SMEs ไทย กับโอกาสครั้งใหญ่ในคุนหมิง
SMEs ไทย กับโอกาสครั้งใหญ่ในคุนหมิง

มณฑลยูนนาน นอกจากจะมีความสำคัญในฐานะที่รัฐบาลจีนได้กำหนดให้เป็นประตูในการเปิดประเทศจีนออกไปสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้แล้วนั้น มณฑลยูนนานยังมีความสำคัญในฐานะที่เป็นช่องทางสำหรับผู้ประกอบการไทยทั้งรายใหญ่และ SMEs ในการบุกตลาดจีน โดยมีนครคุนหมิงเป็นศูนย์กลางหลัก

สถิติมูลค่าการค้าระหว่างประเทศไทยกับมณฑลยูนนาน มีทิศทางการเติบโตที่น่าสนใจยิ่ง โดยในปี 2553 มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับยูนนาน มีประมาณ 463 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 96.6 จากปีก่อนหน้า ต่อมาในปี 2554 มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับยูนนาน ได้เพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 58.9 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 738 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

แม้ประเทศไทยจะยังเสียดุลการค้าให้กับมณฑลยูนนานอยู่ก็ตาม แต่จากแนวโน้มของตัวเลขมูลค่าการนำเข้า-ส่งออกระหว่างกัน พบว่า ตัวเลขปริมาณการนำเข้าสินค้าจากไทยนั้น เติบโตเพิ่มขึ้นในระดับที่มีนัยยะสำคัญ เช่น ตัวเลขปริมาณการนำเข้าสินค้าจากไทย ในปี 2553 มีประมาณ 131 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 295.1 จากปี 2552 และ ต่อมาในปี 2554 การนำเข้าสินค้าจากไทย ได้เพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 157.7 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 336 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมีสัดส่วนระหว่างมูลค่าการนำเข้า-ส่งออก อยู่ที่ 45:55 ด้วยแนวโน้มการเติบโตในทิศทางนี้ คาดว่าประเทศไทยจะมีโอกาสได้เปรียบดุลการค้ามณฑลยูนนานได้ภายในระยะเวลาอันใกล้นี้

ทัพหน้าผู้ประกอบการไทย ในมณฑลยูนนาน

ปัจจุบันมีผู้ประกอบการไทยทั้งรายใหญ่และ SMEs จำนวนไม่น้อยที่มาลงทุนอยู่ในมณฑลยูนนาน อาทิ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย กลุ่มไทยเจริญคอร์ปอเรชั่นซึ่งลงทุนในกิจการสุราและอสังหาฯ บริษัท สหยูเนี่ยน จำกัดซึ่งลงทุนด้านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ การบินไทยซึ่งจะปรับเพิ่มเที่ยวบินกรุงเทพฯ-คุนหมิงเป็นบริการทุกวันรองรับการเปิดใช้สนามบินนานาชาติแห่งใหม่ของนครคุนหมิง เครือเจริญโภคภัณฑ์ซึ่งมีโรงงานผลิตอาหารสัตว์และกำลังจะลงทุนฟาร์มหมูครบวงจร หรือ SMEs ไทยที่มาประกอบกิจการร้านอาหารไทย ค้าส่งและปลีกผลิตภัณฑ์อาหารไทยแปรรูป สินค้าหัตถกรรมไทยต่างๆ เป็นต้น

กลุ่มผู้ประกอบการเหล่านี้ ถือได้ว่าเป็นทัพหน้าที่บุกมาปักธงแห่งความสำเร็จในการลงทุนในมณฑลยูนนาน ทั้งยังมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการทำธุรกิจในจีนอย่างลึกซึ้ง มีความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคชาวจีนเป็นอย่างดี ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ประกอบการไทยรายใหม่ๆที่สนใจจะเข้ามาลงทุนทำธุรกิจในมณฑลยูนนาน

