ซอกแซกเจ้อเจียง : เที่ยวอี้อู...ดูสินค้า...365 วันเดินไม่ทั่วตลาดค้าส่ง!! (ตอนที่ 1 : ทักทายทำความรู้จักกับอี้อู)
ซอกแซกเจ้อเจียง : เที่ยวอี้อู...ดูสินค้า...365 วันเดินไม่ทั่วตลาดค้าส่ง!! (ตอนที่ 1 : ทักทายทำความรู้จักกับอี้อู)

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อเสียงของเมืองอี้อูมานานแล้วว่า เป็นเมืองธุรกิจค้าส่งยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งของจีน ที่ตั้งอยู่แถบตะวันออกใกล้ฝั่งทะเลของจีน แต่ยังไม่มีโอกาสได้เดินทางมาสัมผัสเมืองอี้อูด้วยตนเอง และอาจจะยังไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับเมืองอี้อูมากนัก ในโอกาสนี้ศูนย์บีไอซีเซี่ยงไฮ้จึงขออนุญาตแนะนำข้อมูลเมืองค้าส่งแห่งนี้ให้เป็นที่รู้จักกันมากขึ้น โดยแบ่งบทความที่เรียบเรียงออกเป็น 3 ตอน ซึ่งตอนแรกที่จะนำเสนอ คือ “ทักทายทำความรู้จักกับอี้อู”

ที่ไปที่มา... เปิดหน้าต่างสู่อี้อู

เมืองอี้อู(义乌)ตั้งอยู่ใจกลางมณฑลเจ้อเจียงซึ่งติดกับมณฑลฝูเจี้ยนทางตอนใต้ ติดกับเซี่ยงไฮ้และมณฑลเจียงซูทางตอนเหนือ โดยทางตะวันออกของเมืองอี้อูคือเมืองท่าหนิงโป มีพื้นที่รวมกันทั้งสิ้น 1,105 ตารางกิโลเมตร แบ่งเป็น 6 อำเภอย่อย 7 ตำบล ประชากรรวมกันทั้งสิ้น 2.1 ล้านคน ซึ่งในจำนวน 1.35 ล้านคนเป็นประชากรที่อพยพมาจากต่างถิ่น

เมืองอี้อูมีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ยุคราชวงศ์ฉินเมื่อปี 222 ก่อนคริสตศักราช เดิมมีชื่อว่าเมืองอูซัง(乌伤)และเปลี่ยนชื่อมาเป็นเมืองอี้อูเมื่อปี ค.ศ. 624 เมืองอี้อูยังเป็นบ้านเกิดของบุคคลผู้มีชื่อเสียงทางประวัติศาสตร์จีนหลายท่าน เช่น นักกวีชื่อดังลั่ว ปินหวัง(骆宾王)ในสมัยราชวงศ์ถัง และแม่ทัพใหญ่จง เจ๋อ(宗泽)ในสมัยราชวงศ์ซ่ง เป็นต้น โดยในยุคการปฏิรูปประเทศจีนด้วยระบบคอมมิวนิสต์เป็นต้นมา เมืองอี้อูได้พัฒนาอุตสาหกรรมทางการค้าอย่างเป็นระบบ โดยให้ความสำคัญกับการค้าขายสินค้าเบ็ดเตล็ดควบคู่ไปกับการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิต มีการประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการผลิตที่ทันสมัย สามารถผลิตสินค้าได้อย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับจำนวนปริมาณความต้องการสินค้าของชาวจีนทั่วประเทศ

พัฒนาต่อเนื่อง... สู่เมืองแนวหน้าในจีน

ตั้งแต่เริ่มมีธุรกิจเอกชนแห่งแรกตั้งขึ้นที่เมืองอี้อูเมื่อปี ค.ศ. 1988 ปัจจุบันมีธุรกิจเอกชนกว่า 26,000 แห่งตั้งอยู่ในอี้อู ไม่เพียงมีความโดดเด่นในอุตสาหกรรมด้านถุงเท้า แฟชั่น จิวเวอร์รี่ เครื่องสำอางค์เท่านั้น แต่หลายบริษัทในเมืองอี้อูยังนับว่าเป็นบริษัทผู้ผลิตยักษ์ใหญ่ที่ครองแชมป์ในตลาดจีนอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถุงเท้าจากเมืองอี้อู ซึ่งครองตลาดในจีนถึงร้อยละ 65 สินค้าแฟชั่นจากอี้อูครองตลาดจีนร้อยละ 35 และซิปครองตลาดจีนถึงร้อยละ 30 นับว่าเมืองอี้อูเป็นเมืองที่มีความสำคัญอย่างยิ่งจนอาจกล่าวได้ว่า หากไม่มีเมืองอี้อูแล้วชาวจีนกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศต้องเปลี่ยนใช้ถุงเท้ายี่ห้อใหม่ของเมืองอื่นเลยทีเดียว

