ฮ่องกง—เวทีสำคัญในการผลักดันผลไม้ไทยสู่ตลาดโลก
ฮ่องกง—เวทีสำคัญในการผลักดันผลไม้ไทยสู่ตลาดโลก


“ฮ่องกง” เมืองสวรรค์ของนักช้อป อาหารกินอร่อย แหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูด และศูนย์กลางการเงินในภูมิภาค ลักษณะเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทุกท่านทราบดีอยู่แล้ว แต่วันนี้ศูนย์บีไอซี (Business Information Center—BIC) จะพาท่านไปรู้จักศักยภาพของฮ่องกงในด้านการเป็นเวทีผลักดันสินค้าไทยสู่ตลาดโลกที่หลาย ๆ คนชอบพูดถึงกัน มาดูกันดีกว่า ว่าเมืองที่เป็นเกาะเล็ก ๆ แห่งนี้มี “อะไรพิเศษ” ซ่อนอยู่

ก่อนอื่น บีไอซีจะขอพาทุกท่านไปเที่ยวชมงาน Thai Fruits Tasting ที่จัดโดยสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง ในระหว่างวันที่ 7-9 ก.ย. 2555 ที่ห้างสรรพสินค้า Elements โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ผลไม้ไทยให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น มีการนำผลไม้ไทยหลายชนิด อาทิ มะม่วงน้ำดอกไม้ ลำไย ชมพู่ กล้วยไข่ และมังคุดมาจัดแสดงและปอกให้ชิมฟรี ซึ่งปรากฏว่า ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งชาวฮ่องกงและชาวต่างชาติ บรรยากาศภายในงานคึกคัก โดยผลไม้ที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ คือ มะม่วงน้ำดอกไม้ที่หวานและมีกลิ่นหอม ชมพู่ที่หวานกรอบและเนื้อแน่น สำหรับมังคุดนั้น จะได้รับความสนใจจากความแปลกใหม่ เนื่องจากผู้บริโภคหลายคน โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่เป็นนักท่องเที่ยวยังไม่รู้จักและไม่เคยรับประทานมาก่อน ผลตอบรับที่ดีจากงานฯ สะท้อนให้เห็นว่า ผลไม้ไทยมี “ต้นทุน” ที่ดีในตลาดต่างประเทศอยู่แล้ว และยังมีรสชาติอร่อย “เป็นเอกลักษณ์” ภาครัฐและภาคเอกชนไทยจึงควรร่วมมือกันคิดว่า จะส่งเสริมและผลักดันผลไม้ไทยอย่างไรให้ “ติดตลาดโลก”?


ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2555 บีไอซีมีโอกาสไปร่วมงาน Asia Fruits Logistica ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 6 ณ  AsiaWorld-Expo ที่ฮ่องกง โดยงานดังกล่าวเป็นงานจัดแสดงสินค้าเกษตรขนาดใหญ่ โดยเฉพาะผลไม้ที่มีผู้ประกอบการจากกว่า 30 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วม ซึ่งหลังจากพบปะและสัมภาษณ์ผู้ประกอบการชาวไทยบางส่วนแล้ว พบว่า ฮ่องกง “มีดี” หลายอย่างในการเป็นเวทีส่งเสริมและผลักดันผลไม้ไทยสู่ตลาดโลก

คุณสุวรรณชัย ชวาลชาญกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามจัมโบ้ อินเตอร์เนชันแนล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้ส่งออกผักและผลไม้ไทยรายใหญ่เปิดเผยว่า บริษัทฯให้ความสำคัญกับตลาดผลไม้ในฮ่องกงมาก ไม่ใช่เพียงเพราะฮ่องกงเป็นตลาดใหญ่ในการส่งออก แต่เป็นเพราะฮ่องกงมีลักษณะเป็น “food outlet” ที่จะโฆษณาผลไม้ไทย กล่าวคือ ฮ่องกงมีชาวต่างชาติอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งที่มาตั้งถิ่นฐาน ทำงาน และที่เป็นนักท่องเที่ยว การที่สินค้าเกษตรไทยไปปรากฏตามร้านอาหารไทยหรือซุปเปอร์มาร์เกตในฮ่องกง จึงเป็นเสมือนการโฆษณาไปโดยปริยาย โดยเป็นการเสริมสร้างความนิยมสินค้าไทยให้เกิดขึ้นในหมู่ผู้บริโภค ซึ่งมีความหลากหลายจากนานาประเทศ ทั้งนี้ การส่งออกผลไม้ไปต่างประเทศจะต้องให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์ โดยผลไม้ของบริษัทฯ ทุกชนิดที่ส่งออกจะบรรจุให้พร้อมนำไปจำหน่ายได้ทันที และเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ง่าย (bio-packaging) เนื่องจากยุโรปและสหรัฐอเมริกามีค่าแรงและค่ากำจัดขยะค่อนข้างสูง

