ซอกแซกเจ้อเจียง : เที่ยวอี้อู... ดูสินค้า... 365 วันเดินไม่ทั่วตลาดค้าส่ง!! (ตอนที่ 2 : พาเที่ยวตลาดค้าส่งยักษ์ใหญ่ในอี้อู)
ซอกแซกเจ้อเจียง : เที่ยวอี้อู... ดูสินค้า... 365 วันเดินไม่ทั่วตลาดค้าส่ง!! (ตอนที่ 2 : พาเที่ยวตลาดค้าส่งยักษ์ใหญ่ในอี้อู)

บทความเมื่อตอนที่แล้วได้พูดถึงข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับภาพรวมของเมืองอี้อู เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ทราบถึงรายละเอียดโดยสรุป และสามารถจินตนาการถึงภาพลักษณ์ของเมืองอี้อูได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยในส่วนของบทความตอนนี้ จะขออนุญาตเล่าบรรยายให้ท่านผู้อ่านได้ทราบถึงจุดเด่นที่ไม่มีที่ไหนเปรียบเทียบกับเมืองอี้อูได้ นั่นก็คือการเป็น “ตลาดค้าส่งสินค้าเบ็ดเตล็ดที่ใหญ่ที่สุดในโลก” กับชื่อตอนว่า “พาเที่ยวตลาดค้าส่งยักษ์ใหญ่ในอี้อู”


(ภาพบริเวณด้านหน้าของตลาดค้าส่งสินค้าเบ็ดเตล็ดอี้อู)


เมื่อกล่าวถึงตลาดค้าส่งใหญ่ที่สุดที่ในจีนคงจะนึกถึงที่ใดไปไม่ได้นอกจาก “เมืองอี้อู” ในมณฑลเจ้อเจียง ซึ่งมีที่ตั้งไม่ห่างไกลจากเซี่ยงไฮ้ เพียงนั่งรถไฟความเร็วสูงแค่ 2 ชั่วโมงก็สามารถเดินทางมาเลือกซื้อสินค้าจากตลาดค้าส่งซึ่งเป็นโชว์รูมรวมสินค้าจากโรงงานที่ตั้งอยู่ทั่วทั้งจีนไว้ในสถานที่แห่งเดียว ความสะดวกและน่าสนใจเช่นนี้ ศูนย์บีไอซีเซี่ยงไฮ้จึงไม่พลาดโอกาสที่จะแนะนำให้ท่านผู้อ่านได้รู้จักตลาดที่ต้องใช้เวลาเดินกว่า 1 ปีจึงจะเดินครบทุกซอกมุมและทุกร้านค้า

สุดยอดตลาดยักษ์ใหญ่... เดินอย่างไรก็ไม่ทั่ว!!

ศูนย์กลางการค้านานาชาติเมืองอี้อู(义乌国际商贸城)หรือที่รู้จักกันในชื่อของ “ตลาดค้าส่งสินค้าเบ็ดเตล็ดอี้อู” ได้ถูกก่อตั้งขึ้นโดยการผลักดันของกระทรวงพาณิชย์จีน โดยเริ่มเปิดดำเนินการตั้งแต่เดือน ต.ค. 2549 ปัจจุบันตลาดค้าส่งมีพื้นที่รวมกว่า 4 ล้านตร.ม. มีจำนวนร้านค้ากว่า 62,000 ร้าน ครอบคลุมสินค้าทั่วไป 16 หมวดใหญ่ (แบ่งเป็น 4,202 หมวดย่อย) คิดเป็นสินค้ากว่า 170 ล้านชนิด ตัวเลขดังกล่าวทำให้ตลาดค้าส่งแห่งนี้กลายเป็นตลาดค้าส่งที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยขนาดพื้นที่และจำนวนร้านค้า โดยเคยมีผู้คำนวณไว้ว่า หากใช้เวลาเดินชมสินค้าร้านละ 3 นาทีเป็นเวลา 8 ชั่วโมงต่อวัน ก็จะใช้เวลากว่าหนึ่งปีจึงจะเที่ยวชมได้ครบทุกร้าน

