

ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion-GMS) ได้ครบรอบ 20 ปีของการก่อตั้งความร่วมมือไปเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2555 และมีการจัดงานฉลองที่สำนักงานใหญ่ธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์
ความร่วมมือจากประเทศสมาชิก GMS ทั้ง 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย ลาว พม่า เวียดนาม กัมพูชา และจีน ภายใต้การสนับสนุนอย่างเต็มที่จากธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย ได้นำความก้าวหน้าและประโยชน์มากมายมาสู่ภูมิภาค เพื่อเป้าหมายที่สำคัญร่วมกันคือ การส่งเสริมการขยายตัวทางเศราฐกิจ ความเท่าเทียมกัน และความมั่นคงในภูมิภาค
มณฑลยูนนาน มณฑลต้นกำเนิดของแม่น้ำโขง-แม่น้ำล้านช้า ในฐานะพื้นที่หลักของจีนที่มีบทบาทความร่วมมือกับ GMS ในด้านต่างๆ มาโดยตลอด 20 ปี ก็ได้จัดงานฉลองครบรอบ 20 ปี ความร่วมมือของมณฑลยูนนานกับ GMS ที่โรงแรมเจิ้นจวง นครคุนหมิง เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2555 โดยมีผู้บริหารระดับสูงของมณฑลยูนนาน กงสุลใหญ่ และรองกงสุลใหญ่ประเทศสมาชิก GMS ประจำนครคุนหมิง ให้เกียรติมาเป็นสักขีพยานและร่วมฉลองให้กับความสำเร็จตลอด 20 ปีของมณฑลยูนนานกับ GMS อย่างคับคั่ง
บทความนี้ บีไอซี (คุนหมิง) จะนำท่านผู้อ่านย้อนไปดูว่า ใน 2 ทศวรรษที่ผ่านมา การพัฒนาทั้ง 8 ด้าน ที่มณฑลยูนนานได้ร่วมมือกับประเทศสมาชิก GMS ดำเนินการไปแล้วนั้น ประกอบด้วยด้านใดบ้าง และในอนาคตอีก 10 ปี มณฑลยูนนานมีแนวทางพัฒนาภายใต้กรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาของ GMS ฉบับใหม่ (ปี 2012-2022) ในทิศทางใด เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยใช้ประโยชน์ประกอบการพิจารณาตัดสินใจลงทุนหรือทำธุรกิจในมณฑลยูนนาน ต่อไป
“1992 - 2012” 20 ปีแห่งความสำเร็จ “ความร่วมมือระหว่างมณฑลยูนนานกับ GMS”
1. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมเชื่อมโยงประเทศสมาชิก GMS
มณฑลยูนนานให้ความสำคัญอย่างสูงต่อการพัฒนาโครงสร้างด้านการคมนาคมเพื่อเชื่อมโยงรประเทศสมาชิก GMS เข้าด้วยกัน ผลสำเร็จจากความทุ่มเทตลอดมากกว่าสิบปี ทั้งถนน Highway และเส้นทางรถไฟแพนเอเชียสายตะวันออก สายกลาง และสายตะวันตก รวมไปถึงการคมนาคมทางอากาศและการคมนาคมทางน้ำ
ถนน Highway 3 เส้นทาง จากคุนหมิงสู่เมียนมาร์ ลาว และเวียดนาม ในเขตมณฑลยูนนานได้ก่อสร้างเสร็จสิ้นและเปิดใช้งานแล้ว โดยเฉพาะเส้นทางหลวงคุนหมิง-กรุงเทพฯ ก็ได้เปิดใช้อย่างเป็นทางการแล้ว นอกจากนี้ ยังได้เปิดใช้เส้นทางขนส่งสินค้านานาชาติระหว่างจีนกับเวียดนาม และจีนกับลาว รวม 16 เส้นทาง นำมาซึ่งความสะดวกในการขนถ่ายสินค้าระหว่างประเทศสมาชิก GMS

