผลิตแบตเตอร์รี่ลิเทียม-ไอออนให้กับบริษัทโมโตโรล่า ประเทศจีน (เริ่มต้นการพัฒนาแบตเตอร์รี่ลิเทียม-ไอออน จนสุดท้ายได้รับการยอมรับจากทั่วโลกและได้กลายเป็นผู้ผลิตแบตฯ เพื่อส่งไปยังบริษัทผู้ผลิตเครื่องเล่น บริษัทโทรศัพท์มือถืออื่น ๆ อาทิ ซัมซุง ไอโฟน แบล็กเบอร์รี่ โนเกีย โมโตโรลา โซนี่ อิริคสัน ในขณะที่แบรนด์ในประเทศได้แก่ Huawei, ZTE, Lenovo ซึ่งยอดขายแบตเตอร์รี่ของ BYD ตามหลังเพียง บริษัทซันโยของญี่ปุ่นเพียงแห่งเดียว)

ปี 2545 : BYD ได้รับการจดทะเบียนเข้าตลาดหุ้นฮ่องกง ด้วยราคาที่สูงที่สุดในวันนั้น

ปี 2546 : BYD เริ่มเข้าสู่อุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ ด้วยการซื้อบริษัท Xi\'an Tsinchuan Auto Co., Ltd. และสามารถส่งรถยนต์รุ่นแรกออกมาได้ใน 2 ปีต่อมา (รถยนต์ BYD รุ่น F3)

ปี 2550 : BYD ปล่อยหุ้นอีกหนึ่งตัวเข้าสู่ตลาดหุ้นฮ่องกง ชื่อว่า BYD Electronic (International) Co., Ltd

ปี 2551 : วอร์เร็น บัฟเฟ็ต เดินทางมาเยือนบริษัท BYD และได้ลงทุนกับ BYD โดยเป็น 1 ในผู้ถือหุ้นของบริษัท (ร้อยละ 10) เนื่องจากได้เห็นถึงศักยภาพและวิสัยทัศน์ของบริษัทที่มีแนวโน้มในอนาคตว่า โลกจะเปลี่ยนการใช้พลังงานจากน้ำมันมาเป็นพลังงานทดแทนเป็นหลัก นอกจากนี้ในปีเดียวกัน BYD ได้เริ่มพัฒนา ODM โทรศัพท์มือถือเครื่องแรก และได้ส่งรถยนต์ Dual Mode ซึ่งสามารถใช้ทั้งไฟฟ้าและน้ำมันได้ในเวลาเดียวกัน เข้าสู่ตลาดเมืองเซินเจิ้น

ปี 2552 : BYD เริ่มเข้าสู่ตลาดพลังงานใหม่ในยุโรป

ปี 2553 : รถประจำทางไฟฟ้ารุ่น K9 ได้รับการพัฒนาจนสามารถผลิตเพื่อเข้าสู่การใช้งานจริงในเมืองเซินเจิ้น ในขณะที่รถแท็กซี่ E6 ที่ใช้เฉพาะพลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อนคันแรกได้ออกสู่ตลาดเพื่อใช้ในการพาณิชย์เช่นเดียวกัน พร้อมทั้งได้รับการสั่งซื้อ Solar Cell และสถานีเก็บกักพลังงานไฟฟ้า เป็นครั้งแรก

จุดเล็ก ๆ มักก่อให้เกิดอะไรที่ยิ่งใหญ่ คำนี้สามารถใช้กับที่มาที่ไปของบริษัทนี้ได้ เนื่องด้วยความคิดของนายหวังที่ว่า “พลังงานแสงอาทิตย์ถือเป็นพลังงานที่ให้คุณค่าและมีอยู่ทุกหนแห่ง เหตุใดมนุษย์จึงไม่รับเอาพลังงานแสงอาทิตย์นี้ไปผลิตสิ่งที่มีคุณค่าเพื่อมวลมนุษยชาติโดยตรง เนื่องจากฟาร์มพลังงานแสงอาทิตย์จะช่วยลดค่าใช้จ่ายของการผลิตอย่างมีศักยภาพ เมื่อนำไปประยุกต์ใช้ในสายการผลิตด้านอุตสาหกรรม เพื่อใช้พลังงานแสงอาทิตย์ให้กลายเป็นพลังงานทั่วไปที่ใช้ตามบ้านเรือน และจะทำอย่างไรให้พลังงานนี้เกิดขึ้นและยั่งยืนต่อไปได้ ประกอบกับความเชื่อมั่นที่ว่า “เทคโนโลยีสามารถสร้างชีวิตความเป็นอยู่ของมวลมนุษยชาติให้มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ” BYD จึงตั้งปณิธานที่จะเป็นบริษัทที่รักษ์สิ่งแวดล้อม โดยฝันของ BYD มีอยู่ 3 สิ่งได้แก่ การทำฟาร์มพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) สถานีเก็บกักพลังงานแบตเตอร์รี่และรถยนต์ไฟฟ้า (Battery Energy Storage Station and Electric Vehicle) และท้ายสุด บ้านสีเขียว (Return Human a green home)