จุดเด่นอีกประการของฮ่องกง คือ การเป็นศูนย์กลางการจัดแสดงสินค้า โดยคุณวิทวัส กาศยปนันทน์ ผู้จัดการฝ่ายการค้าต่างประเทศ บริษัท AIM THAI INTERTRADE จำกัด ซึ่งเป็นผู้ส่งออกไม้ไทย และมีลำไยสดเป็นสินค้าหลักเปิดเผยว่า การมาร่วมงาน Asia Fruits Logistica ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า เนื่องจากงานมีความเป็นนานาชาติสูง ผู้ร่วมงานมีความหลากหลายและมีศักยภาพจากการที่ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการค้า การเงิน และโลจิสติกส์ นอกจากนี้ ต้นทุนที่ใช้ในการมาร่วมงานที่ฮ่องกงยังไม่สูงมากนักหากเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ ที่เป็นศูนย์กลางการจัดแสดงสินค้าที่มีความเป็นนานาชาติในระดับใกล้เคียงกัน

อย่างไรก็ดี ก่อนนำผลไม้ไทยออกไปวางขายในตลาดโลก ชาวสวนและผู้ประกอบการจะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค โดยการกำหนดมาตรฐานให้กับสินค้าเกษตร ซึ่งคุณฉัตรชัย ประทุมมาลย์ นักพัฒนาทรัพยากรบุคคล สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้แนะนำการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยเครื่องหมาย “Q” (Q Mark) ซึ่งจะแบ่งเป็นการรับรองสินค้าที่เป็นผลิตภัณฑ์สุดท้าย (finished product) โดยการสุ่มตัวอย่างและทดสอบ และการรับรองระบบ โดยการตรวจประเมินขั้นตอนการผลิต เพื่อเป็นการสร้างความเป็นสากลให้กับมาตรฐานสินค้าเกษตรไทย

นอกจากจุดเด่น 2 ประการข้างต้นแล้ว ฮ่องกงยัง “มีดี” ตรงที่ใกล้ชิดกับจีน โดยเป็นทั้ง “สะพาน” สู่จีนและเชื่อมจีนกับนานาชาติ ทั้งนี้ วิกฤตการเงินในยุโรปและสหรัฐอเมริกาทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจโลกเริ่มเปลี่ยนทิศทางมายังเอเชียมากขึ้น โดยคุณวราภรณ์ มนัสรังษี ผู้จัดการฝ่ายส่งออก บริษัท K FRESH จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทส่งออกมะพร้าวน้ำหอมเปิดเผยว่า ตลาดเอเชียมีการบริโภคผลไม้ไทยมากขึ้น โดยเฉพาะจีนที่มียอดสั่งซื้อมะพร้าวน้ำหอมจากบริษัทฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แนวโน้มดังกล่าวทำให้การเจาะตลาดจีนจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะนอกจากจีนจะมีกำลังซื้อสูงแล้ว ยังมีปริมาณการบริโภคที่สูงมาก ซึ่งการใช้ฮ่องกงเป็น “สะพาน” สู่จีนจะช่วยให้ทุกอย่างง่ายขึ้น เนื่องจากชาวฮ่องกงมีความคุ้นเคยกับกฎระเบียบมากกว่า ในกรณีของคุณวราภรณ์ฯ นั้น จะเลือกส่งมะพร้าวน้ำหอมเข้าจีนตอนใต้ อาทิ เมืองเซินเจิ้นผ่านท่าเรือฮ่องกง เพราะสามารถตัดปัญหาเรื่องขั้นตอนของเอกสารต่าง ๆ ไปได้ส่วนหนึ่ง และยังวางใจได้กับระบบโลจิสติกส์ที่มีคุณภาพของฮ่องกง  

