เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดาวรุ่งน้องใหม่ในตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ โอกาสที่ท้าทายสำหรับไวน์ไทยในเซี่ยงไฮ้
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดาวรุ่งน้องใหม่ในตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ โอกาสที่ท้าทายสำหรับไวน์ไทยในเซี่ยงไฮ้

           วัฒนธรรมการดื่มของชาวจีนมีความเป็นมาควบคู่ กับประวัติศาสตร์จีนอันยาวนานนับพันปี การดื่มได้แทรกอยู่ได้อุปนิสัยของชาวจีนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่ผสมผสานเข้ากับความเป็นชนชาติจีนได้อย่างเหนียวแน่น ถึงแม้ว่าชนชาติจีนนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นชนชาติต้นตำรับของการดื่มชา แต่จีนก็ยังเป็นชนชาติแรกของโลกที่ริเริ่มการดื่มแอลกอฮอล์อีกด้วย ปัจจุบันด้วยกระแสการเปิดรับวัฒนธรรมจากต่างชาติ และกำลังซื้อของผู้บริโภคจีนที่เพิ่มขึ้น สินค้าจากต่างประเทศรวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถูกส่งเข้ามาจำหน่ายในจีน และกลายเป็นสินค้าที่มีความต้องการสูงในตลาดจนกลายเป็นโอกาสทองของผู้ส่งออก จากต่างประเทศในช่วงเวลานี้

          ปัจจุบันแม้ว่าเหล้าขาว เหล้าหมัก และเบียร์ได้เป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของจีน แต่ไวน์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดอื่น ๆ ก็ยังมีอัตราการเติบโตของยอดขายและการบริโภคเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ออกแบบมาเพื่อสุขภาพก็ล้วนเป็นทางเลือกใหม่ที่น่า สนใจสำหรับนักดื่มชาวจีนอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองหลักของจีน (ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้) ซึ่งเป็นตลาดชั้นดีสำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรู ไซเดอร์ และเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์จากต่างประเทศ จึงนับว่าตลาดจีนเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากต่างประเทศ



              สำหรับคนมีฐานะในจีนแล้ว การดื่มแอลกอฮอล์ยังเป็นการแสดงถึงรสนิยมและความมั่งคั่ง วิสกี้แบบบรรจุในขวดและกล่องที่สวยหรูมักขายดี เพราะผู้ซื้อมีค่านิยมซื้อเพื่อนำไปมอบเป็นของขวัญเพื่อแสดงถึงฐานะของตน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน เช่น บริษัท Diageo PLC ผู้จัดจำหน่าย Johnny Walker ในจีนได้เปิด Johnny Walker House ที่เซี่ยงไฮ้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาซึ่งเป็นคลับเฮาส์สุดหรูเพื่อให้บริการระดับสุดยอดแก่ลูกค้าชั้นเยี่ยม โดยที่ผ่านมาได้จำหน่ายวิสกี้ Johnny Walker ในขวดรุ่น Limited edition 1910 เพื่อเจาะลูกค้าระดับบนซึ่งมีเฉพาะในจีนเท่านั้น (ภาพประกอบ)

 

ตลาดไวน์ในจีนดาวรุ่งที่กำลังมาแรง
              ทำไมตลาดไวน์ในจีนจึงโต? ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาตลาดไวน์ในจีนมีการเติบโตอย่างสูงซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้น ของนักดื่มไวน์ และการเพิ่มขึ้นของกำลังซื้อของผู้บริโภคที่สะท้อนมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น ของประชากร นักดื่มชาวจีนให้ความรู้สึกต่อไวน์ว่าเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงรสนิยมชั้น สูง และยังสะท้อนถึงความสำเร็จ ข้อมูลจากผู้นำเข้าไวน์ต่างประเทศมายังจีนรายหนึ่งระบุว่า กลุ่มเป้าหมายหลักที่บริโภคไวน์ คือ นักธุรกิจช่วงอายุ 45-65 ปี ซึ่งเป็นช่วงอายุที่กำลังประสบความสำเร็จในชีวิต และต้องการฐานะทางสังคม การบริโภคไวน์จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว นอกจากนี้ไวน์ยังเหมาะสำหรับนักดื่มสูงวัย เนื่องจากไวน์มีสารแทนนิน (tannins) ที่ช่วยบำรุงหัวใจให้แข็งแรง ซึ่งเป็นคุณสมบัติเดียวกันที่พบในชา ดังนั้นไวน์จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับนักดื่มที่ใส่ใจสุขภาพอีกด้วย







