ซอกแซกเซี่ยงไฮ้ : พาชม “FHC China 2011” สุดยอดแฟร์อาหารยิ่งใหญ่ เปิดโอกาส “ครัวไทย” สู่จีนและสากล
ซอกแซกเซี่ยงไฮ้ : พาชม “FHC China 2011” สุดยอดแฟร์อาหารยิ่งใหญ่ เปิดโอกาส “ครัวไทย” สู่จีนและสากล

(ป้ายประชาสัมพันธ์งาน FHC China 2011)

การเติบโตของภาคธุรกิจที่ร้อนแรงในจีนที่ผ่านมาส่งผลให้ผู้บริโภคในจีนมีกำลังซื้อมากขึ้น ซึ่งผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อก็ย่อมจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตนเอง ทั้งคุณภาพและความหลากหลาย ดังนั้นตลาดจีนจึงเป็นโอกาสที่น่าสนใจสำหรับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์อาหารต่างชาติที่มีคุณภาพดี หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นำเข้าที่บ่งบอกถึงรสนิยมหรูหรา ซึ่งกำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคจีนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นนี่คือ “โอกาสทอง” สำหรับผู้ส่งออกอาหารจากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศไทยในฐานะที่เป็น “ครัวของโลก” จะได้ “โกอินเตอร์” และมีโอกาสเข้ามาแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ในจีน หรือความร่วมมือกับประเทศอื่นๆ

ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซี่ยงไฮ้ ขอนำท่านผู้อ่านเที่ยวชมงานแสดงสินค้าด้านอาหารครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีของจีนที่มีชื่อว่า “FHC China 2011” ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นงานแฟร์ครั้งใหญ่ที่ได้รวมความอร่อยหลากหลายจากนานาประเทศไว้ในสถานที่แห่งเดียว โดยงานแฟร์ที่จัดขึ้นนี้ได้ให้โอกาสกับผู้ส่งออกไทยอย่างไร? ติดตามหาคำตอบได้ในบทความซอกแซกเซี่ยงไฮ้ ตอน พาชม “FHC China 2011” สุดยอดแฟร์อาหารยิ่งใหญ่ เปิดโอกาส “ครัวไทย” สู่จีนและสากล


ที่มาที่ไป... อะไรคือ “FHC China 2011”
 
(ป้ายบอกทิศทางของโซนที่จัดแสดงสินค้า)

หลายท่านคงสงสัยว่า “FHC China” ย่อมาจากอะไร? ที่จริงแล้วมีชื่อเต็มว่า International Exhibition of Food, Drink, Hospitality, Foodservice, Bakery & Retail Industries แต่เนื่องจากว่าชื่องานแฟร์ค่อนข้างยาว จึงนิยมเรียกกันสั้นๆ ว่า “FHC China”


งาน “FHC China 2011”  เป็นงานแสดงสินค้าทางด้านอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าในอุตสาหกรรมการบริการด้านอาหารชั้นนำจากต่างประเทศ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในเซี่ยงไฮ้ โดยงานปีนี้เป็นครั้งที่ 15 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 -18 พฤศจิกายน 2554 ณ ศูนย์แสดงสินค้านานาชาตินครเซี่ยงไฮ้ หรือที่เรียกว่า Shanghai New International Expo Centre (SNIEC)

 
(บูธผลิตภัณฑ์อาหารจากต่างประเทศ)

สำหรับงานในปีนี้มีผู้เข้าร่วมออกงานแสดงสินค้าจากประเทศชั้นนำมากมาย อาทิ จีน ไต้หวัน ฮ่องกง อเมริกา แคนาดา อังกฤษ สเปน อิตาลี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงค์โปร์ อินเดีย ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย ไทย ฯลฯ รวมทั้งสิ้น 77 ประเทศ โดยมียอดผู้เข้าร่วมจัดงานแสดงสินค้าล่าสุดกว่า 1,110 ราย รวมพื้นที่จัดแสดงในงานกว่า 34,500 ตารางเมตร สำหรับประเทศไทยก็มีผู้ส่งออกสินค้าอาหารชั้นนำ ทั้งที่สมัครเข้าร่วมงานผ่านกรมส่งเสริมการส่งออก และสมัครตรงกับผู้จัดงานเข้าร่วมงานแสดงสินค้าดังกล่าวรวมทั้งสิ้น 29 บริษัท
 
  