สินค้าแรกเริ่มของ BYD ได้แก่ แบตเตอร์รี่ชาร์ตไฟ ต่อมาได้พัฒนาและขยายประเภทของผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามวัตถุประสงค์หลักที่ต้องการเป็นผู้ผลิตในอุตสาหกรรมด้านการโทรคมนาคม (IT) ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุค และส่วนประกอบของโทรศัพท์มือถือ อาทิ แผงหน้าจอ พลาสติกครอบ แผงวงจรในเครื่อง จากนั้นได้เริ่มผลิตสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น หลอดไฟ LED และท้ายที่สุดเริ่มบุกตลาดรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยในสายการผลิตจะรวมถึงองค์ประกอบของตัวรถ, Starter Engine และการประกอบตัวเครื่อง (Assembly) เรียกได้ว่าสามารถผลิตรถยนต์ได้อย่างครบวงจร สินค้าแบรนด์ดังของโลกที่ถูกในชีวิตประจำวันแท้จริงแล้วถูกผลิตมาจากบริษัทนี้ อาจจะเป็นการผลิตในรูปของการออกแบบ หรือเป็นโรงงานผู้ผลิต เพราะ BYD รับงานทั้งในรูปแบบของ ODM (Original Design Manufacturer) และ OEM (Original Equipment Manufacturer)

จะเห็นได้ว่าในช่วงระยะเวลาเพียง 15 ปี BYD สามารถรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยเงินลงทุนในชั้นแรกทั้งสิ้น 20 ล้านหยวน หรือราว (230,000 ดอลลาร์สหรัฐ) BYD สามารถสร้างยอดขายได้ทะลุ 40,000 ล้านหยวนในช่วงปลายปี 2552 ปัจจุบัน BYD มีบริษัทและสาขาอยู่ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา (มีสำนักงานที่ดูแลตลาดอเมริกาอยู่ที่ LA) ฟินแลนด์ เดนมาร์ก เนเธอแลนด์ ฮังการี อินเดีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง ในขณะที่ประเทศจีนเอง BYD มีโรงงาน 9 แห่ง ตั้งอยู่ในเมืองต่าง ๆ ทั้งใน กรุงปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ หนิงปอ ฉางซา เสากวน เซินเจิ้น ซีอาน

ด้วยวัตถุประสงค์ของการสรรสร้างและพัฒนาสินค้าต่าง ๆ ให้เข้าสู่ตลาด BYD ใช้หลักการ Vertical Integrated Model เพื่อส่งต่อผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในสายการผลิตให้สนับสนุนกันและกันได้ตลอด เช่น หลอดไฟ LED ที่ใช้พลังงานเพียงร้อยละ 20 ของหลอดไฟทั่วไป แต่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการใช้ไฟฟ้าในรถยนต์ นอกจากนี้ BYD ยังมีศูนย์วิจัยและพัฒนาส่วนกลาง และศูนย์วิจัยและพัฒนาเครื่องยนต์พลังงานไฟฟ้า โดยทุ่มรายได้ถึง 2 ใน 3 ด้าน R&D

ในปัจจุบันธุรกิจต่าง ๆ ของบริษัท BYD แบ่งออกเป็น

  1. ธุรกิจด้านเทคโนโลยี (IT) BYD รับผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิคส์ทั้งในรูปของ OEM และ ODM ตั้งแต่การออกแบบ ผลิต ทดสอบ ประกอบตัวเครื่องและบริการหลังการขาย เช่น Microelectronics, Cell Phone Design. Cell Phone Assembly&SMT, Laptop PC, UPS&DPS, Opto-Electronics, Camera Module, Ni-Battery&FPC, Fe-Battery, Li-ion Battery, Precision Mechanical Components, LCD/LCM ชิ้นส่วนของอุปกรณ์มือถือ รวมถึงหน้าจอ LCD และวงจรไฟฟ้าในตัวเครื่อง นอกจากนี้ BYD ยังมีศูนย์วิจัยและพัฒนาโทรศัพท์มือถือไม่ว่าจะเป็นเครือข่าย GSM, TD-SCDMA, WCDMA, CDMA, EVDO และอื่น ๆ รวมไปถึงตัวเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (Notebook)

   

โน้ตบุคของพนักงานในบริษัทก็ผลิตโดย BYD

   

รูปซ้าย เครื่องอ่านอีเมลที่ยังไม่สามารถหาได้ในประเทศจีน เนื่องจาก BYD รับหน้าที่ผลิตแล้วส่งขายไปยังสหรัฐโดยตรง