Ashima ลงทุน Power Unity บริหาร: โครงการ Thai Town คุนหมิง เพื่อ SMEs ไทย

"ผมมีความผูกพันกับประเทศไทย และมีความรับผิดชอบบางอย่าง เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการชาวไทย โดยเฉพาะ SMEs ไทยให้ไปเปิดตลาดในประเทศจีนให้ได้ ภายใต้โครงการ Thai Town ที่จะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้นี้ โดยจะใช้เป็นรูปแบบหรือโมเดลในการขยายธุรกิจของกลุ่ม Ashima ต่อไปในอนาคต" นายต่ง หงฉี ประธานกลุ่ม Ashima กล่าวเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2555 ภายหลังพิธีลงนามเซ็นสัญญาโครงการ Thai Town นครคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน กับบริษัท เพาว์เวอร์ ยูนิตี้ จำกัด

ก่อนหน้านี้กลุ่ม Ashima มีแผนการลงทุนในประเทศไทย ได้แก่ โครงการไชน่าซิตี้คอมเพล็กซ์ หรือศูนย์แสดงสินค้านานาชาติไทย-จีน ซึ่งจะศูนย์ค้าส่งสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน บนถนนบางนา-ตราด ด้วยงบลงทุนสูงถึง 45,000 ล้านบาท แต่ล่าสุดยังติดขัดปัญหาและอุปสรรคทั้งด้านกฎหมายและที่ดิน ทำให้ต้องชะลอแผนการลงทุนไว้ก่อน อย่างไรก็ตามทางกลุ่ม Ashima ยังมีความพร้อมที่จะลงทุนในไทย โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาและหาสถานที่ใหม่ ที่มีศักยภาพและความเหมาะสม คาดว่าโครงการดังกล่าวจะเกิดขึ้นในไทยได้อย่างแน่นอน

ล่าสุดกลุ่ม Ashima ได้ร่วมมือกับ บริษัท เพาว์เวอร์ ยูนิตี้ จำกัด จัดทำโครงการ Thai Town ที่จะเป็นศูนย์ค้าปลีกค้าส่งสินค้าไทยแห่งแรกในนครคุนหมิง มณฑลยูนนาน มูลค่า 1,500 ล้านบาท โดยจะนำสินค้าจากไทยเข้าไปจำหน่ายในจีน โดยเฉพาะสินค้าโอท็อป งานฝีมือของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย อาทิ งานหัตถกรรมต่างๆ เช่น ผ้าทอ เครื่องแกะสลัก เครื่องปั้น อัญมณี ทั้งไพลิน และพลอยที่เป็นที่ขึ้นชื่อของไทย รวมถึงร้านอาหารไทยชื่อดัง

โครงการ Thai Town ตั้งอยู่ในโครงการอินเตอร์เนชั่นแนล จิวเวลรี ซิตี้ ออฟ คุนหมิง บนพื้นที่เช่า 11,000 หมื่นตารางเมตร และพื้นที่บริเวณรอบๆ 5,000 ตารางเมตร เบื้องต้นตั้งเป้าว่าจะมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยเข้าร่วมกว่า 50 ราย และเพิ่มเป็น 100 รายภายใน 6 เดือนหลังจากวันเปิด และเชื่อว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดในโครงการนี้ปีละ 1,000 ล้านบาท

จุดแข่งของคุนหมิง ทำเลที่ตั้งและการสนับสนุนจากภาครัฐ

สาเหตุที่กลุ่ม Ashima และ บริษัท เพาว์เวอร์ ยูนิตี้ จำกัด เลือกที่จะลงทุนโครงการนี้ในคุนหมิงนั้น เป็นเพราะว่านครที่เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษอันดับ 8 ของจีนแห่งนี้ ได้มีการเปิดใช้เส้นทางเชื่อมต่อไทย-จีน ระยะทาง 1,987 กิโลเมตร (R3A) ซึ่งช่วยลดระยะเวลาขนส่งสินค้าลงได้มาก และเมื่อสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 (เชียงของ-ห้วยทราย) แล้วเสร็จประมาณกลางปี 2556 ก็จะส่งผลให้สามารถใช้เส้นทาง R3A ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