ดังนั้น การเลือกใช้ “ฮ่องกง” เป็นเวทีผลักดันผลไม้หรือสินค้าไทยอื่น ๆ จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย โดยบีไอซีเชื่อว่า ผลไม้ไทยมีรสชาติและเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครอยู่แล้ว จึงเป็นสินค้าที่มีศักยภาพสูง ทั้งนี้ คุณสุวรรณชัยฯ ให้ความเห็นว่า การจะพัฒนาการส่งออกผลไม้ไทยอย่างยั่งยืนจะต้องเริ่มจากการเพาะปลูกหรือจากสวน กล่าวคือ ชาวสวนจะต้องรวมกลุ่มกันอย่างสร้างสรรค์ในรูปสหกรณ์เพื่อลดต้นทุนในด้านเครื่องจักรและสร้างอำนาจในการต่อรองราคา ก้าวถัดมา คือ การเดินทางจากสวนสู่มือผู้บริโภค ซึ่งระบบโลจิสติกส์ที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเร่งพัฒนา ที่เหลือก็เป็นก้าวสุดท้ายในการ “โฆษณา” ทำการตลาดตามแนวทางที่กล่าวข้างต้น การเริ่มต้นที่ “ฮ่องกง” เมืองจิ๋วแต่แจ๋ว น่าจะให้ผลตอบรับที่น่าพอใจ ซึ่งเรื่องอย่างนี้ ไม่ลองก็ไม่รู้!

11 กันยายน 2555
แหล่งข้อมูล: งาน Thai Fruits Tasting และงาน Asia Fruits Logistica(07/09/2012)
โดย: ศศิภา ฉั่น

Back to the list

More Related

  • ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการจัดแสดงสินค้านานาชาติที่สำคัญในภูมิภาคเอเชีย และยังเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีที่มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในภูมิภาคและของโลก โดยในแต่ละปี ฮ่องกงจะมีงานจัดแสดงสินค้าอัญมณีขนาดใหญ่ถึง 3 ครั้งในเดือนมีนาคม มิถุนายน และกันยายน
  • นักท่องเที่ยวที่นิยมท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นกลุ่มใหญ่ ตามด้วยไกด์ที่ถือธงสีแดงผ่านสถานที่ท่องเที่ยว และศูนย์การค้าต่างๆ ได้กลายเป็นภาพติดตาที่ทุกคนต่างเรียกว่า “กรุ๊ปทัวร์จีน”
  • เมื่อวันที่ 7-10 พ.ค. 2556 ฮ่องกงได้มีการจัดงานมหกรรมอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “HOFEX” ขึ้นที่ Hong Kong Convention and Exhibition Centre โดยงานดังกล่าวเป็นงานมหกรรมอาหารที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่มร่วมออกบูธจำนวนกว่า 1,900 ราย จาก 48 ประเทศทั่วโลก และสามารถดึงดูดผู้เที่ยวชมได้ถึง 35,000 ราย ในโอกาสดังกล่าว บีไอซีได้เดินทางไปเที่ยวชมงานและเที่ยวชิมอาหารจากนานาประเทศทั่วโลก รวมถึงสัมภาษณ์ผู้ประกอบการไทยที่มาร่วมงานด้วย จึงขอนำข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากทุกท่าน ดังนี้
  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง จัดงานเทศกาลอาหารและวัฒนธรรมไทย ณ นครฉางซา มณฑลหูหนาน (Thai Food and Culture Festival 2013, Changsha) ระหว่างวันที่ 9-12 พฤษภาคม 2556 ณ ห้างสรรพสินค้า ID Mall โดยได้รับความร่วมมือจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครหนานหนิง และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สาขานครคุนหมิง
  • ในบทความนี้ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (BIC) ขอพาท่านไปดูกันว่า การจะเปิดร้านอาหารไทยในจีนนั้น มีกฎระเบียบอะไรที่ต้องคำนึงถึง และมีขั้นตอนยากง่ายประการใด

สถานการณ์ในต่างประเทศ