เจาะลึกอุตสาหกรรมยานยนต์จีน ตอนที่ 1 รู้ให้ชัด ตลาดมหาศาลยานยนต์จีน
เจาะลึกอุตสาหกรรมยานยนต์จีน ตอนที่ 1 รู้ให้ชัด ตลาดมหาศาลยานยนต์จีน

ภาพการทำลายรถยนต์ใหม่ถอดด้ามหลายพันคันที่จมมิดน้ำจากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่โดยไม่ลังเลเพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคเมื่อปลายปีที่ผ่านมา สะท้อนว่า ธุรกิจยานยนต์เป็นอุตสาหกรรมสาขาสำคัญที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจไทย เป็นอุตสาหกรรมที่เชิดหน้าชูตาสำหรับประเทศในฐานะหนึ่งในเก้าอุตสาหกรรมหลักที่ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศมากที่สุด ไทยเราติดอันดับ 1 ใน 15 ฐานการผลิตยานยนต์ของโลก และมุ่งมั่นพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ประเทศเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์อย่างแท้จริง โดยหวังจะติด 1 ใน 10 ผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกให้ได้ภายในอีก 4 ปีข้างหน้า

หากแต่คำโบราณที่กล่าวว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า ยังคงใช้ได้เสมอ

ในขณะที่ประเทศไทยมีกำลังการผลิตรถยนต์ 2.1 ล้านคันต่อปี จีนผลิตรถยนต์ได้มากกว่า 18 ล้านคันต่อปีและจำหน่ายรถยนต์มากที่สุดในโลก หลายท่านอาจโต้แย้งว่า แน่หล่ะสิ! ก็จีนใหญ่กว่าไทยหลายสิบเท่าทั้งในแง่พื้นที่ จำนวนประชากรและขนาดเศรษฐกิจ ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในจีน (BIC) ขอเรียนว่า เราเพียงเปรียบเทียบให้รู้ทันและอยากให้ท่านมองเหรียญอีกด้านจากข้อโต้แย้งนี้

จีนเป็นตลาดยานยนต์ใหญ่อันดับหนึ่งของโลกตั้งแต่ปี 2552 และด้วยจำนวนประชากรที่มากกว่า 1,370 ล้านคนและการครองตำแหน่งมหาอำนาจทางเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลกในปัจจุบัน ทำให้ตลาดรถยนต์ของจีนเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจากอุปสงค์ภายในประเทศที่มีเป็นจำนวนมาก นี่แหล่ะโอกาสของประเทศไทย!

เมื่อมองด้วยความเข้าใจเช่นนี้แล้ว คำถามของธุรกิจไทยจึงไม่ใช่ “แล้วประเทศไทยจะแข่งขันกับจีนได้อย่างไร?” หากแต่โอกาสของประเทศไทยในจีนอยู่ตรงไหน? ประเทศไทยจะสามารถเกาะเกี่ยวไปกับอุตสาหกรรมยานยนต์จีนที่กำลังเติบโตอย่างมีนัยสำคัญได้อย่างไร? คำตอบคงเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากความเข้าใจในตลาดมหาศาลของยานยนต์จีนและฐานการผลิตสำคัญอย่างมณฑลกวางตุ้ง ซึ่ง BIC ได้รวบรวมมาไว้ให้ท่านแล้วใน “เจาะลึกอุตสาหกรรมยานยนต์จีน” ทั้งสามตอน

การเติบโตของตลาดยานยนต์ในจีน

อุตสาหกรรมยานยนต์ของจีนมีทั้งส่วนผลิตรถยนต์โดยสาร (Passenger car) และรถยนต์เชิงพาณิชย์ ซึ่งเช่นเดียวกับหลาย ๆ ประเทศ รถยนต์โดยสารมีสัดส่วนของการผลิตมากกว่ารถยนต์เชิงพาณิชย์ ประเภทรถยนต์ที่ขายดิบขายดี คือ รถเก๋ง รถตู้และ SUV (Sport Utility Vehicle) ซึ่งฐานการผลิตรถยนต์โดยสารที่สำคัญของจีน ได้แก่ นครฉางชุนเมืองเอกของมณฑลจี๋หลินเป็นฐานการผลิตของ Volkswagen นครเซี่ยงไฮ้เป็นฐานการผลิตของ Volkswagen และ GM กรุงปักกิ่งเป็นฐานการผลิตของ Hyundai และ Daimler และนครกว่างโจวเป็นฐานการผลิตของนิสสัน ฮอนด้า และโตโยต้า สำหรับรถยนต์เชิงพาณิชย์นั้น ประเภทรถสำคัญที่จีนผลิต คือ รถบรรทุกและรถบัส

การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์โดยเฉพาะรถยนต์โดยสารของจีน เพื่อให้สามารถแข่งขันกับรถยนต์แบรนด์ยักษ์ใหญ่ของต่างชาตินั้น ในช่วงแรก ๆ เป็นการเรียนรู้เทคโนโลยีของประเทศที่มีความก้าวหน้าทางยานยนต์โดยผ่านการร่วมลงทุนผลิตยานยนต์ในจีน แล้วค่อย ๆ ซึมซับเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ หลอมรวมและตกผลึกจนสามารถพัฒนาแบรนด์รถยนต์ของตนที่มีระดับเทียบเท่ากับแบรนด์ต่างชาติ ดังเช่น แบรนด์ Trumpchi ของบริษัท Guangzhou Automobile Group Co., Ltd. ที่เรียนรู้เทคโนโลยีมาจากทั้งฮอนด้าและโตโยต้า

ตารางที่ 1 ยอดขายและยอดผลิตรถยนต์ในจีนตั้งแต่ปี 2552-2554

ประเภทของรถยนต์

ยอดขาย (คัน)

ยอดผลิต (คัน)

2552

2553

2554

2552

2553

2554

รถยนต์รวม

13,644,800

18,061,900

18,505,100

13,791,000

18,264,700

18,418,900

รถยนต์โดยสาร

10,331,300

13,757,800

14,472,400

10,383,800

13,897,100

14,485,300

รถเก๋ง

7,473,100

9,494,300

10,122,700

7,471,200

9,575,900

10,137,500

MPV (Multi Purpose Vehicle)

248,900

445,400

497,700

250,700

451,000

506,200

SUV (Sport Utility Vehicle)

658,800

1,326,000

1,593,700

657,900

1,338,000

1,602,600

รถตู้

1,950,500

2,492,100

2,258,300

2,004,000

2,532,200

2,239,000

รถยนต์เชิงพาณิชย์

3,313,500

4,304,100

4,032,700

3,407,200

4,367,600

3,933,600

รถบัส

271,300

356,200

403,400

276,000

358,600

398,400

รถบรรทุก

2,250,100

2,831,300

2,701,900

2,326,300

2,854,800

2,653,800

รถแทรกเตอร์

211,100

354,600

257,600

208,200

362,500

244,300

รถบัสที่ยังไม่สมบูรณ์

82,800

86,900

84,500

82,000

88,600

84,200

รถบรรทุกที่ยังไม่สมบูรณ์

498,200

675,100

585,300

514,700

703,100

552,900

ที่มา: สมาคมผู้ผลิตรถยนต์ของจีน (www.caam.org.cn)

ตารางที่ 2 อัตราการเติบโตของยอดขายและยอดผลิตรถโดยสารในจีนตั้งแต่ปี 2552-2554

ประเภทของรถยนต์

อัตราการเติบโตของยอดขาย (%)

อัตราการเติบโตของยอดผลิต (%)

2552

2553

2554

2552

2553

2554

รถยนต์รวม

46.15

32.37

2.45

48.30

32.44

0.84

รถยนต์โดยสาร

52.93

33.17

5.19

54.11

33.83

4.23

รถเก๋ง

48.07

27.05

6.62

48.32

28.17

5.87

MPV (Multi Purpose Vehicle)

26.12

78.92

11.74

30.76

79.89

12.24

SUV (Sport Utility Vehicle)

47.15

101.27

20.19

48.86

103.38

19.78

รถตู้

83.39

27.77

-9.38

88.93

26.36

-11.58

ที่มา: สมาคมผู้ผลิตรถยนต์ของจีน (www.caam.org.cn)

ปัจจุบัน จีนจำหน่ายรถยนต์มากที่สุดในโลกและนับเป็นยุคทองของจีน เมื่อย้อนมองกลับไปในช่วงทศวรรษที่ 80 หรือระหว่างปี 2523-2532 ทั้งประเทศจีนมียอดจำหน่ายรถยนต์เพียง 230,000 คัน ขณะที่ในปี 2546-2552 ยอดจำหน่ายรถยนต์ของจีนก้าวกระโดดมาเป็น 4.39 5.07 5.76 7.22 8.79 9.38 และ 13.64 ล้านคันตามลำดับ ซึ่งปี 2552 เป็นปีแรกที่จีนมียอดขายรถยนต์เกินกว่า 10 ล้านคัน ครองตำแหน่งตลาดยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกนับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ยอดขายรถยนต์ในปีนั้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 46 เมื่อเทียบกับปี 2551

