ความคืบหน้าเส้นทางรถไฟสายแพนเอเชีย จีนคิดจะลิ้งค์ภูมิภาคอาเซียน แผนนี้ขาดไทยไม่ได้

ความคืบหน้าเส้นทางรถไฟสายแพนเอเชีย

จีนคิดจะลิ้งค์ภูมิภาคอาเซียน แผนนี้ขาดไทยไม่ได้

ปัจจุบันจีนเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำด้านเทคโนโลยีการขนส่งระบบราง ด้วยเครือข่ายรถไฟที่ยาวเป็นอันดับ 3 ของโลก และเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงใหญ่ที่สุดในโลก หนังสือพิมพ์ Yunnan Daily ประจำวันที่ 15 สิงหาคม 2555 รายงานว่า เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2555 เวลา 10:16 นาที การก่อสร้างเชื่อมต่อช่วงสุดท้ายของเส้นทางรถไฟแพนเอเชีย (The Pan-Asia Railway Network) สายตะวันออก ระหว่างเมืองยวี่ซีกับเมืองเมิ่งจื้อในมณฑลยูนนานได้รับการดำเนินการเสร็จสมบูรณ์แล้ว ส่งผลให้ภาคใต้ของมณฑลยูนนานสิ้นสุดยุคที่ไร้เส้นทางคมนาคมระบบรางเสียที

เส้นทางรถไฟสายยวี่ซี-เมิงจื้อ เป็นส่วนหนึ่งในยุทธศาสตร์ส่งเสริมการพัฒนาภาคตะวันตกของรัฐบาลจีนและยุทธศาสตร์หัวสะพานของมณฑลยูนนาน เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตทั้งทางด้านสังคมและเศรษฐกิจของมณฑลยูนนาน ขยายตลาดอาเซียน

เส้นทางรถไฟสายยวี่ซี-เมิงจื้อ มีความยาวทั้งสิ้น 141 กิโลเมตร ให้บริการใน 11 สถานี ด้วยความเร็วสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผ่านอุโมงค์ 35 แห่ง และสะพาน 61 แห่ง รวมความยาวช่วงอุโมงค์และสะพานเป็นระยะทาง 77.84 กิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 54.95 ของเส้นทางรถไฟสายยวี่ซี-เมิงจื้อ ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 4,500 ล้านหยวน โดยหลังจากนี้ กรมรถไฟคุนหมิงและผู้รับเหมาจะเร่งติดตั้งระบบต่างๆเพื่อให้สามารถให้บริการได้ภายในสิ้นปีนี้

บทความนี้ จะนำท่านไปรู้จักกับเส้นทางรถไฟแพนเอเชียทั้ง 3 สาย คือ สายตะวันออก สายกลาง และสายตะวันตก รวมถึงความคืบหน้าด้านการก่อสร้างของแต่ละเส้นทาง เพื่อเป้าหมายการเป็นสะพานเชื่อมภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนสู่อาเซียนและอันดามัน

ปิดท้ายด้วยโอกาสของไทยในฐานะของประเทศที่มีตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ยอดเยี่ยม ตั้งอยู่ศูนย์กลางของอาเซียน ว่าจะได้รับประโยชน์จากเส้นทางรถไฟแพนเอเชียทั้ง 3 สายนี้อย่างไรบ้าง

มณฑลยูนนาน ที่ตั้งและภูมิประเทศไม่ใช่อุปสรรค เมื่อไม่มีทางออก ก็ต้องสร้างขึ้นมาเอง

ยุทธศาสตร์เมืองหัวสะพาน (Bridgehead Strategy) หรือภาษาจีนเรียกว่า “เฉียวโถวเป่า” (桥头堡) มีจุดเริ่มต้นเมื่อครั้งที่ประธานาธิบดีหู จิ่นเทา ได้มีโอกาสเยี่ยมเยือนมณฑลยูนนาน ระหว่างวันที่ 25 – 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 สังเกตเห็นว่ามณฑลยูนนานมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่โดดเด่น มีอาณาเขตติดต่อกับ 3 ประเทศในกลุ่มอาเซียน ได้แก่ พม่า ลาวและเวียดนาม จึงควรอาศัยจุดเด่นดังกล่าวทำหน้าที่เสมือนเป็น “หัวสะพาน” ของภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เพื่อเชื่อมดินแดนจีนตอนในกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ เพื่อขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้าและการแสวงหาทางออกสู่ทะเล

