ความคืบหน้าเส้นทางรถไฟสายแพนเอเชีย
จีนคิดจะลิ้งค์ภูมิภาคอาเซียน แผนนี้ขาดไทยไม่ได้

เส้นทางรถไฟสายยวี่ซี-เมิงจื้อ เป็นส่วนหนึ่งในยุทธศาสตร์ส่งเสริมการพัฒนาภาคตะวันตกของรัฐบาลจีนและยุทธศาสตร์หัวสะพานของมณฑลยูนนาน เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตทั้งทางด้านสังคมและเศรษฐกิจของมณฑลยูนนาน ขยายตลาดอาเซียน
เส้นทางรถไฟสายยวี่ซี-เมิงจื้อ มีความยาวทั้งสิ้น 141 กิโลเมตร ให้บริการใน 11 สถานี ด้วยความเร็วสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผ่านอุโมงค์ 35 แห่ง และสะพาน 61 แห่ง รวมความยาวช่วงอุโมงค์และสะพานเป็นระยะทาง 77.84 กิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 54.95 ของเส้นทางรถไฟสายยวี่ซี-เมิงจื้อ ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 4,500 ล้านหยวน โดยหลังจากนี้ กรมรถไฟคุนหมิงและผู้รับเหมาจะเร่งติดตั้งระบบต่างๆเพื่อให้สามารถให้บริการได้ภายในสิ้นปีนี้
บทความนี้ จะนำท่านไปรู้จักกับเส้นทางรถไฟแพนเอเชียทั้ง 3 สาย คือ สายตะวันออก สายกลาง และสายตะวันตก รวมถึงความคืบหน้าด้านการก่อสร้างของแต่ละเส้นทาง เพื่อเป้าหมายการเป็นสะพานเชื่อมภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนสู่อาเซียนและอันดามัน
ปิดท้ายด้วยโอกาสของไทยในฐานะของประเทศที่มีตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ยอดเยี่ยม ตั้งอยู่ศูนย์กลางของอาเซียน ว่าจะได้รับประโยชน์จากเส้นทางรถไฟแพนเอเชียทั้ง 3 สายนี้อย่างไรบ้าง

มณฑลยูนนาน ที่ตั้งและภูมิประเทศไม่ใช่อุปสรรค เมื่อไม่มีทางออก ก็ต้องสร้างขึ้นมาเอง

หนึ่ง เส้นทางรถไฟแพนเอเชียสายตะวันออก (เริ่มต้นที่นครคุนหมิง ผ่านเมืองยวี่ซี เมืองเมิ่งจื้อ และออกจากจีนที่ด่านเหอโข่ว เข้าเวียดนาม กัมพูชา ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์) ระยะทางรวม 5,500 กิโลเมตร เป็นระยะทางในจีน 491 กิโลเมตร โดยแบ่งการก่อสร้างออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่
(1) ช่วงคุนหมิง-ยวี่ซี (110 กิโลเมตร) เริ่มก่อสร้างปี 2552 คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2556 งบประมาณ 5,115 ล้านหยวน
(2) ช่วงยวี่ซี-เมิงจื้อ (141 กิโลเมตร) ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในสิ้นปี 2555
(3) ช่วงเมิงจื้อ-เหอโข่ว (168 กิโลเมตร) เริ่มก่อสร้างปี 2551 คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2556 งบประมาณ 6,930 ล้านหยวน
ข้อดีของเส้นทางรถไฟแพนเอเชียสายตะวันออกคือ มีเส้นทางรถไฟเดิมในส่วนของเวียดนามอยู่แล้ว จึงก่อสร้างเพิ่มเติมไม่มาก ซึ่งเมื่อการก่อสร้างเส้นทางรถไฟช่วงเมิงจื้อ-เหอโข่วแล้วเสร็จ จะส่งผลให้เส้นทางรถไฟสาย Sino-Vietnamese ที่เชื่อมโยงจีนกับเวียดนามเป็นเส้นทางรถไฟแพนเอเชียสายแรกที่เปิดใช้งาน
สอง เส้นทางรถไฟแพนเอเชียสายกลาง (เริ่มต้นที่นครคุนหมิง ผ่านเมืองยวี่ซี และออกจากจีนที่ด่านบ่อหาน เข้าลาว ต่อไปยังไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์) ระยะทางรวม 4,500 กิโลเมตร เป็นระยะทางในจีน 598 กิโลเมตร ประกอบด้วยเส้นทาง 2 ช่วง ได้แก่
(1) ช่วงคุนหมิง-ยวี่ซี รายละเอียดตาม หนึ่ง (1)
(2) ช่วงยวี่ซี-บ่อหาน (448 กิโลเมตร) เริ่มก่อสร้างปี 2553 คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2558 งบประมาณ 53,900 ล้านหยวน
สาม เส้นทางรถไฟแพนเอเชียสายตะวันตก (เริ่มต้นที่นครคุนหมิง เมืองต้าหลี่ เมืองเป่าซาน และออกจากจีนที่ด่านรุ่ยลี่ เข้าเมียนมาร์ เชื่อมต่อไปยังไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์) ระยะทางรวม 4,760 กิโลเมตร เป็นระยะทางในจีน 689 กิโลเมตร โดยแบ่งการก่อสร้างออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่
(1) ช่วงคุนหมิง-ต้าหลี่ (359 กิโลเมตร) ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว
(2) ช่วงต้าหลี่-เป่าซาน (134 กิโลเมตร) เริ่มก่อสร้างปี 2551 คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2557
(3) ช่วงเป่าซาน-รุ่ยลี่ (196 กิโลเมตร) เริ่มก่อสร้างปี 2554 คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2559 งบประมาณการก่อสร้างช่วงต้าหลี่-เป่าซาน และช่วงป่าซาน-รุ่ยลี่ รวม 14,700 ล้านหยวน
ข้อดีของเส้นทางรถไฟแพนเอเชียสายตะวันตกคือ ตลอดเส้นทางที่ผ่านเมียนมาร์ล้วนอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่รอคอยการบุกเบิกพัฒนา รวมถึงประโยชน์จากการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย ซึ่งตามแผนเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อย ทวายจะกลายเป็นศูนย์กลางการค้าเชื่อมมหาสมุทรอินเดีย ตะวันออกกลาง ยุโรปและแอฟริกา และมีขนาดใหญ่กว่าแหลมฉบังของไทยถึง 10 เท่า