  1. พลังงานใหม่ (New Energy) ได้แก่ Battery Energy Storage Station, Solar Farm, LED, Electric Vehicle ในส่วนของการเป็นผู้ผลิต Rechargeable Battery นั้น BYD มีส่วนแบ่งตลาดที่ใหญ่ที่สุดสำหรับแบต Ni-Cd ปัจจุบันมีกำลังการผลิตถึงวันละ 2.5 ล้านชิ้น ส่งให้กับประเทศต่าง ๆ รับผลิตให้กับถ่าน Phillips, Energizer และแบรนด์อื่น ๆ รวมถึงแบตเตอร์รี่ของ BYD ที่ต้องใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ในขณะที่ถ่าน Li-ion หรือ Fe Battery ของ BYD ก็สามารถสร้างมาได้ด้วยต้นทุนต่ำ แต่มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน รวมถึงรักษ์สิ่งแวดล้อม

 

หลอดไฟ LED ที่ลดใช้พลังงานไฟฟ้าเพียงร้อยละ 20 ของหลอดไฟธรรมดา

เมืองจำลอง หมู่บ้านที่ใช้พลังงานสะอาด โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมในการขับเคลื่อน ถือเป็นโครงการในอนาคตของ BYD

  1. ธุรกิจเกี่ยวกับรถยนต์ (Auto Business) ซึ่งถือเป็นธุรกิจที่สร้างชื่อเสียงของ BYD (แม้ว่า BYD จะเริ่มต้นด้วยธุรกิจแบตเตอร์รี) นั้น เริ่มต้นจากการซื้อบริษัท Xi\'an Tsinchuan Auto Co., Ltd. ทำให้ BYD ก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้อย่างเต็มรูปแบบ และตั้งเป้าหมายว่าจะต้องมียอดขายเป็นที่ 1 ของจีนในปี 2558 และปี 2568 มียอดขายที่มากที่สุดในโลก โดยในปัจจุบันรถยนต์อีโก้คาร์ของ BYD ได้รับการปรับปรุงในเรื่องของความปลอดภัย หรือแม้กระทั่งปัญหาอื่น ๆ เช่น แบตเตอร์รี่เครื่องยนต์ และน้ำ และมุ่งเน้นการให้บริการหลังการขายมากยิ่งขึ้น

ในวันนี้ BIC ขอนำเสนอในส่วนของประวัติของบริษัท BYD ไปก่อน แล้วครั้งหน้าเราจะจุใจกับรูปภาพของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าในอุตสาหกรรมยานยนต์รักษ์สิ่งแวดล้อม

24 สิงหาคม 2554
แหล่งข้อมูล: จากการเข้าเยี่ยมชมบริษัท BYD เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2554(18/08/2011)
โดย: โซยหมวย

Back to the list

More Related

  • ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการจัดแสดงสินค้านานาชาติที่สำคัญในภูมิภาคเอเชีย และยังเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีที่มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในภูมิภาคและของโลก โดยในแต่ละปี ฮ่องกงจะมีงานจัดแสดงสินค้าอัญมณีขนาดใหญ่ถึง 3 ครั้งในเดือนมีนาคม มิถุนายน และกันยายน
  • นักท่องเที่ยวที่นิยมท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นกลุ่มใหญ่ ตามด้วยไกด์ที่ถือธงสีแดงผ่านสถานที่ท่องเที่ยว และศูนย์การค้าต่างๆ ได้กลายเป็นภาพติดตาที่ทุกคนต่างเรียกว่า “กรุ๊ปทัวร์จีน”
  • เมื่อวันที่ 7-10 พ.ค. 2556 ฮ่องกงได้มีการจัดงานมหกรรมอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “HOFEX” ขึ้นที่ Hong Kong Convention and Exhibition Centre โดยงานดังกล่าวเป็นงานมหกรรมอาหารที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่มร่วมออกบูธจำนวนกว่า 1,900 ราย จาก 48 ประเทศทั่วโลก และสามารถดึงดูดผู้เที่ยวชมได้ถึง 35,000 ราย ในโอกาสดังกล่าว บีไอซีได้เดินทางไปเที่ยวชมงานและเที่ยวชิมอาหารจากนานาประเทศทั่วโลก รวมถึงสัมภาษณ์ผู้ประกอบการไทยที่มาร่วมงานด้วย จึงขอนำข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากทุกท่าน ดังนี้
  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง จัดงานเทศกาลอาหารและวัฒนธรรมไทย ณ นครฉางซา มณฑลหูหนาน (Thai Food and Culture Festival 2013, Changsha) ระหว่างวันที่ 9-12 พฤษภาคม 2556 ณ ห้างสรรพสินค้า ID Mall โดยได้รับความร่วมมือจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครหนานหนิง และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สาขานครคุนหมิง
  • ในบทความนี้ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (BIC) ขอพาท่านไปดูกันว่า การจะเปิดร้านอาหารไทยในจีนนั้น มีกฎระเบียบอะไรที่ต้องคำนึงถึง และมีขั้นตอนยากง่ายประการใด

สถานการณ์ในต่างประเทศ