ปัจจัยสำคัญของการเติบโตของตลาดรถยนต์จีนในช่วงปี 2552-2553 เป็นผลมาจากนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของจีนตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 11 (2549-2553) และนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนการใช้จ่ายภายในประเทศผ่านการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ซื้อรถยนต์ขนาดเล็ก โดยปี 2553 มียอดขายอยู่ที่ 18 ล้านคัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 32 เมื่อเทียบกับปี 2552 เมื่อมาตรการส่งเสริมดังกล่าวสิ้นสุดลงในปี 2553 จึงส่งผลให้ยอดขายในปี 2554 อยู่ที่ 18.5 ล้านคัน มีการเติบโตลดลงอยู่ที่ร้อยละ 2.45 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า แม้ว่าขนาดการเติบโตจะไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม จากตัวเลขสถิติก็สะท้อนให้เห็นถึงอุปสงค์และอัตราการเติบโตของตลาดยานยนต์ที่มีเสถียรภาพในระยะยาวภายหลังช่วงที่มีการขยายตัวอย่างมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา


รถยนต์ประเภท SUV ที่กำลังได้รับความนิมในตลาดจีน

จากทั้งสองตารางข้างต้นพบว่า ตลาดรถยนต์โดยสาร (Passenger car) มีบทบาทสำคัญอย่างมากในอุตสาหกรรมยานยนต์จีน มีสัดส่วนทั้งยอดขายและยอดผลิตเฉลี่ยมากถึงร้อยละ 77 ของรถยนต์ทั้งหมดในประเทศ โดยในจำนวนดังกล่าว รถเก๋งมีสัดส่วนมากถึงร้อยละ 70 แต่ที่น่าสนใจคือ รถยนต์โดยสารแบบ SUV มีการเติบโตอย่างมาก โดยเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึงร้อยละ 101.27 ในปี 2553 จากปีก่อนหน้า และยังมีแนวโน้มเติบโตมากกว่ารถยนต์ประเภทอื่น ๆ อีกด้วย ดังที่นาย Helmut Broeker CEO ของ Porsche จีนที่ให้สัมภาษณ์กับ China Daily ว่าปริมาณความต้องการรถแบบ SUV ระดับพรีเมี่ยมของจีนสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งจะทำให้จีนกลายเป็นตลาดใหญ่อันดับหนึ่งแซงหน้าสหรัฐอเมริกาในอนาคต สำหรับปริมาณอุปสงค์ของรถยนต์ค่าย Porsche AG จากเยอรมนีในตลาดจีนคาดว่าจะแซงหน้าสหรัฐอเมริกาได้ภายในปี 2557

เทรนด์การบริโภคของประชาชนจีนที่เห็นได้จากการการยกระดับการบริโภคสินค้าเนื่องมาจากรายรับของประชาชนชาวจีนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ตลาดรถยนต์จีนมีการขยายตัวและเติบโตตามไปด้วย บริษัทวิจัยตลาด HIS Automotive และ JD Power-LMC ต่างลงความเห็นว่า หลังจากที่ตลาดรถยนต์โดยสารในจีนตลอดทั้งปี 2554 เติบโตประมาณร้อยละ 5 สามารถคาดการณ์ได้ว่า ตลาดรถยนต์จีนจะเติบโตถึงร้อยละ 10 ปี 2555 และยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในปีถัดไป เนื่องจากปัจจัยความต้องการและอำนาจการซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้งของผู้บริโภค

แนวโน้มการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของจีน

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 5 ปี ฉบับที่ 11 (2549-2553) ได้บรรจุ “แนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์” (汽车产业发展规划纲要) ไว้อย่างชัดเจน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาด้านยานยนต์ ผ่านการสร้างความแข็งแกร่งให้กับวิสาหกิจด้านยานยนต์ของจีนให้สามารถแข่งขันกับนานาชาติได้ สำหรับช่วงแผนฯ ฉบับที่ 12 (2554-2558) นั้นได้มีการบรรจุ “แนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่และยานยนต์ประหยัดพลังงาน” (节能与新能源汽车产业发展规划) ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงแนวทางการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ของจีนที่ชัดเจนว่า จะมุ่งเน้นไปที่ยานยนต์ประหยัดพลังงานและยานยนต์ที่ใช้พลังงานรูปแบบใหม่ให้สอดรับกับโลกแห่งอนาคตและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากยานยนต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในการมีส่วนร่วมในวิถีของการลดโลกร้อนของจีน