(บูธผลิตภัณฑ์อาหารจากต่างประเทศ)

สุดยอดแฟร์อาหารยิ่งใหญ่... รวมความอร่อยหลากหลายไว้ในหนึ่งเดียว
 


ขึ้นชื่อว่าเป็นสุดยอดงานแฟร์ด้านอาหาร แน่นอนว่าตัวเอกของงานคงไม่ใช่อะไรอื่น นอกเหนือไปจากอาหารจากทั่วทุกมุมโลกที่มารวมตัวเพื่อประชันความอร่อยกันในงาน FHC China 2011 ณ นครเซี่ยงไฮ้แห่งนี้   

ความน่าสนใจของงาน FHC China 2011 ที่จัดขึ้นในปีนี้ คือ เป็นงานแสดงสินค้าชั้นนำที่ทั้งสื่อมวลชนจีนและต่างประเทศล้วนให้ข้อมูลว่า มีจำนวนผู้นำเข้าและผู้กระจายสินค้าให้ความสนใจเข้าร่วมงานมากที่สุดงานหนึ่ง เนื่องจากเป็นงานที่รวบรวมสินค้าผลิตภัณฑ์อาหารโดดเด่นจากหลากหลายประเทศทั่วทุกมุมโลก ซึ่งเป็นเสมือน “ห้องอาหารโลก” ที่ทั้งผู้บริโภคทั่วไปและผู้นำเข้าสินค้าต่างประเทศของจีนต่างจับจ้องและให้ความสนใจที่จะมาคัดเลือกสรรหาความอร่อยของอาหารคุณภาพในงานแฟร์นี้ทั้งสิ้น แต่เป็นที่น่าเสียดาย คือ ผู้บริโภคทั่วไปคงหมดสิทธิ์ได้นำความอร่อยเหล่านี้กลับบ้าน เพราะงานนี้ไม่มีขายปลีกหน้างาน และได้คัดสรรเฉพาะผู้เชี่ยวชาญในวงการอาหารและเครื่องดื่มให้เข้าร่วมชมงานเท่านั้น







 
(ข้าวเหนียวมะม่วงแช่แข็งจากไทย)

งานแสดงสินค้า FHC China ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีนี้ มีความโดดเด่นและข้อได้เปรียบมากกว่างานแสดงสินค้าด้านอาหารอื่นๆ คือ “การเน้นความสำคัญของคุณภาพอาหาร” โดยผู้จัดงานจะคัดเลือกเฉพาะอาหารและเครื่องดื่มที่ได้รับการรับรองคุณภาพแล้วเท่านั้น ซึ่งต้องเป็นสินค้าที่ได้รับมาตรฐานจากหน่วยงานระดับสากล (ข้อกำหนดขั้นพื้นฐานของผู้จัดงาน FHC China) ดังนั้นผลิตภัณฑ์อาหารทั่วไปที่ยังไม่เคยได้รับมาตรฐานสากลดังกล่าวก็หมดสิทธิที่จะเข้ามาเผยโฉมในงานแฟร์นี้เลย ขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์อาหารที่เข้ามาจัดในงานนี้ยังคำนึงถึงความปลอดภัยซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้บริโภคชาวจีนในปัจจุบันกำลังให้ความสนใจเป็นพิเศษ โดยในงานจะมีเฉพาะแบรนด์สินค้าอาหารที่นำเข้าจากต่างประเทศเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมีจุดเด่นที่น่าสนใจ คือ ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์อาหารที่นำมาจัดแสดงจาก 77 ประเทศทั่วโลก ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ดึงดูดให้ผู้นำเข้าทั้งในจีนและต่างประเทศ ตลอดจนผู้เข้าร่วมจัดแสดงสินค้ามีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยในปี 2554 นี้มีจำนวนผู้ออกบูธมากถึง 1,110 ราย เพิ่มจากปี 2553 มากถึง 171 ราย ซึ่งภายในงานได้แบ่งหมวดของสินค้าที่นำมาจัดแสดงออกเป็น 5 ประเภทหลัก ได้แก่ 1) ผลิตภัณฑ์อาหาร 2) สินค้าบริการค้าปลีกและอุปกรณ์ด้านบริการทางอาหาร 3) สินค้าไวน์และสุรา 4) สินค้าชาและกาแฟ และ 5) สินค้าประเภทเนื้อสัตว์


 
(บูธผลิตภัณฑ์อาหารจากต่างประเทศ)