              ในงานแสดงสินค้า China National Sugar and Alcoholic Commodities Fair 2011 ข้อมูลจากออร์แกไนเซอร์งานระบุว่า มีผู้ผลิตไวน์รวมกว่า 200 รายจากกว่า 20 ประเทศเข้าร่วมแสดงสินค้าในงานดังกล่าว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตลาดไวน์ในจีนกำลังอยู่ในช่วงที่เติบโตอย่างสูง ชาวต่างชาติจึงให้ความสนใจเข้ามาเปิดตลาดไวน์ในจีน ถึงแม้ว่าความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ไวน์ การดื่มไวน์ การเลือกไวน์ของผู้บริโภคจีนยังไม่มากเท่าที่ควร แต่ก็ถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้ส่งออกไวน์ต่างชาติที่จะได้เข้ามาแนะนำผลิตภัณฑ์และความรู้เกี่ยวกับการเลือกไวน์ได้ก่อนคู่แข่งในวงการเดียวกัน

(ภาพการอบรมสาธิตการเลือกและชิมไวน์ในงานแสดงสินค้า FHC China 2010 ในเซี่ยงไฮ้)



              ทั้งนี้ ตลาดไวน์ในจีนมีการเติบโตสูง โดยมูลค่าการนำเข้าไวน์ต่างประเทศของจีนในปี ค.ศ. 2010 สูงถึง 799 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีอัตราการเติบโตกว่าปี ค.ศ. 2009 ถึงร้อยละ 74 เมื่อพิจารณาจาก 10 ประเทศแรกที่จีนนำเข้าไวน์องุ่นพบว่าแต่ละประเทศมีอัตราการเติบโตของตัวเลขส่งออกไวน์มาจีนค่อนข้างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ สเปน ซึ่งมีอัตราการส่งออกไวน์มายังจีนเพิ่มขึ้นจากปี ค.ศ. 2009 มากถึงร้อยละ 192 (ข้อมูลจากศุลกากรจีนโดยฐานข้อมูล World Trade Atlas)


              นอกจากนี้ ข้อมูลจากวงการผู้นำเข้าไวน์ระบุว่า ไวน์จากต่างประเทศครองสัดส่วนเพียงประมาณร้อยละ 10 ของไวน์ทั้งหมดในตลาดจีน โดยที่เหลืออีกร้อยละ 90 เป็นไวน์ของจีนจากผู้ผลิตยักษ์ใหญ่ 3 บริษัท ได้แก่ Chang Yu, Dynasty และ Great Wall ทั้งนี้ ผู้ผลิตไวน์ในจีนเองก็ได้มีความร่วมมือกับผู้ผลิตจากต่างประเทศเพื่อพัฒนาไวน์ร่วมกัน ตัวอย่างเช่นบริษัท Changyu ได้ร่วมมือเป็นหุ้นส่วนกับผู้ผลิตไวน์ในประเทศฝรั่งเศส อิตาลี และนิวซีแลนด์ เพื่อวิจัยและพัฒนาไวน์คุณภาพสูงร่วมกัน นอกจากนี้ ผู้ผลิตในต่างประเทศก็มีความสนใจร่วมมือกับผู้ผลิตเหล้าขาวในจีนเช่นกัน เนื่องจากจีนเป็นประเทศที่นิยมดื่มเหล้าขาว และเหล้าขาวได้ครองตลาดหลักในจีน โดยบริษัท Pernod Ricark SA จากประเทศฝรั่งเศสจึงได้ร่วมทุนกับบริษัท Jiannanchun Group และแลกหุ้นกับบริษัท Sweden\'s Vin & Spirit ให้กับบริษัทจีน เพื่อต้องการเข้ามามีส่วนแบ่งในเหล้าขาวในตลาดจีน การร่วมมือกันระหว่างผู้ผลิตของจีนและต่างประเทศดังกล่าวนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่สดใสของตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในจีน นอกจากนี้ การเข้าตลาดของผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในต่างชาติด้วยวิธีการเข้ามาวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกันเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือเข้ามาถือหุ้นร่วมทุนกับบริษัทจีน ซึ่งล้วนเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจ เพราะต่างชาติที่เข้ามาสามารถอาศัยจุดแข็งที่แบรนด์จีนมีอยู่ (ด้านการรับรู้ของแบรนด์ หรือ Brand awareness) ซึ่งไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นใหม่แต่สามารถต่อยอดจากแบรนด์จีนเดิม โดยพัฒนาสูตรไวน์ร่วมกันหรือการใช้จุดแข็งของแบรนด์จีนในด้านช่องทางจำหน่าย ซึ่งไม่ต้องเริ่มต้นนับหนึ่งเพื่อหาผู้จัดจำหน่ายใหม่