โอกาสของไทย ด้วยทำเลที่ตั้งและปัจจัยพื้นฐานที่มี ผลประโยชน์มหาศาลที่ไม่มีวันหลุดมือ
กลุ่มประเทศอาเซียนได้มีปฏิญญาร่วมกันว่าจะรวมตัวกันเป็น “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” (ASEAN Economic Community: AEC) ภายในปี 2558 ซึ่งทำให้อาเซียน ภูมิภาคที่มีประชากร รวมกันกว่า 600 ล้านคน หรือคิดเป็น 10% ของประชากรทั้งโลก มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก โดยมี GDP รวมกันสูงถึงกว่า 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ โดยธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย หรือ ADB ได้ทำการศึกษาถึงแนวโน้มเศรษฐกิจของอาเซียนในปี 2030 พบว่า ในปีดังกล่าว GDP ของอาเซียนจะขยายเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว คือจะมี GDP อยู่ประมาณ 7-8 ล้านล้านเหรียญ ซึ่งจะทำให้อาเซียนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก
นอกจากจะเป็นศูนย์กลางทางการค้าที่ตลาดมีขนาดใหญ่แล้ว ทำเลที่ตั้งของอาเซียนยังอยู่ตรงกลางระหว่างมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก และที่เหนือกว่าสิ่งอื่นใดก็คือที่ตั้งของประเทศไทยซึ่งอยู่ใจกลางของกลุ่มอาเซียนพอดิบพอดี

ประเทศไทยมีความจำเป็นที่ต้องเตรียมตัวให้พร้อมในหลายด้าน เพื่อรองรับผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ยกตัวอย่างเช่น การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง เพื่อเชื่อมต่อกับแนวรถไฟแพนเอเชียทั้ง 3 สาย โดยเฉพาะเส้นทางรถไฟแพนเอเชียสายกลาง ที่ไทยจะต้องเร่งดำเนินการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพ-หนองคาย เพื่อให้เสร็จทันเชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟความเร็วสูงช่วงบ่อหาน-เวียงจันทน์ ซึ่งจะเริ่มลงมือก่อสร้างในปี 2556 ต่อไป
นอกจากการเร่งพัฒนาการเชื่อมโยงทางคมนาคมแล้ว การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ การผลิตทรัพยากรบุคคลที่มีความสามารถทั้งความรู้เฉพาะทางและภาษาต่างประเทศ ก็ล้วนมีความจำเป็นที่จะต้องเตรียมความพร้อมอย่างเร่งด่วน รวมถึงการศึกษาวิเคราะห์โอกาสและผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจและสังคมสำหรับพื้นที่และชุมชนของไทยที่เส้นทางดังกล่าวพาดผ่าน เพื่อให้ชุมชนและประชาชนไทยในพื้นที่ดังกล่าวได้รับผลประโยชน์จากการเชื่อมโยงทางคมนาคมอย่างเต็มที่