เมืองอี้อูไม่เพียงแต่เป็นผู้ผลิตสินค้าเบ็ดเตล็ดที่สำคัญเท่านั้น แต่ยังเน้นพัฒนาการผลิตสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนเอง โดยปัจจุบันเมืองอี้อูมีเครื่องหมายการค้าที่เป็นที่รู้จักดีในจีนแล้วถึง 78 แบรนด์ ซึ่งแบ่งเป็นตราสินค้าที่มีชื่อเสียงดีเด่นระดับประเทศ 7 แบรนด์ นอกจากนี้ ยังมีการจดสิทธิบัตรสินค้ารวม 12,004 รายการ มีเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน 32,619 เครื่องหมาย ซึ่งนับเป็นเมืองอันดับที่ 1 ในมณฑลเจ้อเจียงและอันดับที่ 3 ของประเทศจีนที่มีการจดเครื่องหมายการค้าและทรัพย์สินทางปัญญาสูงที่สุด

เศรษฐกิจการค้า... สู่สายตาคนทั่วโลก

ในปี 2553 เมืองอี้อูมี GDP ทั้งสิ้น 61,400 ล้านหยวน เพิ่มมากขึ้นจากปี 2552 ร้อยละ 11.5 มีรายได้ของรัฐบาลท้องถิ่นในปี 2553 อยู่ที่ 7,700 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ร้อยละ 8.7 มีเงินสำรองสะสมของเมืองรวมทั้งสิ้น 150,050 ล้านหยวน มีรายได้ประชากรต่อหัวของคนในเมืองอยู่ที่ 35,220 หยวนต่อคนต่อปี และรายได้ต่อหัวของคนในชนบทอยู่ที่ 14,775 หยวนต่อคนต่อปี โดยเมื่อเทียบระดับการพัฒนาของเมืองแล้ว เมืองอี้อูติด 1 ใน 10 ของเมืองที่มีการพัฒนาก้าวหน้าของประเทศจีน ปัจจุบันเมืองอี้อูเป็นแหล่งรวมการซื้อขายสินค้าเบ็ดเตล็ด จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองแห่งสินค้าเบ็ดเตล็ดของโลก (世界小商品之都) โดยประชากร 2 ใน 3 ของเมืองมีรายได้เกี่ยวข้องจากศูนย์กลางการค้านานาชาติเมืองอี้อู(义乌 国际商贸城)หรือตลาดค้าส่งสินค้าเบ็ดเตล็ดอี้อูที่เป็นที่รู้จักของนักธุรกิจทั่วโลกนั่นเอง

ปัจจุบันเมืองอี้อูไม่ได้เป็นเพียงแค่เมืองศูนย์กลางด้านการค้าส่งของจีนเท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองศูนย์กลางกระจายสินค้าจีนที่สำคัญของโลกอีกด้วย โดยเมืองอี้อูได้วางโครงสร้างเพื่อรองรับการการขนส่งระหว่างประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นเมืองท่าบนบกขนาดที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของมณฑลเจ้อเจียง โดยมีศูนย์กลางโลจิสติกส์นานาชาติเพื่อรองรับบริการทางด้านโลจิสติกส์ ภายในศูนย์บริการโลจิสติกส์นานาชาตินี้มีบริษัทผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์มืออาชีพกว่า 800 บริษัทให้บริการขนส่งคลอบคลุมทั่วทั้งจีนและต่างประเทศ โดยข้อมูลจากศุลกากรของเมืองอี้อูระบุว่า ในปี 2553 มีปริมาณการส่งออกสินค้าจากเมืองอี้อูไปยังพื้นที่อื่นในจีนและต่างประเทศคิดเป็นจำนวน 576,000 TEU ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นจากปี 2552 ร้อยละ 12.7