ไวน์แบรนด์จีนจากซ้าย Changyu, Dynasty และ Great wall

              ข้อมูลจาก Euromonitor ระบุว่า การเติบโตของตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สำหรับภาพรวมของตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในจีนในช่วงปี ค.ศ. 2010 ที่ผ่านมานั้นค่อนข้างดุเดือด เนื่องจากการทำการตลาด ณ จุดขายที่ร้านซุปเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ตมีข้อจำกัด ดังนั้นนักการตลาดจึงมุ่งความสนใจไปกับกิจกรรมการตลาดที่เน้นการโฆษณา เช่น การทำกิจกรรมส่งเสริมการขายในเทศกาลฟุตบอลโลก FIFA World Cup งานมหกรรม Shanghai 2010 Expo หรือการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ Guangzhou 2010 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปอย่างดุเดือด ทั้งนี้ ถึงแม้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2010 เป็นต้นมา รัฐบาลจีนได้เริ่มบังคับใช้กฎหมายบทลงโทษผู้ขับขี่ที่ดื่มแอลกอฮอล์ แต่กฎหมายดังกล่าวก็ไม่ได้มีผลกระทบต่อยอดขายแต่อย่างใด

“ไวน์สัญชาติไทย” โอกาสที่ท้าทายในตลาดจีน (เซี่ยงไฮ้)
              ปัจจุบันเซี่ยงไฮ้นำเข้าไวน์จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในปี 2553 เซี่ยงไฮ้นำเข้าไวน์รวมมูลค่า 181 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปี 2554 ถึงปัจจุบัน (กันยายน) มีตัวเลขการนำเข้า 344 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึงร้อยละ 89 ซึ่งเป็นตัวเลขที่แสดงถึงตลาดไวน์นำเข้าที่กำลังเติบโตได้เป็นอย่างดีในเซี่ยงไฮ้

ตารางแสดงมูลค่าการนำเข้าไวน์ของเซี่ยงไฮ้ (หน่วยล้านดอลลาร์สหรัฐ)


