
นับตั้งแต่ที่ได้รับมอบภารกิจจากรัฐบาลกลางให้เป็น “ประตูสู่อาเซียน” เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว กว่างซี (เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง) มณฑลทางตอนใต้ค่อนไปทางตะวันตกของจีน ก็ “จัดหนัก” ทั้งนโยบายและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อผลักดันภารกิจข้างต้น
หากใครได้มาเยือนกว่างซีในตอนนี้ มองไปทางไหน ก็จะเจอโครงการต่างๆ ที่รังสรรค์ขึ้นมาราวกับเสกได้ เพื่อทำให้กว่างซีเป็น “ฮับ” ของการค้าขายระหว่างจีนกับอาเซียน
|
|
“China-ASEAN Plaza (Nanning)” ศูนย์การค้าขนาดมหึมาภายในโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชื่อ “China South City Nanning” ก็เป็นอีกหนึ่งโครงการที่เพิ่งจัดตั้งขึ้น เพื่อทอฝันการเป็นฮับดังกล่าว
“ฟรีค่าเช่า 5 ปี!!! สำหรับผู้ประกอบการอาเซียน เป็นจุดขายที่ผู้บริหาร China-ASEAN Plaza ใช้เป็นแม่เหล็กดูดพ่อค้าแม่ขายอาเซียน รวมถึงไทย ให้มาเปิดร้านขายของที่นี่
China South City หรือที่ที่คนจีนเรียกว่า “ฮวา หนาน เฉิง” (华南城,Hua Nan Cheng) ลงทุนโดยบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่จากฮ่องกง โดยนอกจากที่นครหนานหนิง เมืองเอกของกว่างซีแล้ว กลุ่มทุนหนาๆ รายนี้ได้ตั้ง Hua Nan Cheng ขึ้นเมืองสำคัญอื่นๆ ของจีนด้วย อาทิ เมืองเซินเจิ้น และเมืองเหอหยวน (มณฑลกวางตุ้ง) นครซีอาน (มณฑลส่านซี) นครฮาร์บิน (มณฑลเฮยหลงเจียง) นครหนานชาง (มณฑลเจียงซี) โดย Hua Nan Cheng แต่ละแห่งถูกกำหนดให้มีบทบาทในการเป็นศูนย์การค้าส่งและศูนย์กระจายสินค้าที่แตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมของแต่ละพื้นที่
China-ASEAN Plaza (Nanning) ได้รับการวางบทบาทให้เป็นศูนย์ค้าส่งสินค้าสารพัดอย่าง สไตล์ “ตลาดอี้อู” ที่มณฑลเจ้อเจียงที่เป็นที่รู้จักของนักช็อปของราคาส่งทั่วโลก เพียงแต่ผู้บริหาร Hua Nan Cheng ได้อาศัยข้อได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้งที่ติดกับอาเซียนทั้งทางบก เรือและอากาศ รวมถึงนโยบายสนับสนุนจากรัฐบาลจีน กำหนดให้มี “ASEAN Plaza” ภายในโครงการฯ เพื่อขายสินค้าจาก “อาเซียน” โดยเฉพาะ
นอกจากฟังก์ชั่นศูนย์การค้าแล้ว ใน Hua Nan Cheng ยังประกอบไปด้วยอสังหาริมทรัพย์อื่นๆแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน ซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือสถานเริงรมย์ ประมาณว่า คุณสามารถใช้ชีวิตอยู่ในเมืองขนาดย่อมแห่งนี้ได้โดยไม่ต้องออกไปไหน
Hua Nan Cheng สร้างขึ้นตามคอนเซปต์ยอดนิยมของคนจีน คือ “เล็กๆ ไม่ ใหญ่ๆ ทำ” โดยใช้เงินลงทุนกว่า 1.2 หมื่นล้านหยวน (6 หมื่นล้านบาท) ครอบคลุมพื้นที่สิ่งปลูกสร้างรวม 4.88 ล้าน ตร.ม.
|
|
|
บางมุมของ |
การก่อสร้างพลาซ่าหลายหลังใน China-ASEAN Plaza ใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยผู้บริหารฯ ตั้งเป้าว่า จะเปิดให้บริการพลาซ่า 4 จาก 10 อาคารได้ภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2555
4 อาคารดังกล่าว ได้แก่ “
|
|
ขนาดประมาณ 10 กว่าเท่าของอิมแพ็คเมืองทองธานี!!
ตอนนี้ China-ASEAN Plaza กำลังจัดกิจกรรมเปิดตัวเพื่อหาลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการทำโรดโชว์หลายต่อหลายครั้งทั้งในและนอกประเทศ หรือการทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของสถานที่จัดมหกรรมแสดงสินค้าจีน-อาเซียน (CA-EXPO) ครั้งที่ 8 เมื่อช่วงปลาย ต.ค. 2553
ขณะเดียวกัน เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมด้านการลงทุนระหว่างจีนกับอาเซียน ท่านเวิน เจียป่าว นายกฯ จีน ยังช่วยออกปากชักชวนผู้ประกอบการอาเซียนให้มาใช้ประโยชน์จาก China-ASEAN Plaza แห่งนี้ด้วย
ผู้บริหารโครงการฯ วางแผนจะจัดสรรพื้นที่แบบปลอดค่าเช่า 5 ปี ใน ASEAN Plaza ประมาณ 50,000 ตรม. ให้แก่ผู้ประกอบการจากอาเซียน แบบ “มาก่อน ได้ก่อน” โดยหนึ่งคูหามาตรฐานมีขนาด 25 ตร.ม.