เส้นทางรถไฟแพนเอเชีย เป็นหนึ่งในกุญแจดอกสำคัญที่จะผลักดันและกำหนดความสำเร็จของยุทธศาสตร์เมืองหัวสะพาน โดยประกอบด้วยเส้นทางรถไฟ 3 สาย ได้แก่ สายตะวันออก (จีน-เวียดนาม) สายกลาง (จีน-ลาว) และสายตะวันตก (จีน-เมียนมาร์) โดยมีข้อมูลพื้นฐานและความคืบหน้าด้านการก่อสร้าง ดังนี้

หนึ่ง เส้นทางรถไฟแพนเอเชียสายตะวันออก (เริ่มต้นที่นครคุนหมิง ผ่านเมืองยวี่ซี เมืองเมิ่งจื้อ และออกจากจีนที่ด่านเหอโข่ว เข้าเวียดนาม กัมพูชา ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์) ระยะทางรวม 5,500 กิโลเมตร เป็นระยะทางในจีน 491 กิโลเมตร โดยแบ่งการก่อสร้างออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่

(1) ช่วงคุนหมิง-ยวี่ซี (110 กิโลเมตร) เริ่มก่อสร้างปี 2552 คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2556 งบประมาณ 5,115 ล้านหยวน

(2) ช่วงยวี่ซี-เมิงจื้อ (141 กิโลเมตร) ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในสิ้นปี 2555

(3) ช่วงเมิงจื้อ-เหอโข่ว (168 กิโลเมตร) เริ่มก่อสร้างปี 2551 คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2556 งบประมาณ 6,930 ล้านหยวน

ข้อดีของเส้นทางรถไฟแพนเอเชียสายตะวันออกคือ มีเส้นทางรถไฟเดิมในส่วนของเวียดนามอยู่แล้ว จึงก่อสร้างเพิ่มเติมไม่มาก ซึ่งเมื่อการก่อสร้างเส้นทางรถไฟช่วงเมิงจื้อ-เหอโข่วแล้วเสร็จ จะส่งผลให้เส้นทางรถไฟสาย Sino-Vietnamese ที่เชื่อมโยงจีนกับเวียดนามเป็นเส้นทางรถไฟแพนเอเชียสายแรกที่เปิดใช้งาน

สอง เส้นทางรถไฟแพนเอเชียสายกลาง (เริ่มต้นที่นครคุนหมิง ผ่านเมืองยวี่ซี และออกจากจีนที่ด่านบ่อหาน เข้าลาว ต่อไปยังไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์) ระยะทางรวม 4,500 กิโลเมตร เป็นระยะทางในจีน 598 กิโลเมตร ประกอบด้วยเส้นทาง 2 ช่วง ได้แก่

(1) ช่วงคุนหมิง-ยวี่ซี รายละเอียดตาม หนึ่ง (1)

(2) ช่วงยวี่ซี-บ่อหาน (448 กิโลเมตร) เริ่มก่อสร้างปี 2553 คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2558 งบประมาณ 53,900 ล้านหยวน

ข้อดีคือ เป็นเส้นทางรถไฟสายแพนเอเชียที่สั้นที่สุด และเป็นประโยชน์สำหรับประเทศไทยในการขนส่งสินค้าไปสู่ประเทศจีนผ่านมณฑลยูนนานได้อย่างรวดเร็วและคราวละปริมาณมาก ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างไทยและยูนนานให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ในโอกาสที่ กสญฯคุนหมิง ได้พบหารือกับนาย Chen รองประธานสมาพันธ์เพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและส่งเสริมการค้าระหว่างมณฑลยูนนานกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ (Association for Economic Cooperation and Trade Promotion between Yunnan and Southeast Asia and South Asia: ECTPA) ในวันที่ 16 สิงหาคม 2555 นาย Chen ได้แจ้งว่า ได้รับทราบมาว่า แผนการก่อสร้างเส้นทางรถไฟช่วงบ่อหาน-เวียงจันทน์จะเริ่มต้นในปี 2556