เส้นทางรถไฟนานาชาติแพนเอเชีย 3 เส้นทาง ซึ่งกำลังเร่งดำเนินการก่อสร้างในส่วนพื้นที่มณฑลยูนนานอย่างเต็มที่ โดยสายตะวันออกจากคุนหมิงสู่ฮานอยคาดการณ์ว่าจะเปิดใช้ได้ภายในปี 2013 สายกลางจากยวี่ซีไปยังด่านบ่อหาน ได้รับการบรรจุเข้าสู่แผนระยะกลางและระยะยาวการพัฒนาเส้นทางรถไฟของรัฐบาลกลาง โดยฝ่ายจีนจะพัฒนาโครงสร้างไปพร้อมๆ กับประเทศลาว สายตะวันตกจากต้าหลี่ไปยังเป่าซาน จะเปิดใช้งานได้ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2014 เส้นทางจากเป่าซานไปยังด่านรุ่ยลี่เริ่มดำเนินการก่อสร้างไปเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2011 คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2018
เส้นทางการขนส่งนานาชาติแม่น้ำโขง-แม่น้ำล้านช้าง จากช่วงการทดลองเดินเรือ เพิ่มขนาดเรือจากที่มีน้ำหนักไม่เกิน 60 ตัน เพิ่มเป็น 200-300 ตัน ขยายระยะเวลาเดินเรือจากปีละ 6 เดือนเป็นสามารถเดินเรือได้ทั้งปี และเพิ่มปริมาณการขนส่งสินค้า 500 ตัน เป็น 500,000 ตัน
มณฑลยูนนานมีระบบการคมนาคมทางอากาศที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบ นอกเหนือจากเส้นทางบินภายในประเทศที่คับคั่งแล้ว ยังมีเส้นทางบินระหว่างประเทศจากนครคุนหมิงและเมืองจิ่งหง ไปยังกรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ฮานอย โฮจิมินห์ ย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ เวียงจันทน์ หลวงพระบาง พนมเบญ เสียมราฐ
มณฑลยูนนานมีด่านระดับชาติ 13 แห่งและด่านระดับมณฑล 7 แห่ง ซึ่งได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านโครงสร้างและระบบการอำนวยความสะดวก
ท่อส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติระหว่างจีน-เมียนมาร์ ซึ่งเริ่มก่อสร้างไปแล้วเมื่อเดือนมิถุนายน 2010 โดยท่อส่งน้ำมันรองรับการขนส่งได้ปีละ 22 ล้านตัน ท่อส่งก๊าซธรรมชาติรองรับการขนส่งได้ปีละ 1.2 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร
การวางโครงข่ายสายเคเบิลตามเส้นทาง Highway ไปยังประเทศสมาชิก GMS โดยได้เริ่มต้นการลงทุนในกิจการโทรคมนาคมในประเทศลาว ซึ่งรับผิดชอบโดยบริษัท China Telecom แผนกกิจการระหว่างประเทศ สาขาคุนหมิง
2. ความร่วมมือด้านพลังงาน การซื้อขายไฟฟ้า
จาก “ข้อตกลงว่าด้วยการซื้อขายไฟฟ้า” ของความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง นั้น มณฑลยูนนานได้ใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำที่มีอย่างอุดมสมบูรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ ผลักดันความร่วมมือ การซื้อขายไฟฟ้า การก่อสร้างโรงไฟฟ้า กับประเทศเวียดนาม ลาว เมียนมาร์ และไทย ดังนี้

2.1 ส่งไฟฟ้าไปยัง 7 จังหวัดในภาคเหนือของเวียดนาม ผ่านสายไฟฟ้าแรงสูง 110 กิโลโวลต์และ 220 กิโลโวลต์ จำนวน 6 เส้น ขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการเชื่อมต่อสายไฟฟ้าแรงสูง 500 กิโลโวลต์ไปยังเวียดนาม
2.2 ส่งไฟฟ้าไปยัง 3 จังหวัดในภาคเหนือของลาว ผ่านสายไฟฟ้าแรงสูง 35 กิโลโวลต์และ 115 กิโลโวลต์ จำนวน 2 เส้น
2.3 ซื้อไฟฟ้าจากสถานีไฟฟ้าพลังน้ำแม่น้ำรุ่ยลี่และสถานีไฟฟ้าพลังน้ำแม่น้ำไท่ผิง เมียนมาร์ ผ่านสาย ไฟฟ้าแรงสูง 220 กิโลโวลต์
2.4 ลงนามใน MOU กับประเทศไทย ในการให้ Yunnan Power Grid ส่งไฟฟ้า 1,500,000 กิโลวัตต์ ไปยัง ประเทศไทย ในปัจจุบันทั้งสองฝ่ายได้เร่งผลักดันการดำเนินงานในส่วนที่รับผิดชอบ