ในปี 2553 ที่ผ่านมา ตลาดแห่งนี้มีมูลค่าการค้าสูงถึง 62,120 ล้านหยวน ซึ่งนับเป็นความสำเร็จสูงสุดตั้งแต่เริ่มก่อตั้งตลาดค้าส่งเป็นต้นมา โดยได้รับการยกย่องให้เป็น “ตลาดค้าส่งที่ประสบความสำเร็จสูงสุดแห่งหนึ่งในโลก” และได้รับการยอมรับจากสหประชาชาติ ธนาคารโลก และสถาบันจัดอันดับชั้นนำ Morgan Stanley ว่าเป็น “ตลาดค้าส่งสินค้าเบ็ดเตล็ดที่ใหญ่ที่สุดในโลก” อีกทั้งยังได้รับการยอมรับโดยทั่วไปว่าเป็นตลาดที่ผู้ค้ามีความน่าเชื่อถือแห่งหนึ่งอีกด้วย โดยในแต่ละวันจะมีพ่อค้ากว่า 200,000 รายจากทั่วทุกที่เข้ามาเลือกซื้อสินค้าในตลาดแห่งนี้

ปัจจุบันสินค้าจากตลาดค้าส่งอี้อูถูกส่งออกตรงไปยังกว่า 219 ประเทศทั่วโลก ในทุกปีจะมีการเดินทางเพื่อเข้ามาทำธุรกิจในอี้อูของพ่อค้าจากต่างชาติมากว่า 420,000 เที่ยว โดยภายในตลาดยังมีบริการพิเศษสำหรับชาวต่างชาติด้วย เช่น บริการล่าม บริการการขนส่งโลจิสติกส์ บริการรับแปลเอกสาร ตัวแทนออกของศุลกากร หรือแม้กระทั่งบริการด้านวีซ่าจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น บริการเหล่านี้ได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อทำให้ตลาดค้าส่งแห่งนี้มีความสมบูณณ์มากที่สุด และช่วยให้เมืองอี้อูสามารถบรรลุเป้าหมายพัฒนาเมืองเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านการค้าระหว่างประเทศ โดยในปัจจุบันเมืองอี้อูมีพ่อค้าจากต่างประเทศกว่า 13,000 คนเข้ามาพักอาศัยเพื่อทำธุรกิจเป็นการถาวร ซึ่งในตัวเมืองอี้อูมีบริษัทต่างชาติเข้ามาตั้งสำนักงานมากถึง 3,008 แห่ง

 
(ภาพอาคารบางส่วนของตลาดค้าส่ง)

5 โซนที่แตกต่าง... ระยะทางทอดยาวเกือบ 3 ก.ม.

ตลาดค้าส่งสินค้าเบ็ดเตล็ดอี้อูนอกจากมีพื้นที่ขายสินค้ารวมกว่า 4 ล้านตร.ม. แล้ว ยังมีระยะทางทอดยาวไปตามแนวถนนเกือบ 3 ก.ม. อีกด้วย โดยมีอาคารหลักจำนวน 5 หลังหรือ 5 โซน ซึ่งแต่ละโซนจะแบ่งหมวดหมู่สินค้าที่ขายอย่างชัดเจน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ซื้อหรือพ่อค้าแต่ละประเภท ดังนี้
    โซนที่ 1 : สินค้า Factory outlet ของตกแต่งบ้าน เครื่องประดับตกแต่งร่างกาย อัญมณี จิวเวอร์รี่ และ ของเล่นเด็ก เป็นต้น
    โซนที่ 2 : นาฬิกา เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ฮาร์ดแวร์ กระเป๋าสตรี และกระเป๋าเดินทาง เป็นต้น
    โซนที่ 3 : เครื่องเขียน เครื่องสำอางค์ ซิปรูด อุปกรณ์ตกแต่งเสื้อผ้า เครื่องใช้สำนักงาน เครื่องกีฬา เครื่องเขียน และแว่นตา เป็นต้น
    โซนที่ 4 : เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับร่างกาย รองเท้า ถุงเท้า สิ่งทอ
    โซนที่ 5 : สินค้านำเข้าจากต่างประเทศ และสินค้าหัตถกรรม งานฝีมือ เครื่องนอน ฯลฯ
      