แม้ว่างาน FHC China 2011 จะจัดขึ้นเพียงสั้นๆ แค่ 3 วัน (16 – 18 พ.ย. 2554) แต่ผู้จัดงานหลักก็ยังได้จัดกิจกรรมที่น่าสนใจขึ้นอีกมากมายในงานแฟร์นี้ เช่น การแข่งขันไวน์นานาชาติ การสาธิตการชิมไวน์ การแข่งขันปรุงอาหารนานาชาติ การแข่งขันปรุงอาหารระดับเยาวชน การแข่งขันชงกาแฟนานาชาติ การแข่งขันคั่วเมล็ดกาแฟ การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ให้ความรู้ด้านเทคนิคการทำไอศกรีม การจัดแสดงสุดยอดน้ำมันมะกอกคุณภาพเยี่ยมของโลก เวทีสัมมนาให้ความรู้เรื่องน้ำมันมะกอก หรือการแข่งขันหมุนร่อนแป้งโดนัท เป็นต้น






เคาะประตูบูธไทย... เจรจาถามไถ่ผู้ออกงานแฟร์

แน่นอนว่า เมื่อมีโอกาสได้มาเข้าชมงาน FHC China 2011 แล้ว สิ่งที่พลาดไม่ได้ คือ การเข้าชมบูธผลิตภัณฑ์อาหารของไทยที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความเป็นไทย โดยเฉพาะซุ้มศาลาไทยสีน้ำตาลที่ตั้งโดดเด่นเห็นได้ชัดเจน
 
งานแฟร์ในปีนี้มีผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารชั้นนำของไทยชื่อดังเข้าร่วม 29 บริษัท เช่น บริษัท S&P บริษัทเครือ CP Food บริษัทสาหร่ายซิลิโกะ บริษัทสาหร่ายเถ้าแก่น้อย บริษัทข้าวหงส์ทอง บริษัทถั่วทองการ์เด้น บริษัทอำพลฟูดส์ และบริษัทแลคตาซอย เป็นต้น โดยผลิตภัณฑ์ที่อาหารที่ฝ่ายไทยมานำเสนอความอร่อย คือ สินค้าอาหารแปรรูป อาหารแช่แข็ง อาหารสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว เครื่องปรุงอาหาร เครื่องดื่ม ผลไม้ ข้าวหอมมะลิ ฯลฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเข้าร่วมงานผ่านการรับสมัครจากกรมส่งเสริมการส่งออก











(ผลิตภัณฑ์อาหารจากไทยที่นำมาจัดแสดงในงานแฟร์)

นอกจากการชิมรสชาติความอร่อยของแต่ละบูธของซุ้มศาลาไทยแล้ว ที่พลาดไม่ได้อีกอย่างหนึ่ง คือการสอบถามเรื่องราวจากผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมงาน โดยหลายรายให้ความเห็นว่าตลาดจีนเป็นตลาดที่มีความสำคัญเนื่องจากมีจำนวนประชากรสูงอีกทั้งผู้บริโภคมีกำลังซื้อ ทางบริษัทจึงวางแผนเข้ามาทำตลาดในจีน ที่ผ่านมาหลายบริษัทให้ความสำคัญกับการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศยุโรปและอเมริกา แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจโลกที่กำลังซบเซา ทำให้หลายบริษัทต้องแสวงหาช่องทางเปิดตลาดใหม่ จึงมองว่าตลาดจีนน่าจับตามองมากกว่าพื้นที่อื่น ทั้งนี้ ถึงแม้จีนจะมีกฏระเบียบการค้าที่ค่อนข้างยุ่งยาก แต่ด้วยศักยภาพที่น่าสนใจนี้เองจึงทำให้บริษัทอยากจะเข้ามาเปิดตัวสินค้าให้รู้จักในตลาดจีนมากยิ่งขึ้น



สำหรับคำถามที่ว่า ทำไมถึงมาเข้าร่วมงาน FHC China 2011? ในเซี่ยงไฮ้ ผู้ประกอบการไทยเล่าว่า เป็นเพราะเล็งเห็นว่าเซี่ยงไฮ้เป็นแหล่งที่ผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูง และเป็นศูนย์กลางทางการค้าที่สำคัญแห่งหนึ่งของจีน บางบริษัทเข้าร่วมงานแฟร์นี้เป็นครั้งแรก โดยได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการส่งออก และสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สคร.) ในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการเชื่อว่าผลิตภัณฑ์อาหารไทยได้รับความสนใจจากผู้นำเข้า นั่นก็คือ รสชาติและคุณภาพ