สาม เส้นทางรถไฟแพนเอเชียสายตะวันตก (เริ่มต้นที่นครคุนหมิง เมืองต้าหลี่ เมืองเป่าซาน และออกจากจีนที่ด่านรุ่ยลี่ เข้าเมียนมาร์ เชื่อมต่อไปยังไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์) ระยะทางรวม 4,760 กิโลเมตร เป็นระยะทางในจีน 689 กิโลเมตร โดยแบ่งการก่อสร้างออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่

(1) ช่วงคุนหมิง-ต้าหลี่ (359 กิโลเมตร) ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว

(2) ช่วงต้าหลี่-เป่าซาน (134 กิโลเมตร) เริ่มก่อสร้างปี 2551 คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2557

(3) ช่วงเป่าซาน-รุ่ยลี่ (196 กิโลเมตร) เริ่มก่อสร้างปี 2554 คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2559 งบประมาณการก่อสร้างช่วงต้าหลี่-เป่าซาน และช่วงป่าซาน-รุ่ยลี่ รวม 14,700 ล้านหยวน

ข้อดีของเส้นทางรถไฟแพนเอเชียสายตะวันตกคือ ตลอดเส้นทางที่ผ่านเมียนมาร์ล้วนอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่รอคอยการบุกเบิกพัฒนา รวมถึงประโยชน์จากการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย ซึ่งตามแผนเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อย ทวายจะกลายเป็นศูนย์กลางการค้าเชื่อมมหาสมุทรอินเดีย ตะวันออกกลาง ยุโรปและแอฟริกา และมีขนาดใหญ่กว่าแหลมฉบังของไทยถึง 10 เท่า

โอกาสของไทย ด้วยทำเลที่ตั้งและปัจจัยพื้นฐานที่มี ผลประโยชน์มหาศาลที่ไม่มีวันหลุดมือ

กลุ่มประเทศอาเซียนได้มีปฏิญญาร่วมกันว่าจะรวมตัวกันเป็น “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” (ASEAN Economic Community: AEC) ภายในปี 2558 ซึ่งทำให้อาเซียน ภูมิภาคที่มีประชากร รวมกันกว่า 600 ล้านคน หรือคิดเป็น 10% ของประชากรทั้งโลก มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก โดยมี GDP รวมกันสูงถึงกว่า 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ โดยธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย หรือ ADB ได้ทำการศึกษาถึงแนวโน้มเศรษฐกิจของอาเซียนในปี 2030 พบว่า ในปีดังกล่าว GDP ของอาเซียนจะขยายเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว คือจะมี GDP อยู่ประมาณ 7-8 ล้านล้านเหรียญ ซึ่งจะทำให้อาเซียนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก

นอกจากจะเป็นศูนย์กลางทางการค้าที่ตลาดมีขนาดใหญ่แล้ว ทำเลที่ตั้งของอาเซียนยังอยู่ตรงกลางระหว่างมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก และที่เหนือกว่าสิ่งอื่นใดก็คือที่ตั้งของประเทศไทยซึ่งอยู่ใจกลางของกลุ่มอาเซียนพอดิบพอดี

ขณะนี้จะเห็นว่าถนนทุกสายที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมต่อ (Connectivity) ไหลรวมมาที่ประเทศไทยเป็นสำคัญ ไทยสามารถใช้โอกาสจากการที่เส้นทางรถไฟแพนเอเชียทั้ง 3 สายมาบรรจบกันที่กรุงเทพฯ เพื่อเน้นบทบาทการเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของภูมิภาค เป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจและขนส่งกระจายสินค้าเชื่อมเข้าสู่ประเทศอาเซียนอื่นๆ ไปจนถึงประเทศต่างๆนอกอาเซียนต่อไป ใช้ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ในการเป็นทางออกสู่ทะเลให้กับมณฑลยูนนาน ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งในการเน้นย้ำให้ประเทศจีนมองไทยเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่มีคุณค่า