(ภาพแผนผังของร้านค้าในตลาดหนึ่งโซน)


ด้วยขนาดพื้นที่ยักษ์ใหญ่นี้เองจึงทำให้ร้านค้ามีเลขที่ประจำร้านมากถึง 6 หลัก หากได้นามบัตรของร้านใดร้านหนึ่งมา ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะหาพบร้านนั้น การดูแผนผังประกอบจึงเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งไม่ซับซ้อนอย่างที่คิด แต่ด้วยพื้นที่ที่กว้างใหญ่ การเดินทางจนถึงร้านที่ต้องการอาจจะต้องเสียเหงื่อไม่น้อยเลยทีเดียว โดยสิ่งที่พึงระวัง คือ จำหมายเลขประตูทางเข้าออกให้แม่นยำ จำโซนย่อยในอาคารให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะต้องปวดหัวกับการเดินหาทางออก หรือเดินหลงทางวนเวียนอยู่ภายใน เพราะแต่ละร้านค้ามีหน้าตาและสินค้าเกือบเหมือนกันทั้งหมดทีเดียว

ตลาดชื่อดัง... ถูกตั้งเป็นสถานที่เที่ยว AAAA

ทุกคนต่างรู้จักชื่อ “อี้อู” ไม่ว่าจะเป็นชาวจีนหรือชาวต่างชาติ ซึ่งหากมีโอกาสแล้วทุกคนที่เคยได้ยินชื่อของเมืองอี้อูก็อยากจะมาดูเมืองอี้อูด้วยตาของตัวเองทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานที่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “ตลาดค้าส่งสินค้าเบ็ดเตล็ดที่ใหญ่ที่สุดในโลก”

จริงๆ แล้ว อี้อูเป็นเมืองที่เน้นทำธุรกิจการค้าเป็นหลัก สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ไม่มีมากนัก ส่วนใหญ่จะเป็นแหล่งตลาดการค้าประเภทต่างๆ แต่สิ่งที่น่าสนใจ คือ ศูนย์กลางการค้านานาชาติเมืองอี้อู(义乌国际商贸城)หรือที่รู้จักในชื่อของตลาดค้าส่งสินค้าเบ็ดเตล็ดอี้อู กลับได้รับตั้งแต่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับ AAAA ของจีน (มีระดับเท่ากันกับหอไข่มุกของเซี่ยงไฮ้) เนื่องจากเป็นสถานที่มีมาตรฐานและศักยภาพเพียงพอต่อการดึงดูดผู้เข้ามาเที่ยวชม อีกทั้งคนจากทั่วทุกพื้นที่ก็ให้ความสนใจมากเช่นกัน ไม่ยกเว้นแม้แต่กลุ่มนักศึกษาไทยในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งทุกปีที่มีนักศึกษาไทยกลุ่มใหม่มาถึงเซี่ยงไฮ้ ก็ต้องมีการจับกลุ่มกันเพื่อเดินทางไปสำรวจตลาดค้าส่งอี้อูแห่งนี้ด้วยสายตาของตัวเองทั้งนั้น

นับเป็นร้อย ขายเป็นพัน… ซื้อเป็นอัน (ชิ้น) อาจถูกเมิน!!