นอกจากนี้ สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งนอกเหนือจากความอร่อยหลากหลายเมื่อได้เดินเข้าไปในซุ้มศาลาผลิตภัณฑ์อาหารไทยแล้ว นั่นคือ สีสันและหน้าตาของผลิตภัณฑ์อาหารที่นำมาจัดโชว์ รวมถึงภาพโฆษณาอาหารไทยในแบบต่างๆ ที่ชวนให้ผู้พบเห็นได้อยากลองลิ้มชิมรส ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมตลอด 3 วันที่จัดงานมีผู้เข้าชมบูธของซุ้มศาลาไทยอย่างไม่ขาดสาย...


แฟร์อาหารในเซี่ยงไฮ้... เปิดโอกาส “ครัวไทย” สู่จีนและสากล
 

หลายท่านคงทราบดีแล้วว่า ไทยจะพัฒนาตนเองเป็น “ครัวของโลก ดังนั้นการแสวงหาเวทีที่จะเผยแพร่ผลิตภัณฑ์อาหารไทยให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ โดยงาน FHC China ซึ่งเป็นงานแฟร์ด้านอาหารขนาดใหญ่ที่จัดขึ้นเป็นประจำขึ้นทุกปีในเซี่ยงไฮ้ก็เป็นอีกหนึ่งเวทีที่ช่วยให้ “ครัวไทย” มีโอกาสที่จะนำผลิตภัณฑ์อาหารมาประชันความอร่อย ความงดงาม และความโดนเด่นกับผลิตภัณฑ์อาหารของประเทศต่างๆ ทั่วโลก




 

(เครื่องดื่มจากไทยที่นำมาจัดแสดงในงาน)

ถึงแม้งาน FHC China ในปีนี้จะจัดงานเพียงแค่ 3 วัน (16 – 18 พ.ย. 2554) ก็มีผู้เชี่ยวชาญในวงการอาหารและเครื่องดื่มเข้าร่วมงาน เช่น ผู้ประกอบการค้าปลีก ผู้นำเข้าสินค้าต่างประเทศ ตัวแทนจำหน่ายสินค้า และผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม เป็นต้น รวมจำนวนมากถึง 29,008 คน (เฉลี่ยวันละเกือบ 10,000 คน) เพิ่มขึ้นจากงานปีที่แล้วร้อยละ 23

จากข้อมูลข้างต้นนี้ จะเห็นได้ว่างาน FHC China ได้คัดสรรเฉพาะผู้เข้าชมงานเฉพาะด้าน ไม่ให้ผู้บริโภครายย่อยเข้าชมเพื่อเดินเลือกซื้อสินค้าปลีกแบบงานแฟร์อื่นๆ จึงถือเป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานได้รู้จักกับกลุ้มเป้าหมายที่จะสามารถจัดซื้อหรือช่วยกระจายสินค้าไทยได้ ขณะเดียวกัน ก็ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมจัดงานมีโอกาสได้เรียนรู้จุดแข็งและจุดอ่อนของผู้เข้าร่วมงานในจากประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของตัวผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ หรือแนวคิดเกี่ยวกับการนำเสนอสินค้าและการสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าให้กับผู้บริโภค เป็นต้น


สิ่งที่น่ายินดี คือ ผู้ประกอบการไทยหลายรายได้รับการติดต่อจากผู้นำเข้าทั้งในจีนและต่างประเทศหลายรายในระหว่างที่เข้าร่วมงานแฟร์ครั้งนี้ ซึ่งก็ถือเป็นการก้าวแรกของความสำเร็จที่จะทำให้สินค้าอาหารไทยเป็นที่รู้จักในตลาดจีนและต่างประเทศมากยิ่งขึ้น


ปิดประเด็นข้อมูล... บทสรุปจากศูนย์ BIC

“ 3 วันกับผู้เข้าชมเฉพาะทางเกือบ 30,000 ราย” น่าจะเป็นบทสรุปที่สะท้อนให้เห็นว่า งาน “FHC China 2011” ในเซี่ยงไฮ้เป็นงานแฟร์ขนาดใหญ่ที่ไม่แพ้ให้กับแฟร์อื่นๆ ในจีน ในฐานะที่ไทยจะพัฒนาตัวเองเป็น “ครัวของโลก” นั้น อาจอาศัยงานแฟร์นี้เป็นอีกหนึ่งเวทีที่ช่วยเผยแพร่ให้ผลิตภัณฑ์อาหารยอดเยี่ยมของไทยเป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้ประกอบกิจการด้านธุรกิจอาหารของจีนและต่างชาติมากขึ้น