อย่างไรก็ดี การปลอดค่าเช่าฯ นั้น มีเงื่อนไขห้อยท้ายมาด้วยว่า ผู้เช่าจะต้องเซ็นสัญญา 6 ปี หรือ 9 ปี (ตามแต่จะเลือก) และจ่ายค่าเช่าปีที่ 6 เต็มจำนวนเป็นการล่วงหน้า
พูดง่ายๆ ก็คือ โครงการฯ จะไม่คิดค่าเช่าคูหาตลอด 5 ปีแรก แต่ผู้เช่าจะต้องชำระค่าเช่าทั้งหมดของปีที่ 6 ทันที ในอัตรา ตร.ม. ละ 100 หยวนต่อเดือน (500 บาท) ซึ่งหากเป็นการเช่าร้านขนาด 25 ตร.ม. ผู้เช่าก็จะต้องกำเงิน 30,000 หยวน (150,000 บาท) มาจ่ายในวันเซ็นสัญญา
หรือหากต้องการเลือกสัญญาเช่า 9 ปี ค่าเช่าปีที่ 6 ใช้อัตราเดียวกับสัญญาเช่า 6 ปี (100 หยวน/ตร.ม./เดือน) ส่วนปีที่ 7-9 คิด ตร.ม. ละ 120 หยวนต่อเดือน (600 บาท) แต่อย่าเพิ่งตกใจไป!!! เขาใจดีให้ส่วนลดค่าเช่า 30% โดยชำระครึ่งหนึ่ง ณ วันเซ็นสัญญา และส่วนที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งชำระเมื่อเริ่มสัญญาปีที่ 4
ผู้ที่สนใจจะมาลงทุนเปิดร้านที่ China-ASEAN Plaza เพื่อนำสินค้าตัวเก่งของตนเองมา “ปักธง” ในตลาดจีน (กว่างซี) ก็ขอให้ศึกษาระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องของประเทศจีนให้ดี รวมถึงการจดทะเบียนบริษัทค้าปลีกค้าส่งของทุนต่างชาติ และกฎว่าด้วยการนำเข้าสินค้า
ศูนย์ธุรกิจไทยในจีน (BIC) และเว็บไซต์ www.thaibizchina.com (อีเมล์ [email protected]) พร้อมเป็นสื่อกลางในการจัดหาข้อมูลข้างต้น รวมถึงการติดต่อกับฝ่ายบริหาร China-ASEAN Plaza ให้แก่ผู้ประกอบการไทยที่สนใจ
แม้จะไม่มีใครตอบได้ว่า ASEAN Plaza ในอภิมหาโครงการอย่าง Hua Nan Cheng นี้ จะรุ่งหรือจะร่วง โดยเฉพาะเมื่อคำนึงว่าโลจิสติกส์ระหว่างไทยกับกว่างซี ยังไม่สะดวกสบาย มีราคาค่อนข้างสูง และมีตัวเลือกไม่มากนัก (มีสายการเดินเรือเพียงสายเดียวที่ให้บริการขนส่งสินค้าตรงสัปดาห์ละ 1 เที่ยวระหว่างไทยกับกว่างซี)
แต่อย่างน้อย มันก็เป็นโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ที่ต้องการ “โกอินเตอร์”
อย่าลืมนะครับ จีนเป็นประเทศที่มีประชากรมาก เฉพาะกว่างซีก็ปาเข้าไปกว่า 50 ล้านแล้ว ดังนั้น ไม่ว่าจะยังไง China-ASEAN Plaza น่าจะเป็นที่ทำมาค้าขายที่คึกคักของคนท้องถิ่นอย่างแน่นอน
ประมาณว่าเป็น สวนจตุจักรติดแอร์ของกรุงเทพฯ เรานั่นแหล่ะ ฉะนั้น ไอ้เรื่องที่ China-ASEAN Plaza จะทำแล้ว ไม่มีคนเดิน คงไม่น่าจะเกิดขึ้น
พับผ่าเถอะ! ก็ได้แต่หวังว่า ASEAN Plaza จะไม่กลายเป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่มีแต่ “อาเซียน” เฉพาะในนาม เช่นเดียวกับศูนย์การค้าหรือศูนย์กระจายสินค้าจีน-อาเซียนอื่นๆ อีกหลายแห่ง แต่ในความเป็นจริง มีเพียงพ่อค้าแม่ขายชาวจีนและเวียดนาม (ซึ่งมีชายแดนติดกับกว่างซีร่วมพันกิโลเมตร) ที่ค้าขายกันเอง!