อีกทั้งโครงการเส้นทางรถไฟความเร็วสูง (แพนเอเชีย) ทั้ง 3 เส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นสายตะวันตก (คุนหมิง-พม่า-ไทย-สิงคโปร์) สายกลาง (คุนหมิง-ลาว-ไทย-สิงคโปร์) และสายตะวันออก (คุนหมิง-เวียดนาม-กัมพูชา-ไทย-สิงคโปร์) ซึ่งอยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการก่อสร้างและคาดว่าจะแล้วเสร็จได้ภายในปี 2558 ทุกเส้นทางล้วนต้องตัดผ่านประเทศไทยทั้งสิ้น ทำให้ไทยมีข้อได้เปรียบกว่าประเทศอื่นๆในกลุ่มอาเซียนในการติดต่อค้าขายกับมณฑลยูนนานของจีน

ตัวโครงการและเขตจิงไค ถูกเชื่อมต่อกับตัวเมืองเก่าคุนหมิงด้วยเส้นทางถนนตัดตรง และในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าจากตัวเมืองเก่าคุนหมิงให้บริการผ่านหน้าโครงการ Thai Town ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการช่วยเสริมศักยภาพของโครงการให้แข็งแกร่งมากขึ้นอีกด้วย

นอกเนื่องจากเหตุผลดังกล่าวข้างต้นแล้ว โครงการนี้ยังได้รับประโยชน์จากนโยบายด้านภาษีจากภาครัฐด้วย จากการเปิดเผยของคุณพิไลวรงค์ ไพบูลย์สวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Power Unity จำกัด ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและพบหารือกับข้าราชการสถานกงสุลไทย และสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครคุนหมิง เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2555 ว่า ในพิธีลงนามเซ็นสัญญาโครงการฯ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2555 ที่กรุงเทพมหานครนั้น นายถานเสียงสวิน รองประธานคณะกรรมการบริหารเขตจิงไค นครคุนหมิง และนายลวี่จง หัวหน้าสำนักงานส่งเสริมการลงทุนที่ 2 ประจำคณะกรรมการบริหารเขตจิงไค นครคุนหมิง ซึ่งได้ร่วมเป็นสักขียพยานในพิธีลงนามเซ็นสัญญาโครงการฯด้วย ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า โครงการ Thai Town ตั้งอยู่ในเขตจิงไคทางตอนใต้ของนครคุนหมิง ซึ่งเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ของนครคุนหมิง ผู้ประกอบการที่มีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 1 ล้านหยวน จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงถึงร้อยละ 50

Thai Town ครบครันความเป็นไทย ใจกลางเขตเศรษฐกิจใหม่แห่งนครคุนหมิง

โครงการตั้งอยู่ในอาคารสูง 10 ชั้น ซึ่งได้ถูกออกแบบและจัดแบ่งพื้นที่ใช้สอยอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้เกิดเป็นเมืองไทยย่อมๆในนครคุนหมิง ตั้งแต่พื้นที่ภายนอกอาคารที่จะร่วมมือกับเบียร์ช้างจัดเป็นลานเบียร์ ชั้นที่ 1 ซึ่งเป็นห้องประชุมและห้างสรรพสินค้าจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคนานาชนิดจากประเทศไทย ชั้นที่ 2-3 เป็นพื้นที่จัดจำหน่ายสินค้าหัตถกรรมและโอทอป โดยได้รับความร่วมมือกับศูนย์หัตถกรรมบ้านถวาย ชั้นที่ 4 จัดเป็นพื้นที่แสดงอัญมณีมีชื่อจากประเทศไทย ชั้นที่ 5 เป็นศูนย์อาหารไทย ซึ่งเป็นร้านอาหารไทยที่ได้รับการรับรอง Thai Select จากกระทรวงพาณิชย์ ชั้นที่ 6 เป็นภัตตาคารอาหารไทยระดับ 5 ดาว บริหารโดย Silom Village ชั้นที่ 7-9 จัดสรรไว้สำหรับหน่วยงานของรัฐและสถาบันการศึกษาไทย ในการจัดกิจกรรมเผยแพร่ชื่อเสียงประเทศไทยและกิจกรรมอบรมสัมมนาต่างๆ ชั้นที่ 10 ซึ่งกลุ่ม Ashima ได้เจาะจงมาเลยว่า ต้องการให้จัดสรรไว้เป็นพื้นที่ให้บริหาร Spa ไทยโดยเฉพาะ