เนื่องจากได้ชื่อว่าตลาดค้าส่งแล้ว ดังนั้นส่วนใหญ่ในตลาดจึงเน้นขายส่งเป็นหลัก เพราะร้านค้าส่วนมากเป็นโชว์รูมแสดงสินค้าจากโรงงาน จึงไม่ขายปลีก การมาเลือกซื้อสินค้าแห่งนี้เปรียบเสมือนการติดต่อกับโรงงานที่มาเปิดโชว์รูมรวมกันในที่แห่งเดียว นับว่าเป็นความสะดวกและเป็นจุดแข็งที่สำคัญของตลาดค้าส่งแห่งนี้ โดยเมื่อเดินเข้าไปถามราคาสินค้าที่ต้องการ ก็จะถูกถามกลับจากผู้ขายทันทีว่า “จะซื้อกี่ชิ้น?” แน่นอนว่า ถ้าซื้อยิ่งมากราคาก็ยิ่งถูก คำว่า “ซื้อมาก” ในที่นี้ไม่ใช่แค่เพียงหลักร้อยชิ้น แต่สินค้าบางประเภทอาจต้องซื้อเป็นหลักพันชิ้นเลยทีเดียว ทางร้านจึงจะขายหรือคิดเป็นราคาขายส่งให้


ตัวอย่างเช่น ร้านขายรองเท้ายางดังภาพข้างต้น ซึ่งจำนวนขั้นต่ำที่สั่งซื้อต้องเริ่มต้นที่ 1,000 คู่ โดยราคาเริ่มต้นเพียงคู่ละ 4.6 หยวน หากต้องการซื้อเพียง 1 หรือ 2 คู่จะถูกปฎิเสธ เนื่องจากสินค้าที่วางโชว์อยู่นี้เป็นเพียงสินค้าตัวอย่างเพื่อรับใบสั่งซื้อจำนวนมาก หากต้องการซื้อปลีกคงต้องไปร้านที่ขายทั้งปลีกและส่ง ซึ่งสังเกตได้จากป้ายสัญลักษณ์ AAAA หน้าร้าน หากร้านไหนมีป้ายลักษณะนี้แขวนไว้หน้าร้าน แสดงว่าร้านนี้ยอมขายปลีกให้ลูกค้า แต่ที่สำคัญคือราคาจะไม่ถูกอย่างที่คิด เพราะไม่ใช่การซื้อแบบล็อตใหญ่จึงไม่ใช่ราคาส่ง

 (ป้ายสัญลักษณ์ AAAA ที่แขวนไว้หน้าร้าน)
   
สะดวกทันใจ... ด้วยบริการส่งของให้ถึงที่หมาย

บริการอย่างหนึ่งที่น่าประทับใจและเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ซื้อในตลาดแห่งนี้ คือ ทางร้านไม่เพียงแจ้งราคาสินค้าให้ทราบอย่างเดียว แต่หากผู้ซื้อต้องการรู้ราคาต้นทุนสินค้าทั้งหมด (รวมค่าขนส่ง) ของตนเอง ร้านค้าก็สามารถแจ้งราคาสินค้ารวมค่าขนส่งได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นราคา CIF หรือแม้กระทั่งราคา DDU , DDP ไปยังท่าเรือกรุงเทพฯ ก็สามารถคำนวณให้ได้ทันที  ร้านค้าหลายแห่งมีความเชี่ยวชาญในการส่งออกไปต่างประเทศโดยเฉพาะ โดยบางร้านค้าให้ข้อมูลว่า ร้อยละ 70 ของยอดขายทั้งหมดเป็นการส่งออกไปยังต่างประเทศ ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 30 เป็นยอดขายในจีน ด้วยความเป็นมืออาชีพที่สามารถอำนวยความสะดวกในการให้ข้อมูลด้านการขนส่งต่างๆ กับลูกค้า ซึ่งถือเป็นเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งที่สำคัญของผู้ขายในตลาดค้าส่งแห่งนี้ จึงทำให้ผู้ซื้อสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว

สิ่งที่น่าสังเกตอีกอย่างหนึ่ง คือ ป้ายโฆษณาหลากหลายภาษาเกี่ยวกับบริการขนส่งไปทุกมุมโลก ขนาดภาษาไทยยังมีให้เห็นเหมือนกัน (แสดงให้เห็นว่ามีการส่งของไปไทยเยอะมาก) ซึ่งเป็นบริการแบบครบวงจรสำหรับผู้ซื้อสินค้าในตลาดค้าส่งแห่งนี้ โดยเมื่อซื้อสินค้าเสร็จสิ้นแล้ว ผู้ซื้อก็หมดกังวลเรื่องการขนส่งสินค้ากลับประเทศของตนเองได้เลย เพราะมีบริการขนส่งของบริษัทโลจิสติกส์หลากรูปแบบหลายบริษัทรอให้บริการกับลูกค้าอยู่เสมอ เพียงแค่โทรศัพท์ติดต่อไปบริษัทจะส่งรถขนส่งมารับสินค้าให้ถึงที่

 
(ป้ายโฆษณาขนส่งจากจีนไปไทย)
   
สินค้าหลากหลาย... ไม่มีอะไรที่อยากได้แล้วหาไม่เจอ

นอกจากขนาดพื้นที่ยักษ์ใหญ่แล้ว ความโดดเด่นอีกอย่างหนึ่งของตลาดค้าส่งแห่งนี้ คือ ความหลากหลายของสินค้า ซึ่งแบ่งเป็น 16 หมวดใหญ่ แยกเป็น 4,202 หมวดย่อย คิดเป็นสินค้ากว่า 170 ล้านชนิด โดยไม่ว่าจะต้องการหาซื้อสินค้ารูปแบบไหน ขนาดใด ราคาเท่าไหร่ ล้วนหาซื้อได้ทั้งหมด หากไม่มีแบบที่ผู้ซื้อต้องการ ร้านค้าก็สามารถยกหูโทรศัพท์ไปสอบถามกับโรงงานซึ่งเป็นบริษัทแม่ได้ เพื่อตัดสินใจผลิตให้โดยตรงหากจำนวนที่สั่งซื้อมีมากเพียงพอ จนอาจกล่าวได้ว่าหากมาที่ตลาดค้าส่งสินค้าเบ็ดเตล็ดอี้อูแล้ว
“ไม่มีสินค้าอะไรที่ต้องการแล้วหาไม่เจอ”



ไม่เพียงเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่สินค้าหัตถกรรมที่ต้องใช้ความประณีตก็มีขายในตลาดค้าส่งแห่งนี้เช่นกัน โดยสินค้าบางอย่างไม่จำเป็นต้องลงทุนเดินทางไปซื้อหรือนำเข้ามาจากต่างประเทศ เพราะไม่แน่ว่าสินค้าที่เห็นหน้าตาหรูหราสไตล์ตะวันตกนั้น แท้จริงแล้วกลับมีโรงงานผลิตอยู่ในจีน ซึ่งผลิตเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศโดยเฉพาะ ตัวอย่างเช่น ร้านขายเรือใบจำลองแห่งหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนเป็นสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ แต่แท้จริงแล้วเป็นสินค้าที่ผลิตในจีน และเน้นผลิตเพื่อส่งออก ร้อยละ 80 ของสินค้าถูกส่งออกไปขายยังต่างประเทศโดยเฉพาะ และอีกร้อยละ 20 เป็นการขายในจีน โดยปัจจุบันนี้สินค้าหลายประเภทที่ผลิตในจีนก็มีคุณภาพสูงตรงตามมาตรฐานระดับสากลเช่นกัน  