ท้ายที่สุดแล้ว “ครัวไทย” จะสามารถ “โกอินเตอร์”  ได้ไกลถึงไหน? แน่นอนว่าประเด็นสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม คือ ครัวต่างชาติไปถึงไหนแล้ว? คุณภาพและหน้าตาภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์อาหารไทยกำลังแซงหน้าหรือตามหลังอาหารจากชาติอื่น? งาน “FHC China 2011” ช่วยให้ฝ่ายไทยสามารถพิสูจน์หาคำตอบได้!!


ทั้งนี้ ศูนย์ BIC จะทำหน้าที่ช่วยสนับสนุนข้อมูลที่ประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่อง และขอส่งอีกหนึ่งแรงเชียร์ให้ “ครัวไทย” โด่งดังไปไกลทั่วทุกมุมโลก หากไทยสามารถสร้างเอกลักษณ์และคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อว่าคงไม่ที่ชาติไหนมองข้ามอาหารจากไทยแน่นอน...!!

นอกจากนี้ ศูนย์ BIC มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปแบบการตกแต่งบูธและการนำเสนอผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศที่น่าสนใจและสามารถดึงดูดผู้เข้าชมงานได้จำนวนมาก ซึ่งสามารถเป็นแนวคิดให้กับไทยได้ กล่าวคือ 1) คูหาจากหลายประเทศ เช่น ประเทศต่างๆ จากยุโรป และเกาหลีใต้ ได้ออกแบบชั้นจัดวางสินค้าอย่างทันสมัย แต่ละคูหาไม่มีผนังกั้นซึ่งกันและกันทำให้ดูเหมือนเป็นห้องอาหารหรือห้องครัวประจำชาติที่รวมเอาทุกคูหาเข้าด้วยกัน ซึ่งสามารถช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์อาหารให้มีความทันสมัย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยจึงอาจนำแนวคิดการตกแต่งคูหาให้มีความทันสมัยและเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้นมาพิจารณาแทนการตกแต่งแบบดั้งเดิมในลักษณะแบ่งกั้นแต่ละคูหาออกเป็นส่วนๆ โดยให้ผู้ประกอบการแต่ละรายได้นำภาพโฆษณามาติดอยู่ด้านหลังของแต่ละคูหากันเองและการจัดวางสินค้าอย่างเรียบง่าย เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าไทยที่นำไปจัดแสดง 2) ประเทศตะวันตกหลายประเทศได้เน้นการสาธิตนำผลิตภัณฑ์มาปรุงอาหารหน้างานให้ผู้ชมได้เห็นจริง ซึ่งสามารถดึงดูดความสนใจจากกลุ่มผู้เข้าชมงานเป็นอย่างมาก ซึ่งผลิตภัณฑ์อาหารของไทยหลายชนิดสามารถนำแนวคิดนี้ไปใช้ได้

อนึ่ง ผู้ประกอบการไทยหลายรายที่เข้าร่วมในงานครั้งนี้ได้รับใบสั่งซื้อสินค้า แต่ก็มีบางรายได้ตั้งข้อสังเกตว่า ยังคงต้องระมัดระวังและทำการศึกษาคู่ค้าอย่างถี่ถ้วน เนื่องจากคู่ค้าบางรายมีศักยภาพในการกระจายสินค้าไม่ดีพอ มีการสั่งซื้อสินค้าเพียงล็อตเดียวเท่านั้น หรือคู่ค้าบางรายสั่งซื้อสินค้าแล้วแต่ได้ยกเลิกใบสั่งซื้อในภายหลัง เพราะธุรกิจของตนเองประสบกับปัญหา เป็นต้น ขณะเดียวกัน มีผู้ประกอบการไทยบางรายที่เคยเข้าร่วมงานแล้วหลายครั้งก็ยังไม่พบคู่ค้าที่ตนเองต้องการ แต่ยังคงจะเข้าร่วมงานในปีต่อๆ ไป เพราะมีความต้องการที่จะเจาะตลาดจีนอย่างจริงจัง และเชื่อว่าน่าจะพบคู่ค้าตามที่ต้องการในที่สุด