เปิดกว้าง... ต้อนรับต่างชาติและต่างถิ่น

ปัจจุบันเมืองอี้อูมีสมาชิกใหม่ที่มาจากต่างถิ่นและพำนักอาศัยในเมืองอี้อูถึงกว่า 1.43 ล้านคน ขณะที่ชาวอี้อูท้องถิ่นมีเพียง 700,000 คนเท่านั้น โดยชาวอี้อูที่เพิ่งอพยพเข้ามาใหม่จากต่างถิ่นนี้ (รวมถึงชาวต่างชาติ) ได้ถูกจัดให้เข้ามามีที่นั่งในสภาบริการท้องถิ่นด้วย ทั้งนี้ เพื่อร่วมกำหนดแนวทางบริหารเมืองให้มีความสมดุลและเสมอภาคเท่าเทียมกันระหว่างท้องถิ่นและเชื้อชาติ ไม่เฉพาะแต่ในสภาเทศบาลบริหารเท่านั้น ปัจจุบันไม่ว่าที่ไหนในเมืองอี้อูก็สามารถพบเห็นชาวต่างชาติ หลากภาษา หลายเชื้อชาติพบได้ทั่วไปในเมืองแห่งความหลากหลายแห่งนี้ จากข้อมูลสถิติของเมืองอี้อูพบว่า ปัจจุบันมีชาวต่างชาติพักอาศัยอยู่ถาวรถึง 13,000 คน มีธุรกิจเจ้าของชาวต่างชาติถึง 3,008 แห่ง มีชาวต่างชาติทีเดินทางเข้ามายังเมืองอี้อูทั้งถาวรและชั่วคราวรวมกันทั้งสิ้น 422,000 ราย เพิ่มขึ้นมากกว่าปี 2552 ร้อยละ 32.9

ปัจจุบันเมืองอี้อูมีสถาบันการเงิน 59 แห่ง (รวม 248 สาขา) แบ่งเป็นธนาคารชั้นนำ 19 แห่ง อีกทั้งบริษัทประกันภัย 33 แห่ง สำหรับรองรับนักธุรกิจจากทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการให้บริการทางการเงินเพื่อประกันการชำระเงินระหว่างประเทศให้กับผู้ค้าในตลาดค้าส่งสินค้า เพื่อช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กมีสภาพคล่องเมื่อได้รับคำสั่งซื้อและลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นอีกด้วย ไม่เพียงเท่านี้ด้วยบทบาทการเป็นเมืองค้าส่งสินค้าที่สำคัญของโลก เมืองอี้อูจึงมีหน่วยงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาติ (UNHCR) และธนาคารโลกเข้ามาตั้งสำนักงานถาวรเพื่อจัดซื้อสินค้าอีกด้วย

ช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 (ปี 2554 – 2558) เมืองอี้อูมีเป้าหมายสำคัญที่จะแปลงโฉมเมืองให้กลายเป็น "ศูนย์กลางการค้าระหว่างประเทศ" ที่มีชื่อเสียงและทันสมัยระดับโลก และได้วางกลยุทธ์มุ่งพัฒนาโดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการบริหารจัดการและการผลิตที่ทันสมัย เพื่อพัฒนาเมือง ส่งเสริมด้านโลจิสติกส์และสาธารณูปโภค ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองและชนบท รวมถึงพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรในภาพรวม โดยเมื่อถึงปี 2558 เมืองอี้อูจะกลายเป็นเมืองการค้าชั้นนำระดับโลกที่มีเทคโนโลยีการบริหารจัดการที่ทันสมัยดึงดูดให้นักลงทุนและชาวต่างชาติเข้ามาทำการค้าและท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น

คมนาคมกว้างไกล... เครือข่ายเชื่อมต่อหลายพื้นที่

เมืองอี้อูตั้งอยู่ในมณฑลเจ้อเจียง อยู่ทางตะวันออกของจีน และอยู่ไม่ไกลจากเมืองศูนย์การชั้นนำของจีนอย่างเซี่ยงไฮ้ การเดินทางมายังเมืองอี้อู้มีความสะดวกอย่างมาก หากอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ก็สามารถขับรถมาได้โดยระยะทาง 350 กิโลเมตร ใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมง หรือหากต้องการนั่งรถไฟ ก็มีให้เลือกทั้งรถไฟความเร็วสูงหัวจรวด (High speed train-高铁) รถไฟด่วน(动车)ซึ่งใช้เวลาเพียง 2 - 2.5 ชั่วโมง หรือหากจะนั่งเครื่องบินมาจากฮ่องกงก็ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น