นำเข้าสินค้าต่างชาติ... เปิดโอกาสให้คนจีนได้รู้จัก


ตลาดค้าส่งสินค้าเบ็ดเตล็ดอี้อูแห่งนี้ไม่เพียงแค่ขายสินค้าจีนเท่านั้น แต่สินค้านำเข้าจากต่างประเทศก็มีขายเช่นกัน โดยพื้นที่โซน 5 หรืออาคาร Imported Commodities Mall (ICM) ซึ่งเป็นที่รวมสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ โดยมีสินค้ากว่า 27,000 รายการจาก 55 ประเทศทั่วโลก แต่เดิมพื้นที่จำหน่ายสินค้านำเข้าจากต่างประเทศอยู่ในโซน 3 ชั้น 5 แต่เมื่อปริมาณสินค้านำเข้าเพิ่มสูงขึ้นจึงขยายเป็นพื้นที่ใหม่ในโซน 5 และได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือน พ.ค. 2554 ที่ผ่านมา

 
(บรรยายกาศภายในอาคาร 5)

เนื่องจากฝ่ายจีนมีข้อตกลงกับกลุ่มแอฟริกา พื้นที่ส่วนหนึ่งของอาคารจึงจัดเป็นเขตจำหน่ายสินค้าจากกลุ่มประเทศแอฟริกาโดยเฉพาะ นอกจากนี้ สินค้านำเข้าที่พบเห็นมากที่สุดในโซน 5 นี้คือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์นำเข้าหลากหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งไวน์องุ่นจากประเทศแถบยุโรป

ในส่วนของสินค้าไทยที่มีขายในโซน 5 แห่งนี้ยังมีจำนวนไม่มากนัก เนื่องจากเป็นผู้ประกอบการจีนที่นำเข้าสินค้าไทยมาขายเอง จึงนำเข้าสินค้ามาขายเพียงบางชนิดเท่านั้น เช่น สินค้าหัตถกรรม กระเป๋าผ้า รังนกสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์เครื่องหนังจระเข้ ผลไม้เมืองร้อนอบแห้ง และอาหารสำเร็จรูป เป็นต้น ดังนั้น
นี่คือโอกาสดี ที่ผู้ส่งออกสินค้าไทยจะนำสินค้าไทยหลากหลายชนิดที่มีความโดดเด่น เข้ามาเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภคจีนในเมืองอี้อูมากขึ้น ขณะเดียวกัน ก็มีโอกาสทำให้พ่อค้าต่างชาติในอี้อูได้รู้จักสินค้าไทยด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม การสำรวจความนิยมในประเภทสินค้าไทยของผู้บริโภคจีนก็เป็นสิ่งสำคัญซึ่งไม่อาจมองข้าม ทั้งนี้ สำหรับหน้าร้านในตลาดค้าส่งอี้อูส่วนใหญ่จะมีผู้จับจองเป็นเจ้าของแล้วทั้งสิ้น โดยหากผู้ประกอบการสนใจจะเปิดร้านเผยแพร่ไทยในตลาดแห่งนี้ จำเป็นจะต้องเจรจาติดต่อขอเช่าจากเจ้าของร้านชาวจีน



(ภาพร้านขายสินค้าไทยและสินค้านำเข้าจากไทย)

เก็บตกภาพบรรยากาศทั่วไป



บรรยายกาศภายในอาคารสะอาดตา มีพนักงานทำความสะอาดอยู่ต่อเนื่อง มีการแบ่งหมวดหมู่สินค้าอย่างชัดเจน แต่ละโซนย่อยมีหน้าตาร้านค้าคล้ายกันมาก อาจจะเดินหลงได้ถ้าจำทางไม่ดี

(ลานจอดรถภายนอก)

บริเวณตลาดค้าส่งมีการออกแบบอาคารที่รองรับจำนวนผู้ขายและผู้ซื้อที่รวมกันให้มีความสะดวกสูงสุด ภาพที่เห็นเป็นเพียงอาคารที่จอดรถที่เชื่อมต่อออกมาจากอาคารหลักของพื้นที่โซน 2 เท่านั้น ไม่รวมลานจอดรถชั่วคราวที่อยู่รอบนอก ทุกวันลานจอดรถนี้ไม่เคยว่างเว้น เนื่องจากมีจำนวนทั้งผู้ขายและผู้ซื้อที่อยู่ในตลาดค้าส่งค่อนข้างมาก และเมื่อถึงเวลาที่ตลาดค้าส่งปิดลงในตอน 5 โมงครึ่งของทุกวัน การจราจรในถนนทุกสายที่เชื่อมต่อมายังตลาดค้าส่งแห่งนี้ จะหนาแน่นไปด้วยรถยนต์ส่วนตัวและรถประจำทาง