ประมวลภาพบรรยากาศภายในงาน

ข้อมูลเพิ่มเติม
-    ผู้ส่งออกที่ต้องการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า สามารถจองล่วงหน้าภายในเดือนมกราคมของทุกปี ใบสมัครสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ผู้จัดงาน FHCchina.com ค่าใช้จ่ายบูธเริ่มต้นตั้งแต่ราคา 355 ถึง 500 USD ต่อตารางเมตร หรือติดต่อกรมส่งเสริมการส่งออกเพื่อสมัครเข้าร่วมงานแสดงสินค้า
-    ผู้นำเข้าที่ต้องการเข้าชมงานแสดงสินค้าสามารถติดต่อลงทะเบียนล่วงหน้าได้ผ่านทางเว็บไซต์ FHCChina.com หรือลงทะเบียนหน้างาน
-    เยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีและสัตว์เลี้ยงห้ามเข้างาน
-    สายตรงสอบถามข้อมูลงานแสดงสินค้า ติดต่อ Ms Lily Zhu China International Exhibitions Ltd (CIE) Room 2402 Singular Mansion, No. 318 – 322 Xian Xia Road Shanghai 200336, China
Tel: +86 21 6209 5209 Fax: +86 21 6209 5210 Email: [email protected]

________________________

จัดทำโดย น.ส. เทพรัตน์ ตันติกัลยาภรณ์ เรียบเรียงโดย นายโอภาส เหลืองดาวเรือง

ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซี่ยงไฮ้
แหล่งข้อมูล  1) การเข้าร่วมงานแสดงสินค้า FHC China 2011 ครั้งที่ 15 (วันที่ 17 – 18 พ.ย. 2554)
                 2) เว็บไซต์ http://www.fhcchina.com/cn/index.asp
                 3) http://www.wine35.com/news/guonazixun/7962.html  (วันที่ 25 พ.ย. 2554)

7 ธันวาคม 2554
แหล่งข้อมูล: (07/12/2011)

Back to the list

More Related

  • ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการจัดแสดงสินค้านานาชาติที่สำคัญในภูมิภาคเอเชีย และยังเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีที่มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในภูมิภาคและของโลก โดยในแต่ละปี ฮ่องกงจะมีงานจัดแสดงสินค้าอัญมณีขนาดใหญ่ถึง 3 ครั้งในเดือนมีนาคม มิถุนายน และกันยายน
  • นักท่องเที่ยวที่นิยมท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นกลุ่มใหญ่ ตามด้วยไกด์ที่ถือธงสีแดงผ่านสถานที่ท่องเที่ยว และศูนย์การค้าต่างๆ ได้กลายเป็นภาพติดตาที่ทุกคนต่างเรียกว่า “กรุ๊ปทัวร์จีน”
  • เมื่อวันที่ 7-10 พ.ค. 2556 ฮ่องกงได้มีการจัดงานมหกรรมอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “HOFEX” ขึ้นที่ Hong Kong Convention and Exhibition Centre โดยงานดังกล่าวเป็นงานมหกรรมอาหารที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่มร่วมออกบูธจำนวนกว่า 1,900 ราย จาก 48 ประเทศทั่วโลก และสามารถดึงดูดผู้เที่ยวชมได้ถึง 35,000 ราย ในโอกาสดังกล่าว บีไอซีได้เดินทางไปเที่ยวชมงานและเที่ยวชิมอาหารจากนานาประเทศทั่วโลก รวมถึงสัมภาษณ์ผู้ประกอบการไทยที่มาร่วมงานด้วย จึงขอนำข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากทุกท่าน ดังนี้
  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง จัดงานเทศกาลอาหารและวัฒนธรรมไทย ณ นครฉางซา มณฑลหูหนาน (Thai Food and Culture Festival 2013, Changsha) ระหว่างวันที่ 9-12 พฤษภาคม 2556 ณ ห้างสรรพสินค้า ID Mall โดยได้รับความร่วมมือจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครหนานหนิง และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สาขานครคุนหมิง
  • ในบทความนี้ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (BIC) ขอพาท่านไปดูกันว่า การจะเปิดร้านอาหารไทยในจีนนั้น มีกฎระเบียบอะไรที่ต้องคำนึงถึง และมีขั้นตอนยากง่ายประการใด

สถานการณ์ในต่างประเทศ