              สำหรับนักธุรกิจไทยที่กำลังมองหาช่องทางส่งออกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มายังจีนจำเป็นต้องศึกษารสนิยมความต้องการของตลาด เพื่อปรับผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับความต้องการของกลุ่มผู้บริโภค โดยผู้บริโภคชาวจีนไม่ได้ต้องการเพียงแค่ซื้อเพื่อดื่ม แต่ยังซื้อเพื่อเป็นของขวัญและของสะสมที่บ่งบอกถึงรสนิยมและฐานะอีกด้วย นักธุรกิจไทยที่สนใจส่งออกมาจีนจึงควรให้ความสำคัญรูปลักษณ์ภายนอกของสินค้าเช่นกัน รวมถึงฉลากและกล่องภายนอกก็ควรแสดงถึงความโดดเด่นและรสนิยมชั้นเลิศด้วย นอกจากนี้ การเข้าใจรูปแบบการบริโภคของชาวจีนก็มีความสำคัญเช่นกัน อาทิ เหล้าที่จำหน่ายในเทศกาลฉลองวันชาติจำเป็นต้องบรรจุในกล่องที่สวยงาม ประกอบด้วยข้อความที่มีความหมายลึกซึ้ง เพราะผู้ซื้ออาจะไม่ใช่ผู้ที่ดื่มเองแต่ซื้อเพื่อส่งเป็นของขวัญเพื่อส่งมอบคำขอบคุณให้แก่บุคคลที่รู้จัก สำหรับการออกแบบบรรจุภัณฑ์นั้น ไม่เพียงแต่ออกแบบให้ภายนอกดูสวยหรูตรงใจชาวจีน แต่อาจจะออกแบบให้สามารถเป็นได้ทั้งของขวัญและของสะสมล้ำค่าในอนาคต

ไวน์บรรจุกล่องเพื่อมอบให้เป็นของขวัญที่บ่งบอกถึงรสนิยม และการให้ของมีคมมีความหมายเพื่อให้ผู้รับมีความแข็งแกร่ง กล้าหาญ


              สำหรับนักธุรกิจไทยที่มีความสนใจส่งออกไวน์มายังเซี่ยงไฮ้ อาจเริ่มจากต้นจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับความต้องการของกลุ่มผู้บริโภค ตัวอย่างเช่น พฤติกรรมผู้บริโภคในเซี่ยงไฮ้ที่ให้ชื่นชอบ “สินค้าแปลกใหม่ที่มีความหรูหราและดูดีมีรสนิยม” ดังนั้นนักธุรกิจไทยอาจนำเสนอไวน์ไทยโดยใช้ข้อได้เปรียบของสินค้าไทยด้านความหลากหลาย เช่น ไวน์จากผลไม้เมืองร้อน ไวน์เพื่อสุขภาพ ไวน์หมักจากธรรมชาติ หรือไวน์ปลอดสารพิษ เป็นต้น อีกทั้งในเซี่ยงไฮ้ยังเป็นเมืองที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่กว่า 140,000 คน (มากเป็นอันดับ 2 ของจีนรองจากมณฑลกวางตุ้ง) ซึ่งชาวต่างชาติก็อาจเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายสำคัญอย่างหนึ่งของผู้ส่งออกไวน์ได้เช่นกัน นอกจากนี้นักท่องเที่ยวชาวจีนที่ไปเที่ยวต่างประเทศยังนิยมซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กลับไปเป็นของฝากอีกด้วย นักธุรกิจไทยอาจเริ่มต้นจากการทดลองขายผ่านร้านค้าปลอดภาษีในสนามบินให้กับนักท่องเที่ยวจีนอีกด้วย แต่ทั้งนี้ปริมาณการซื้อของนักท่องเที่ยวจะถูกจำกัดไว้ด้วยข้อกำหนดสากลด้านการบินและด้านศุลกากรเช่นกัน หรือนอกจากนี้อาจเริ่มต้นด้วยการวางจำหน่ายในร้านอาหารไทยที่อยู่ในประเทศจีนก็เป็นได้ ปัจจุบันร้านไวน์ที่จำหน่ายไวน์นำเข้าจากต่างประเทศในเซี่ยงไฮ้ได้เพิ่มจำนวนขึ้นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนถนนที่เป็นย่านธุรกิจและมีชาวต่างชาติอาศัยอยู่ก็ได้เพิ่มจำนวนขึ้นมากเช่นเดียวกัน (ภาพร้านไวน์หรูในเซี่ยงไฮ้)
 