หลายร้านที่มีประเภทสินค้าที่ขายไม่มากนัก จึงแบ่งแชร์หน้าร้านคนละครึ่งกัน ภาพที่เห็นนี้ คือ ร้านค้า 2 ร้านในพื้นที่คูหาเดียวกันของพื้นที่โซนของเล่น ซึ่งด้านซ้ายจำหน่ายไพ่และการ์ดเกม ส่วนด้านขวาขายลูกฟุตบอล โดยทั้งสองร้านไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด แต่แบ่งกันใช้พื้นที่ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะพื้นที่ทุกตารางเมตรล้วนมีค่าเกินคำบรรยาย 
 
(ร้านค้า 2 ร้านในหนึ่งเดียว)
  




มีสินค้าขายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นของธรรมดา หรือของหน้าตาไฮโซ มีให้เลือกทุกรูปแบบ (หากเจอสินค้าไฮโซในไทยมีหน้าตาเหมือนสินค้าในตลาดแห่งนี้ ถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลกเลย) แน่นอนว่า ส่วนใหญ่จะขายส่ง สินค้าในภาพจะเห็นว่ามีหน้าตาเหมือนสินค้าต่างชาติ แต่จริงๆ แล้วเป็นสินค้าผลิตขึ้นในจีน แต่เน้นส่งออกไปต่างประเทศเป็นหลัก

สำหรับบทความในตอนนี้ คงช่วยให้ท่านผู้ท่านได้รู้จักและได้สัมผัสบรรยายกาศเบื้องต้นของตลาดค้าส่งยักษ์ใหญ่ของอี้อูแห่งนี้ หลายท่านอาจจะอยากเดินทางมาเที่ยวชมและซื้อสินค้าติดมือกลับไปไทย แต่อย่าลืมว่าที่นี่เน้นค้าส่งเป็นหลัก!! ราคาจึงจะถูก แต่ถ้าเป็นการซื้อปลีก ราคาก็ไม่ได้ถูกว่าร้านค้าทั่วไปข้างนอกเลย และอย่าเพิ่งตกใจหากเจอสินค้าหน้าตาหรูหราไฮโซ (สัญชาติจีน) ในตลาดแห่งนี้ เพราะที่นี่คือฐานการผลิตสินค้าที่สำคัญระดับโลกเลยทีเดียว ทั้งนี้ โปรดติดตามบทความตอนที่ 3 “พบกับสุดยอดงานแฟร์แห่งปีของอี้อู” ในเร็วๆ นี้

เกร็ดเล็กน้อยที่น่าสนใจ

-  ตลาดค้าส่งอี้อูเป็นตลาดค้าส่งที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยจำนวนพื้นที่ 4 ล้าน ตร.ม. จำนวนร้านค้ากว่า 62,000 ร้าน และได้รับการยกย่องความสำเร็จจนได้ขยายโมเดลตลาดค้าส่งรูปแบบเดียวกันนี้ของชาวจีนในต่างประเทศ เช่น Dubai Dragon Mart ในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ Sanjiang Shopping Mall ในประเทศลาว Russian Home ในประเทศรัสเซีย China Industrial Zone ในประเทศสเปน Singaport International Product Wholesale Mart (SIPWM) ในประเทศสิงคโปร์ และโครงการ China City Complex ในประเทศไทย เป็นต้น
-  ผู้นำเข้าที่สนใจเลือกสินค้าของตลาดค้าส่งอี้อู สามารถดูรายละเอียดในเว็บไซต์รวมร้านค้าของตลาดค้าส่งเมืองอี้อูได้ที่ http://en.onccc.com (China Commodity City)