Landmark ของโครงการ Thai Town คือองค์เทวรูปพระพรหม รายล้อมไปด้วยเสาหงส์รูปแบบเดียวกับถนนอักษะ ผสานกับเทคโนโลยีจอภาพ LED ที่จะติดตั้งภายนอกอาคารของโครงการ Thai Town ลักษณะเดียวกับ Time Square เพื่อใช้ในการนำเสนอสื่อผสมเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย เกิดเป็นศูนย์กลางการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมไทยแห่งใหม่ของนครคุนหมิง

ด้านนายทฤษฎี สิทธิประเสริฐ รองประธานกลุ่ม Power Unity เปิดเผยว่า ขณะนี้ความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารแล้วกว่า 90% เริ่มการตกแต่งภายในเมื่อต้นเดือนตุลาคม คาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการในระยะแรกได้ประมาณเดือนพฤศจิกายน และจะเปิดบริการอย่างเต็มรูปแบบในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2556 โดยจะจัดพิธีเปิดในลักษณะงานมหาสงกรานต์ เพื่อสร้างการรับรู้และโปรโมทในกลุ่มเป้าหมาย ทั้งนักธุรกิจชาวจีน ผู้ประกอบการชาวไทย และประชาชนชาวคุนหมิง

ในชั้นต้น โครงการ Thai Town ณ นครคุนหมิง ได้วางแผนลงทุนในระยะแรกไว้ที่ 5 ปี หากโครงการฯประสบความสำเร็จ ก็จะขยายระยะเวลาโครงการออกไปอีก และยึดเป็นต้นแบบเพื่อขยายโครงการ Thai Town ไปยังเมืองหยางโจว มณฑลเจียงซู และเมืองเสิ่นเจิ้น มณฑลกว่างตง เพื่อส่งเสริมสินค้าไทย และดึงนักท่องเที่ยวจีนไปเที่ยวประเทศไทยได้มากขึ้น

โอกาสมาถึงแล้ว ผู้ประกอบการไทยต้องเตรียมตัวให้พร้อม

ขณะนี้ บริษัท เพาว์เวอร์ ยูนิตี้ จำกัด ในฐานะหุ้นส่วนและทีมบริหารโครงการ Thai Town อยู่ในระหว่างการติดต่อและคัดเลือกผู้ประกอบการไทยที่จะเข้ามาลงทุนในโครงการ Thai Town โดยปลายเดือนตุลาคมนี้ จะมีการลงนามความร่วมมือร่วมกับศูนย์หัตถกรรมบ้านถวาย ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อที่จะเข้ามาเป็นผู้ประกอบการหลักในพื้นที่จัดจำหน่ายสินค้าหัตถกรรมและโอทอป บริเวณชั้น 2-3 ของโครงการ

ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการตั้งแต่ต้นนั้น ทางโครงการจะพิจารณาเก็บค่าเช่าพื้นที่เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น จากราคาเต็มเดือนละ 3,000 บาทต่อตารางเมตร อีกทั้งจะไม่ปรับราคาค่าเช่าพื้นที่ตลอดระยะเวลา 3 ปีเต็ม