เส้นทางการบิน รองรับเที่ยวบินในประเทศจากปักกิ่ง กว่างโจว ฮ่องกง ชิงเต่า เซี่ยเหมิน เซินเจิ้น ซานตง คุนหมิง ฉางซา มายังสนามบินเมืองอี้อู นอกจากนี้ ยังมีสนามบินนานาชาติเมืองหางโจวที่อยู่ไกลจากเมืองอี้อู ซึ่งรองรับเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ โตเกียว โอซาก้า โซล ปูซาน เจจู แฟรงค์เฟริ์ต อัมสเตอร์ดัมส์ สิงค์โปร์ กัวลาลัมเปอร์

เส้นทางรถยนต์ สามารถขับรถจากนครหางโจว เมืองเอกของมณฑลเจ้อเจียงเพียงระยะเวลา 1 - 1.5 ชั่วโมง (มีรถรับส่งไปกลับทุกครึ่งชั่วโมงจากสนามบินนานาชาติหางโจว) หรือจากเซี่ยงไฮ้มายังอี้อูเพียง 3 – 3.5 ชั่วโมง และจากเมืองหนิงโปมายังอี้อูประมาณ 2 ชั่วโมง

เส้นทางรถไฟ เดินทางสะดวกด้วยรถไฟ 90 เที่ยวต่อวัน โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมงจากหางโจว หรือ 2 – 2.5 ชั่วโมงจากเซี่ยงไฮ้

สำหรับข้อมูลเบื้องต้นที่ศูนย์บีไอซีเซี่ยงไฮ้นำเสนอในบทความตอนนี้ คงจะทำให้ท่านผู้อ่านรู้จักเมืองอี้อูมากขึ้นและสนใจเดินทางมาเมืองอี้อูแห่งนี้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมืองที่น่าจะเดินทางมาสัมผัสด้วยตัวของท่านเอง และโปรดติดตามบทความตอนที่ 2 “พาเที่ยวตลาดค้าส่งยักษ์ใหญ่ในอี้อู” ในเร็วๆ นี้

.........................

จัดทำโดย     : น.ส. เทพรัตน์ ตันติกัลยาภรณ์
เรียบเรียงโดย : นายโอภาส เหลืองดาวเรือง
แหล่งข้อมูล   : เอกสารประกอบการเข้าร่วมสำรวจตลาดค้าส่งเมืองอี้อู

2 พฤศจิกายน 2554

Back to the list

More Related

  • ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการจัดแสดงสินค้านานาชาติที่สำคัญในภูมิภาคเอเชีย และยังเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีที่มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในภูมิภาคและของโลก โดยในแต่ละปี ฮ่องกงจะมีงานจัดแสดงสินค้าอัญมณีขนาดใหญ่ถึง 3 ครั้งในเดือนมีนาคม มิถุนายน และกันยายน
  • นักท่องเที่ยวที่นิยมท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นกลุ่มใหญ่ ตามด้วยไกด์ที่ถือธงสีแดงผ่านสถานที่ท่องเที่ยว และศูนย์การค้าต่างๆ ได้กลายเป็นภาพติดตาที่ทุกคนต่างเรียกว่า “กรุ๊ปทัวร์จีน”
  • เมื่อวันที่ 7-10 พ.ค. 2556 ฮ่องกงได้มีการจัดงานมหกรรมอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “HOFEX” ขึ้นที่ Hong Kong Convention and Exhibition Centre โดยงานดังกล่าวเป็นงานมหกรรมอาหารที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่มร่วมออกบูธจำนวนกว่า 1,900 ราย จาก 48 ประเทศทั่วโลก และสามารถดึงดูดผู้เที่ยวชมได้ถึง 35,000 ราย ในโอกาสดังกล่าว บีไอซีได้เดินทางไปเที่ยวชมงานและเที่ยวชิมอาหารจากนานาประเทศทั่วโลก รวมถึงสัมภาษณ์ผู้ประกอบการไทยที่มาร่วมงานด้วย จึงขอนำข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากทุกท่าน ดังนี้
  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง จัดงานเทศกาลอาหารและวัฒนธรรมไทย ณ นครฉางซา มณฑลหูหนาน (Thai Food and Culture Festival 2013, Changsha) ระหว่างวันที่ 9-12 พฤษภาคม 2556 ณ ห้างสรรพสินค้า ID Mall โดยได้รับความร่วมมือจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครหนานหนิง และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สาขานครคุนหมิง
  • ในบทความนี้ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (BIC) ขอพาท่านไปดูกันว่า การจะเปิดร้านอาหารไทยในจีนนั้น มีกฎระเบียบอะไรที่ต้องคำนึงถึง และมีขั้นตอนยากง่ายประการใด

สถานการณ์ในต่างประเทศ