              แม้ว่าประเทศไทยจะไม่ติดอันดับ 20 ประเทศแรกที่ประเทศจีนนำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากที่สุด แต่นักธุรกิจไทยก็ยังมีโอกาสโดยอาศัยจุดเด่นความได้เปรียบของผลไม้ไทยมาเป็นจุดขายของผลิตภัณฑ์เพื่อส่งออกมายังจีนได้เช่นกัน โดยข้อมูลจากนักธุรกิจไทยของ หจก. Wanit Brewverry (Trat) ผู้ผลิตไวน์มังคุดที่เข้าร่วมงาน CISMEF 2011 ณ นครกว่างโจวให้ข้อมูลว่า ชาวจีนค่อนข้างให้ความสนใจทดลองชิมรสชาติไวน์ที่ทำมาจากผลไม้เมืองร้อนเป็นอย่างมาก เช่น มังคุด เนื่องจากมีความแปลกใหม่และยังมีคุณประโยชน์ในด้านสุขภาพ โดยจากการร่วมงานดังกล่าวที่ผ่านมาทำให้นักธุรกิจไทยท่านนี้ได้มีโอกาสเจรจาการค้ากับบริษัทผู้ผลิตไวน์ของจีนเพื่อหาแนวทางร่วมกันในการพัฒนาสูตรเพื่อเจาะเข้าตลาดจีน ซึ่งอาจจะเป็นในรูปแบบของบริษัทไทยรับจ้างผลิตภายใต้ตราสินค้าของบริษัทจีนแล้วนำเข้ามายังจีน เป็นต้น

(ผู้ประกอบการไทยที่ร่วมงานแสดงสินค้าในจีนได้รับความสนใจจากชาวจีนทดลองชิมไวน์เป็นอย่างมาก)


              อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องให้ความสำคัญในการเข้าสู่ตลาดจีนก็คือ การสร้างการรับรู้ในตัวสินค้าด้วยการพัฒนาตราสินค้า ถึงแม้ว่าการทำให้ตราสินค้าเป็นที่รู้จักกับกลุ่มเป้าหมายจะต้องใช้งบประมาณส่วนหนึ่ง แต่การทำให้ตราสินค้ามีภาพลักษณ์ที่ดี โดดเด่น แตกต่างและน่าจดจำและเป็นที่ต้องการของผู้ซื้อมากขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างความรู้สึกดีให้กับผู้บริโภค นอกจากนี้ตราสินค้าที่ได้รับความนิยมหรือมีภาพลักษณ์ที่ดีจะนำมาซึ่งอำนาจต่อรองด้านราคาให้กับธุรกิจ และจะช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าอีกด้วย

ปัจจุบันได้มีบริษัทเบียร์สิงห์ ผู้ผลิตเบียร์จากไทยได้เข้ามาทำตลาดในประเทศจีนโดยมุ่งเน้นการขายเครื่องดื่มให้กับร้านอาหารไทยในจีน

(ภาพการประชาสัมพันธ์สินค้าภาพลักษณ์ไทยของผลิตภัณฑ์เบียร์สิงห์ในงาน World Leisure Expo 2011 ที่นครหางโจว)

บทสรุป
              การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นำเข้าของจีนในปัจจุบันมีปริมาณเพิ่มขึ้น โดยมีการนำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเข้าจากประเทศยุโรป ทั้งนี้ถึงแม้ว่าไทยจะไม่ติดอันดับประเทศที่ส่งออกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มายังจีน แต่ไทยก็สามารถใช้โอกาสที่การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นำเข้าในจีนกำลังเติบโตนี้ เข้ามาทดลองตลาดโดยใช้จุดเด่นของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่สกัดจากผลไม้ไทย เช่น ไวน์จากผลไม้เมืองร้อน โดยเริ่มต้นการเข้าตลาดจากการร่วมมือกับผู้ผลิตจีน วิจัยและพัฒนาสูตรร่วมกัน โดยใช้ข้อดีของผู้ผลิตจีนที่มีช่องทางการจัดจำหน่ายอยู่แล้วในการสร้างฐานลูกค้าในตลาด แม้ว่าการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยตรงในจีนอาจมีอุปสรรคทางการค้าที่จำเป็นต้องขออนุญาตและต้องได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานจีน อีกทั้งมีภาษีนำเข้าสูง แต่นักธุรกิจไทยก็ยังสามารถหาช่องทางการเข้าตลาดโดยผ่านทางร้านอาหารประเภทต่างๆ ในจีน  การจำหน่ายในร้านค้าปลอดภาษี การจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวจีน ทั้งนี้ก่อนที่จะเข้าตลาดจีน นักธุรกิจไทยควรมีการเตรียมความพร้อมด้วยการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของชาวจีนที่มีวัฒนธรรมการดื่มที่ลึกซึ้งและยาวนาน อีกทั้งควรสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสินค้าด้วยการพัฒนาตราสินค้าให้โดดเด่นเป็นที่จดจำของผู้บริโภคจีน ตลอดจนการพัฒนาด้านการบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมกับพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคชาวจีน

ข้อสังเกตเพิ่มเติมจากศูนย์ BIC
              ปัจจุบันช่องทางการนำเข้าสินค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากต่างประเทศจะถูกกีดกันโดยรัฐบาลด้วยอัตราภาษีนำเข้าถึงร้อยละ 40 (เทียบกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั่วไปที่ผลิตในจีน เช่น เหล้าขาว มีภาษีสรรพสามิตเพียงร้อยละ 20) อีกทั้งผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายอย่างถูกต้องจะต้องขอใบอนุญาตและได้รับการอนุญาตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลจึงสามารถจัดจำหน่ายได้ โดยทั่วไปการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะจำหน่ายในร้านค้าที่จำหน่ายแอลกอฮอล์โดยเฉพาะ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผลิตในจีน ดังนั้นการเข้าตลาดผ่านช่องทางจำหน่ายโดยติดต่อกับร้านค้าหรือผู้กระจายสินค้าไปร้านค้าโดยตรงอาจไม่สะดวกนัก เพราะร้านค้าส่วนใหญ่อาจยังไม่ขอใบอนุญาตจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ดังนั้นการเริ่มเข้าตลาดอาจจะต้องเริ่มต้นจากการหาผู้นำเข้าผ่านการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า ซึ่งผู้นำเข้าได้มีใบอนุญาตนำเข้าเรียบร้อยแล้ว โดยงานแสดงสินค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่น่าสนใจในจีนได้แก่    
•    FHC China  (เซี่ยงไฮ้)
•    China National Sugar and Alcoholic Commodities Fair (เฉิงตู)
•    Guangzhou China International Food and Beverage Exhibition (กว่างโจว)
•    TopWine China (ปักกิ่ง)
•    Guangzhou International Wine & Spirits Fair (กว่างโจว)

ข้อมูลประกอบ
•    อัตราภาษี ซึ่งจะถูกเก็บจากสินค้าเครื่องดื่มแอลกฮอล์ในจีนจากศุลกากรและ National Taxation Bureau
ภาษีสรรพสามิต    220 หยวนต่อตัน สำหรับเบียร์ที่มีมูลค่าต่อตันไม่ถึง 3,000 หยวน
                         250 หยวนต่อตัน สำหรับเบียร์ที่มีมูลค่าต่อตันเกิน 3,000 หยวน
                         240 หยวนต่อตัน สำหรับเบียร์ไวน์ที่หมักจากข้าว
                         ร้อยละ 10 สำหรับไวน์ *
                         ร้อยละ 20 สำหรับเหล้า สุรา *
ภาษีนำเข้า          ร้อยละ 40 สำหรับไวน์ ที่หมักจากข้าว *
                         ร้อยละ 14 สำหรับไวน์ *
                         ร้อยละ 10 สำหรับไวน์กลั่น *
                         ร้อยละ 10 สำหรับเหล้านำเข้า *  (*ad valorem คิดตามราคา)
ภาษีมูลค่าเพิ่ม      ร้อยละ 17