นอกจากนี้ คุณต่ง หงฉี ประธานกลุ่ม Ashima ยังได้จัดเตรียมการอำนวยความสะดวกอีกหลายประการสำหรับผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะ อาทิ ทีมงานขายมืออาชีพ 300 คน ที่จะกระจายไปทั่วทั้งประเทศจีน เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการและนำเสนอสินค้าของผู้ประกอบการไทย ทั้งเมื่อผู้ประกอบการไทยได้รับคำสั่งซื้อจำนวนมากจากลูกค้าชาวจีน คุณต่ง หงฉี ก็จะดำเนินการเปิด L/C ให้ก่อน เพื่อให้ผู้ประกอบการรายนั้นมีเงินทุนสำหรับการผลิตสินค้า และหากโครงการ Thai Town คุนหมิง ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ผู้ประกอบการเหล่านี้ก็สามารถเข้าร่วมโครงการ Thai Town เมืองหยางโจว มณฑลเจียงซู และเมืองเสิ่นเจิ้น มณฑลกว่างตง ซึ่งอยู่ในแผนการขยายโครงการต่อไปได้อีกด้วย

เหนือสิ่งอื่นใด คุณภาพและเอกลักษณ์ของสินค้า คือ ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จมากที่สุดสำหรับผู้ประกอบการทุกราย ซึ่งผู้ประกอบการจำเป็นจะต้องสร้างขึ้นมาเอง เมื่อนำมาผนวกกับโอกาสและเงื่อนไขที่เอื้ออำนวย ความหวังที่จะผลักดันให้โครงการ Thai Town เป็นศูนย์กลางการค้าส่งสินค้าไทยในนครคุนหมิง ต่อยอดให้นครคุนหมิงเป็นศูนย์กลางในการกระจายสินค้าไทยไปยังมณฑลใกล้เคียง ก็คงเป็นจริงได้ไม่ยากอย่างแน่นอน

2 พฤศจิกายน 2555
แหล่งข้อมูล: โครงการ Thai Town(12/10/2012)
โดย: นายโกสินทร์ บุณยวัฒโนภาส

Back to the list

More Related

  • ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการจัดแสดงสินค้านานาชาติที่สำคัญในภูมิภาคเอเชีย และยังเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีที่มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในภูมิภาคและของโลก โดยในแต่ละปี ฮ่องกงจะมีงานจัดแสดงสินค้าอัญมณีขนาดใหญ่ถึง 3 ครั้งในเดือนมีนาคม มิถุนายน และกันยายน
  • นักท่องเที่ยวที่นิยมท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นกลุ่มใหญ่ ตามด้วยไกด์ที่ถือธงสีแดงผ่านสถานที่ท่องเที่ยว และศูนย์การค้าต่างๆ ได้กลายเป็นภาพติดตาที่ทุกคนต่างเรียกว่า “กรุ๊ปทัวร์จีน”
  • เมื่อวันที่ 7-10 พ.ค. 2556 ฮ่องกงได้มีการจัดงานมหกรรมอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “HOFEX” ขึ้นที่ Hong Kong Convention and Exhibition Centre โดยงานดังกล่าวเป็นงานมหกรรมอาหารที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่มร่วมออกบูธจำนวนกว่า 1,900 ราย จาก 48 ประเทศทั่วโลก และสามารถดึงดูดผู้เที่ยวชมได้ถึง 35,000 ราย ในโอกาสดังกล่าว บีไอซีได้เดินทางไปเที่ยวชมงานและเที่ยวชิมอาหารจากนานาประเทศทั่วโลก รวมถึงสัมภาษณ์ผู้ประกอบการไทยที่มาร่วมงานด้วย จึงขอนำข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากทุกท่าน ดังนี้
  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง จัดงานเทศกาลอาหารและวัฒนธรรมไทย ณ นครฉางซา มณฑลหูหนาน (Thai Food and Culture Festival 2013, Changsha) ระหว่างวันที่ 9-12 พฤษภาคม 2556 ณ ห้างสรรพสินค้า ID Mall โดยได้รับความร่วมมือจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครหนานหนิง และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สาขานครคุนหมิง
  • ในบทความนี้ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (BIC) ขอพาท่านไปดูกันว่า การจะเปิดร้านอาหารไทยในจีนนั้น มีกฎระเบียบอะไรที่ต้องคำนึงถึง และมีขั้นตอนยากง่ายประการใด

สถานการณ์ในต่างประเทศ