
|
|
"มหกรรมแสดงสินค้าจีน-อาเซียน” หรือที่มีชื่อเล่นว่า CA-EXPO (China-ASEAN Expo) ซึ่งจัดขึ้นทุกปีตั้งแต่ พ.ศ. 2546 มีส่วนสำคัญที่ทำให้ “นครหนานหนิง” เมืองที่ก่อนหน้านี้ แทบไม่มีใครในไทยเคยได้ยิน เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น
จะว่าไปแล้ว ไม่เฉพาะ “หนานหนิง” เท่านั้น ที่ได้รับประโยชน์จากการเป็นสถานที่จัด CAEXPO แต่ “กว่างซี” (ชื่ออย่างเป็นทางการคือ เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง) มณฑลทางตอนใต้ของจีน ซึ่งเป็นที่ตั้งของหนานหนิง ก็เป็นที่รู้จักมากขึ้นจากการนี้ด้วยเช่นกัน
แม้เป็นเมืองเอกของกว่างซี แต่หนานหนิงค่อนข้างอาภัพ เพราะคนต่างชาติ มักจะรู้จัก “กุ้ยหลิน” เมืองลำดับรองของกว่างซี มากกว่า ในฐานะที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกแล้ว
กว่างซีเองก็มีความอาภัพไม่น้อยไปกว่ากัน เพราะแม้จะเป็นมณฑลที่ติดกับกวางตุ้ง (ซึ่งมีนครกว่างโจวเป็นเมืองเอก) และมีท่าเรือขนาดใหญ่เช่นเดียวกัน แต่ระดับการพัฒนาของมณฑลทั้งสองกลับแตกต่างกันลิบลับ โดยกวางตุ้งมี GDP ใหญ่กว่ากว่างซี 2 เท่ากว่าๆ
จากบริบทข้างต้น คงทำให้เห็นภาพว่า รัฐบาลจีนตั้งความหวังไว้ (สูง) เพียงใดกับการใช้ CAEXPO เป็นเครื่องมือหลักในการ “ถีบ” ให้นครหนานหนิงและกว่างซี มีระดับการพัฒนาที่ทัดเทียมกับพื้นที่อื่นๆ โดยชูจุดแข็งให้กว่างซีเป็น “ประตูสู่อาเซียน” ของจีน
ประมาณว่าเป็น
แล้วในความเป็นจริง ความหวังดังกล่าวของทางการจีนสำเร็จผลมากน้อยเช่นใด? หลังจากจัด CAEXPO มาถึง 8 ครั้ง 8 ปีติดต่อกันแล้ว
ในทางกลับกัน นักธุรกิจไทยเอง สามารถใช้ CAEXPO เป็นเครื่องมือในการบุกเบิกและขยายตลาดสินค้าไทยในจีนได้ตามที่จีนโฆษณาไว้จริงหรือไม่? ชั่วร์หรือมั่ว?
ปัญหาข้างต้น สามารถตอบได้หลายมุมมองด้วยตัวชี้วัดความสำเร็จที่แตกต่างกัน
ในมุมมองของจีน (ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในจีน) การจัด CAEXPO ในปี 2554 ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เพราะสถิติเกือบทุกตัวดีขึ้นกว่าปี 2553 ไม่ว่าจะเป็นจำนวนคูหา (4,700 บูธ) จำนวนผู้ประกอบการ (2,300 ราย เพิ่มขึ้น 4.6%) ผู้ชมงาน (50,600 คน เพิ่มขึ้น 3.26%) มูลค่าการค้า (9,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6%) หรือมูลค่าการเซ็นสัญญาลงทุน (2.26 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.86%)
นอกจากนี้ หลังจากจัด CAEXPO มา 8 ครั้ง GDP และดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจต่างๆ ของกว่างซี ก็ขยายตัวในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง
ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน (BIC) ไม่สามารถวิเคราะห์วิจารณ์ว่า CAEXPO เป็นเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพตามที่เป็นข่าวหรือไม่ เพราะไม่อยู่ในฐานะที่จะเข้าถึงรายละเอียด “ตื้นลึกหนาบาง” ของสถิติต่างๆ ข้างต้นได้
เท่าที่ทราบคร่าวๆ หากในช่วง CAEXPO มีนักธุรกิจจีนหรือนักธุรกิจของประเทศสมาชิกอาเซียนลงนามในข้อตกลงว่าจะลงทุนร่วมกัน ไม่ว่าจะในกว่างซีหรือในประเทศสมาชิกอาเซียน และไม่ว่าจะเป็นโครงการที่เกิดขึ้นเพราะ CAEXPO หรือไม่ก็ตาม ฝ่ายจีนจะนับรวมมูลค่าการลงทุนนั้น เป็นผลงานของ CAEXPO ทั้งหมด