ประเทศไทยมีความจำเป็นที่ต้องเตรียมตัวให้พร้อมในหลายด้าน เพื่อรองรับผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ยกตัวอย่างเช่น การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง เพื่อเชื่อมต่อกับแนวรถไฟแพนเอเชียทั้ง 3 สาย โดยเฉพาะเส้นทางรถไฟแพนเอเชียสายกลาง ที่ไทยจะต้องเร่งดำเนินการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพ-หนองคาย เพื่อให้เสร็จทันเชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟความเร็วสูงช่วงบ่อหาน-เวียงจันทน์ ซึ่งจะเริ่มลงมือก่อสร้างในปี 2556 ต่อไป

นอกจากการเร่งพัฒนาการเชื่อมโยงทางคมนาคมแล้ว การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ การผลิตทรัพยากรบุคคลที่มีความสามารถทั้งความรู้เฉพาะทางและภาษาต่างประเทศ ก็ล้วนมีความจำเป็นที่จะต้องเตรียมความพร้อมอย่างเร่งด่วน รวมถึงการศึกษาวิเคราะห์โอกาสและผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจและสังคมสำหรับพื้นที่และชุมชนของไทยที่เส้นทางดังกล่าวพาดผ่าน เพื่อให้ชุมชนและประชาชนไทยในพื้นที่ดังกล่าวได้รับผลประโยชน์จากการเชื่อมโยงทางคมนาคมอย่างเต็มที่

17 กันยายน 2555
โดย: นายโกสินทร์ บุณยวัฒโนภาส

Back to the list

More Related

  • ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการจัดแสดงสินค้านานาชาติที่สำคัญในภูมิภาคเอเชีย และยังเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีที่มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในภูมิภาคและของโลก โดยในแต่ละปี ฮ่องกงจะมีงานจัดแสดงสินค้าอัญมณีขนาดใหญ่ถึง 3 ครั้งในเดือนมีนาคม มิถุนายน และกันยายน
  • นักท่องเที่ยวที่นิยมท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นกลุ่มใหญ่ ตามด้วยไกด์ที่ถือธงสีแดงผ่านสถานที่ท่องเที่ยว และศูนย์การค้าต่างๆ ได้กลายเป็นภาพติดตาที่ทุกคนต่างเรียกว่า “กรุ๊ปทัวร์จีน”
  • เมื่อวันที่ 7-10 พ.ค. 2556 ฮ่องกงได้มีการจัดงานมหกรรมอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “HOFEX” ขึ้นที่ Hong Kong Convention and Exhibition Centre โดยงานดังกล่าวเป็นงานมหกรรมอาหารที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่มร่วมออกบูธจำนวนกว่า 1,900 ราย จาก 48 ประเทศทั่วโลก และสามารถดึงดูดผู้เที่ยวชมได้ถึง 35,000 ราย ในโอกาสดังกล่าว บีไอซีได้เดินทางไปเที่ยวชมงานและเที่ยวชิมอาหารจากนานาประเทศทั่วโลก รวมถึงสัมภาษณ์ผู้ประกอบการไทยที่มาร่วมงานด้วย จึงขอนำข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากทุกท่าน ดังนี้
  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง จัดงานเทศกาลอาหารและวัฒนธรรมไทย ณ นครฉางซา มณฑลหูหนาน (Thai Food and Culture Festival 2013, Changsha) ระหว่างวันที่ 9-12 พฤษภาคม 2556 ณ ห้างสรรพสินค้า ID Mall โดยได้รับความร่วมมือจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครหนานหนิง และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สาขานครคุนหมิง
  • ในบทความนี้ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (BIC) ขอพาท่านไปดูกันว่า การจะเปิดร้านอาหารไทยในจีนนั้น มีกฎระเบียบอะไรที่ต้องคำนึงถึง และมีขั้นตอนยากง่ายประการใด

สถานการณ์ในต่างประเทศ