หมายเลขติดต่อหน่วยงาน

1)  ตลาดค้าส่งสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ พื้นโซน 5 ICM 进口商品馆 Imported Commodities Mall
     หมายเลขติดต่อ (86-579) 81060016 , 85522468 เว็บไซต์ wuqu.onccc.com
2)  Yiwu Foreign Trade & Economic Cooperation Bureau  หมายเลขติดต่อ (86-579) 85523749
3)  Exit-Entry Administration of Yiwu Public Security Bureau หมายเลขติดต่อ (86-579) 85414444
4)  Foreign & Overseas Chinese Affairs Office of Yiwu Municipal People\'s Government 
     หมายเลขติดต่อ (86-579) 85214879, 85214877, 85214875 เว็บไซต์
http://wqb.yiwu.gov.cn

ลิงค์บทความที่เกี่ยวข้อง
ซอกแซกเจ้อเจียง : เที่ยวอี้อู...ดูสินค้า...365 วันเดินไม่ทั่วตลาดค้าส่ง!! (ตอนที่ 1 : ทักทายทำความรู้จักกับอี้อู)  (2 พฤศจิกายน 2554)

23 พฤศจิกายน 2554
แหล่งข้อมูล: การเข้าร่วมสำรวจชมตลาดค้าส่งเมืองอี้อู
โดย: น.ส. เทพรัตน์ ตันติกัลยาภรณ์ เรียบเรียงโดยนายโอภาส เหลืองดาวเรือง

Back to the list

More Related

  • ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการจัดแสดงสินค้านานาชาติที่สำคัญในภูมิภาคเอเชีย และยังเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีที่มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในภูมิภาคและของโลก โดยในแต่ละปี ฮ่องกงจะมีงานจัดแสดงสินค้าอัญมณีขนาดใหญ่ถึง 3 ครั้งในเดือนมีนาคม มิถุนายน และกันยายน
  • นักท่องเที่ยวที่นิยมท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นกลุ่มใหญ่ ตามด้วยไกด์ที่ถือธงสีแดงผ่านสถานที่ท่องเที่ยว และศูนย์การค้าต่างๆ ได้กลายเป็นภาพติดตาที่ทุกคนต่างเรียกว่า “กรุ๊ปทัวร์จีน”
  • เมื่อวันที่ 7-10 พ.ค. 2556 ฮ่องกงได้มีการจัดงานมหกรรมอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “HOFEX” ขึ้นที่ Hong Kong Convention and Exhibition Centre โดยงานดังกล่าวเป็นงานมหกรรมอาหารที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่มร่วมออกบูธจำนวนกว่า 1,900 ราย จาก 48 ประเทศทั่วโลก และสามารถดึงดูดผู้เที่ยวชมได้ถึง 35,000 ราย ในโอกาสดังกล่าว บีไอซีได้เดินทางไปเที่ยวชมงานและเที่ยวชิมอาหารจากนานาประเทศทั่วโลก รวมถึงสัมภาษณ์ผู้ประกอบการไทยที่มาร่วมงานด้วย จึงขอนำข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากทุกท่าน ดังนี้
  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง จัดงานเทศกาลอาหารและวัฒนธรรมไทย ณ นครฉางซา มณฑลหูหนาน (Thai Food and Culture Festival 2013, Changsha) ระหว่างวันที่ 9-12 พฤษภาคม 2556 ณ ห้างสรรพสินค้า ID Mall โดยได้รับความร่วมมือจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครหนานหนิง และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สาขานครคุนหมิง
  • ในบทความนี้ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (BIC) ขอพาท่านไปดูกันว่า การจะเปิดร้านอาหารไทยในจีนนั้น มีกฎระเบียบอะไรที่ต้องคำนึงถึง และมีขั้นตอนยากง่ายประการใด

สถานการณ์ในต่างประเทศ