•    ส่วนแบ่งสำหรับผู้ค้าส่ง Wholesaler และผู้ค้าปลีก Retailer ในตลาดจีน
                          ผู้ค้าส่ง Wholesaler ไวน์ ร้อยละ 10 วิสกี้ ร้อยละ 15 และเบียร์ ร้อยละ 10
                          ผู้ค้าปลีก Retailer ไวน์ ร้อยละ 12 วิสกี้ ร้อยละ 45 และเบียร์ ร้อยละ 14

•    ตัวอย่างโครงสร้างราคาของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น ไวน์ Jacob\'s Creek ขนาด 750 ml ราคาจำหน่ายในซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป 109 หยวน ในราคาขายปลีกทั่วไปเทียบเป็นร้อยละ 100 ประกอบด้วยภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT ร้อยละ 17 ส่วนแบ่งผู้ค้าปลีก (retailer) ร้อยละ 9.2 ส่วนแบ่งผู้กระจายสินค้า (distributor) ร้อยละ 6.9 ภาษีสรรพสามิต ร้อยละ 6.9 ส่วนของผู้ผลิตร้อยละ 62.4 และหากเป็นการนำเข้า ในร้อยละ 62.4 ดังกล่าวนี้จะรวมถึงค่าใช้จ่ายด้านการผลิตการขนส่งระหว่างประเทศมาด้วย









24 ตุลาคม 2554
แหล่งข้อมูล: ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้นำเข้า, World Trade Atlas, Euromonitor International, ศุลกากรจีน, หนังสือพิมพ์ Shanghai daily และข้อมูลจากเว็บไซต์(24/10/2011)
โดย: เทพรัตน์ ตันติกัลยาภรณ์ ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซี่ยงไฮ้

Back to the list

More Related

  • ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการจัดแสดงสินค้านานาชาติที่สำคัญในภูมิภาคเอเชีย และยังเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีที่มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในภูมิภาคและของโลก โดยในแต่ละปี ฮ่องกงจะมีงานจัดแสดงสินค้าอัญมณีขนาดใหญ่ถึง 3 ครั้งในเดือนมีนาคม มิถุนายน และกันยายน
  • นักท่องเที่ยวที่นิยมท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นกลุ่มใหญ่ ตามด้วยไกด์ที่ถือธงสีแดงผ่านสถานที่ท่องเที่ยว และศูนย์การค้าต่างๆ ได้กลายเป็นภาพติดตาที่ทุกคนต่างเรียกว่า “กรุ๊ปทัวร์จีน”
  • เมื่อวันที่ 7-10 พ.ค. 2556 ฮ่องกงได้มีการจัดงานมหกรรมอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “HOFEX” ขึ้นที่ Hong Kong Convention and Exhibition Centre โดยงานดังกล่าวเป็นงานมหกรรมอาหารที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่มร่วมออกบูธจำนวนกว่า 1,900 ราย จาก 48 ประเทศทั่วโลก และสามารถดึงดูดผู้เที่ยวชมได้ถึง 35,000 ราย ในโอกาสดังกล่าว บีไอซีได้เดินทางไปเที่ยวชมงานและเที่ยวชิมอาหารจากนานาประเทศทั่วโลก รวมถึงสัมภาษณ์ผู้ประกอบการไทยที่มาร่วมงานด้วย จึงขอนำข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากทุกท่าน ดังนี้
  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง จัดงานเทศกาลอาหารและวัฒนธรรมไทย ณ นครฉางซา มณฑลหูหนาน (Thai Food and Culture Festival 2013, Changsha) ระหว่างวันที่ 9-12 พฤษภาคม 2556 ณ ห้างสรรพสินค้า ID Mall โดยได้รับความร่วมมือจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครหนานหนิง และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สาขานครคุนหมิง
  • ในบทความนี้ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (BIC) ขอพาท่านไปดูกันว่า การจะเปิดร้านอาหารไทยในจีนนั้น มีกฎระเบียบอะไรที่ต้องคำนึงถึง และมีขั้นตอนยากง่ายประการใด

สถานการณ์ในต่างประเทศ