จีนได้ตั้งเป้าศักยภาพการผลิตรถยนต์ให้ได้ถึง 25 ล้านคันภายในปี 2558 โดยเป็นรถยนต์พลังงานไฮบริด (Hybrid) ร้อยละ 10-15 รถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าร้อยละ 3-5 และตั้งเป้ายอดขายรถยนต์ที่ใช้พลังงานใหม่ 1 ล้านคัน แม้ว่านโยบายด้านการสนับสนุนยานยนต์ประหยัดพลังงานและยานยนต์ที่ใช้พลังงานรูปแบบใหม่ยังไม่ได้ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ดี คาดว่าจะมีนโนบายส่งเสริมการพัฒนาและใช้รถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งน่าจะรวมถึงการสนับสนุนเงินช่วยเหลือและเงินอุดหนุนกับผู้ผลิตและผู้ซื้อรถยนต์พลังงานใหม่และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า รวมถึงจะได้รับสิทธิ์ในการใช้งานได้ทุกวันโดยไม่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดของการใช้รถตามวันคู่และวันคี่ในบางเมืองด้วย

ในตอนหน้า เราจะพาท่านบุกฐานการผลิตรถยนต์ใหญ่ในจีนอย่างมณฑลกวางตุ้ง โปรดอย่าลืมติดตามนะครับ

********************

จัดทำโดย: นายเจตนา เหล่ารักวงศ์ ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครกว่างโจว
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
- หนังสือพิมพ์ China Daily ฉบับวันที่ 21,22,25 พฤศจิกายน 2554
- หนังสือพิมพ์ China Daily ฉบับวันที่ 4 มีนาคม 2554
- สมาคมผู้ผลิตรถยนต์ของจีน (www.caam.org.cn)
- http://auto.sohu.com

9 กุมภาพันธ์ 2555
โดย: นายเจตนา เหล่ารักวงศ์

Back to the list

More Related

  • ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการจัดแสดงสินค้านานาชาติที่สำคัญในภูมิภาคเอเชีย และยังเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีที่มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในภูมิภาคและของโลก โดยในแต่ละปี ฮ่องกงจะมีงานจัดแสดงสินค้าอัญมณีขนาดใหญ่ถึง 3 ครั้งในเดือนมีนาคม มิถุนายน และกันยายน
  • นักท่องเที่ยวที่นิยมท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นกลุ่มใหญ่ ตามด้วยไกด์ที่ถือธงสีแดงผ่านสถานที่ท่องเที่ยว และศูนย์การค้าต่างๆ ได้กลายเป็นภาพติดตาที่ทุกคนต่างเรียกว่า “กรุ๊ปทัวร์จีน”
  • เมื่อวันที่ 7-10 พ.ค. 2556 ฮ่องกงได้มีการจัดงานมหกรรมอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “HOFEX” ขึ้นที่ Hong Kong Convention and Exhibition Centre โดยงานดังกล่าวเป็นงานมหกรรมอาหารที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่มร่วมออกบูธจำนวนกว่า 1,900 ราย จาก 48 ประเทศทั่วโลก และสามารถดึงดูดผู้เที่ยวชมได้ถึง 35,000 ราย ในโอกาสดังกล่าว บีไอซีได้เดินทางไปเที่ยวชมงานและเที่ยวชิมอาหารจากนานาประเทศทั่วโลก รวมถึงสัมภาษณ์ผู้ประกอบการไทยที่มาร่วมงานด้วย จึงขอนำข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากทุกท่าน ดังนี้
  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง จัดงานเทศกาลอาหารและวัฒนธรรมไทย ณ นครฉางซา มณฑลหูหนาน (Thai Food and Culture Festival 2013, Changsha) ระหว่างวันที่ 9-12 พฤษภาคม 2556 ณ ห้างสรรพสินค้า ID Mall โดยได้รับความร่วมมือจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครหนานหนิง และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สาขานครคุนหมิง
  • ในบทความนี้ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (BIC) ขอพาท่านไปดูกันว่า การจะเปิดร้านอาหารไทยในจีนนั้น มีกฎระเบียบอะไรที่ต้องคำนึงถึง และมีขั้นตอนยากง่ายประการใด

สถานการณ์ในต่างประเทศ