BIC ขอตั้งข้อสังเกตในฐานะที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ว่า สถิติที่ดูสวยหรูดังกล่าว ดูแล้วไม่ค่อยจะสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่แท้จริงระหว่างกว่างซีกับอาเซียน และวัตถุประสงค์พื้นฐานของการที่รัฐบาลจีนกำหนดให้จัด CAEXPO ที่นครหนานหนิง ดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น
พูดง่ายๆ คือ แม้เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ แต่ CAEXPO (ยัง) ไม่สามารถทำหน้าที่เป็นตัวขับเคลื่อนการค้าระหว่างจีน-อาเซียนได้อย่างที่ตั้งเป้าหมายไว้ โดยกว่างซียังมีปริมาณการค้ากับอาเซียนน้อยมาก (คิดเป็นเพียงประมาณร้อยละ 2 ของยอดการค้าจีน-อาเซียน) โครงสร้างการค้ายังกระจุกตัว (กว่าร้อยละ 80 ของการค้ากว่างซี-อาเซียน เป็นการค้าระหว่างกว่างซีกับเวียดนาม) สินค้าที่ค้าขายกันอยู่มีเพียงไม่กี่ประเภท (สิ่งทอ เครื่องจักรกลและเคมีภัณฑ์ สินแร่ และผลผลิตทางการเกษตร) และกว่างซียังคงมีผู้ประกอบการน้อยราย อีกทั้งที่มีอยู่ก็มีขนาดธุรกิจเล็ก และขาดความสามารถในการแข่งขัน
|
|
นอกจากนี้ ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ แต่ปัจจุบัน งาน CAEXPO ได้เปลี่ยนภาพลักษณ์จากการเป็น “มหกรรมแสดงสินค้าหนึ่งเดียวระหว่างจีนกับอาเซียน” ซึ่งมีนัยของการให้แต่ละประเทศนำสินค้าเด่นที่มีศักยภาพของตนเองมาจัดแสดงเพื่อแสวงหาช่องทางความร่วมมือหรือโอกาสทางการตลาดในระยะยาว มาเป็น” ตลาดนัดสินค้าอาเซียนประจำปี ของหนานหนิง” ซึ่งมีนัยถึงความเป็นตลาดเฉพาะกิจ ไปเสียแล้ว
ภาพลักษณ์นี้ ทำให้ผู้ประกอบการที่มาเข้าร่วม CAEXPO รวมถึงพ่อค้าแม่ขายชาวไทยมุ่ง “ค้าปลีก” แบบฉาบฉวย มากกว่าการมาจับคู่ธุรกิจ
สถานการณ์ข้างต้น คงเกิดขึ้นในลักษณะ “ขนมผสมน้ำยา” กล่าวคือ ผู้จัดไม่สามารถทำให้งานฯ ดึงดูดพ่อค้าชาวจีนที่มีศักยภาพให้มาจับคู่ธุรกิจเพื่อเป็นตัวแทนขายสินค้าอาเซียน ขณะเดียวกัน สินค้าที่อาเซียนนำมาจัดแสดง ก็ (ยัง) ไม่เป็นที่ต้องตาต้องใจของพ่อค้าคนกลางชาวจีน
เมื่อเป็นเช่นนี้ ความคาดหวังให้ CAEXPO เป็นกลไกสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างกว่างซีกับอาเซียนตลอดทั้งปี ไม่เฉพาะในช่วงที่จัด CAEXPO จึงยังคงไม่ประสบความสำเร็จ
จึงไม่น่าแปลกใจว่า นอกจากผลไม้และข้าวหอมมะลิไทยแล้ว เหตุใด สินค้าไทยจึงไม่ปรากฏให้เห็นในตลาดกว่างซีเท่าใดนัก ก็ขนาดบะหมี่กึ่้งสำเร็จรูปต้มยำกุ้งแซ่บๆ ของไทยยังไม่มีขายเลย!
อย่างไรก็ตาม ทางการจีนและรัฐบาลในระดับมณฑลของกว่างซีเอง ก็ตระหนักถึงปัญหาต่างๆ ข้างต้นเป็นอย่างดี และก็กำลังหาทางแก้ไขอยู่ โดยเฉพาะการสร้างเวทีให้กว่างซีกับอาเซียนได้ค้าขายกันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ดังจะเห็นได้จากการเร่งสร้างตลาดค้าส่งหรือศูนย์กระจายสินค้าจีน-อาเซียนในพื้นที่ต่างๆ ของกว่างซี
เพราะหากไม่แก้ไขแล้วไซร้ ความฝันที่กว่างซีจะเป็นประตูสู่อาเซียนอย่างแท้จริง ก็คงยากที่จะบรรลุ
ในส่วนของผู้ประกอบการไทยที่สนใจเข้าร่วมงาน CAEXPO ในอนาคต BIC ขอแนะนำให้ใช้เวทีนี้ เป็นกลไกในการสำรวจตลาดจีน รวมถึงการศึกษาพฤติกรรมการบริโภคและกำลังซื้อ โดยเฉพาะของตลาดกว่างซี
จากนั้น หากเห็นว่ามีโอกาส ก็สามารถต่อยอดให้เกิดการค้าขายในระยะยาวได้ โดยใช้ประโยชน์จากนโยบายส่งเสริมการค้ากับอาเซียนของกว่างซี รวมถึงศูนย์การค้าส่งและศูนย์กระจายสินค้าต่างๆ ที่ผุดขึ้นราวดอกเห็ดทั่วกว่างซี
...มาเปลี่ยน CAEXPO จากเวทีการค้าแบบฉาบฉวยให้เป็นกลไกบุกเบิกตลาดจีน เพื่อให้มีผลทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องกันเถอะ!...