3. การลงทุนและการค้า
นับตั้งแต่ปี 1992 ปริมาณการค้าระหว่างยูนนานกับประเทศสมาชิก GMS ได้เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูง โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2002 เป็นต้นมา ก็ยังคงรักษาทิศทางการเติบโตอย่างรวดเร็วนี้ไว้ได้ต่อเนื่อง ในปี 2011 ปริมาณการค้าระหว่างยูนนานกับ 5 ประเทศสมาชิก GMS สูงถึง 4.3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ สูงกว่าปี 2010 ร้อยละ 27 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 27 ของการค้าระหว่างประเทศทั้งหมดของมณฑลยูนนาน เติบโตขึ้นจากปี 1992 ถึง 11.8 เท่า โดยมีค่าเฉลี่ยอัตราการเติบโตมากกว่าร้อยละ 14 ต่อปี
ตั้งแต่ปี 2002 จีนผลักดันการใช้ยุทธศาสตร์ “เดินออกไป” ส่งผลให้ธุรกิจยูนนานที่ไปลงทุนใน 5 ประเทศสมาชิก GMS มีจำนวนมากขึ้น จนกระทั่งเดือนธันวาคม ปี 2011 มียอดการลงทุนทั้งสิ้น 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในภาคการพัฒนาทรัพยากรแหล่งน้ำ การเกษตร และทรัพยากรแร่ เป็นต้น ในขณะเดียวกัน มณฑลยูนนานก็เป็นแหล่งลงทุนของธุรกิจจาก 5 ประเทศสมาชิก GMS เช่นกัน จนกระทั่งสิ้นปี 2011 มีธุรกิจจาก 5 ประเทศสมาชิก GMS ลงทุนในมณฑลยูนนานจำนวน 348 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 1.62 ร้อยล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในภาคการผลิต การเกษตร พลังงานไฟฟ้า อสังหาฯ และร้านอาหาร เป็นต้น
4. ความร่วมมือด้านการเกษตรและการท่องเที่ยว
การร่วมมือด้านวนเกษตร: มณฑลยูนนานได้มีการทดลองเพาะปลูกข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์ในเมียนมาร์ ลาว และเวียดนาม ก่อตั้งศูนย์ฝึกอบรมด้านไม้ดอกและพืชผักในย่างกุ้ง แปลงทดลองทางการเกษตรในประเทศต่างๆ เช่นเมียนมาร์ อุดมไซของลาว และเสียมราฐของกัมพูชา เป็นต้น ได้รับงบประมาณจากกระทรวงเกษตรของจีนในการดำเนินโครงการอบรมเทคโนโลยีตรวจสอบโรคในสัตว์ร่วมกับลาว และเมียนมาร์ ร่วมติดตั้งระบบเครือข่ายป้องกันไฟป่าในพื้นที่ชายแดนจีนกับเมียนมาร์ และลาว

ทั้งมณฑลยูนนานมีผู้ประกอบการประมาณ 200 ราย ไปลงทุนด้านการเกษตรในภาคเหนือของเมียนมาร์ และลาว อาทิ การปลูกพืชทดแทนในพื้นที่ซึ่งเดิมเป็นที่ปลูกฝิ่น การปลูกยางพารา อ้อย ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง และผลไม้เมืองร้อน รวมมีเนื้อที่กว่า 3 ล้านหมู่ (กว่า 1.25 ล้านไร่) คิดเป็นมูลค่าการลงทุน 1.6 พันล้านหยวน รวมทั้งอุตสาหกรรมการแปรรูปที่เกี่ยวข้องก็ได้รับการส่งเสริมด้วย
การร่วมมือด้านการท่องเที่ยว: มณฑลยูนนานได้มีการกระชับความสัมพันธ์และการแลกเปลี่ยนกับหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของประเทศสมาชิก GMS มาอย่างต่อเนื่อง โดยได้ลงนามในสัญญาและ MOU ด้านการท่องเที่ยวกับเวียดนาม และลาว จำนวน 14 ฉบับ และยังได้ส่งเสริมงการท่องเที่ยวภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ “เส้นทางการท่องเที่ยวนานาชาติสี่เหลี่ยมทองคำ” และ “เส้นทางการท่องเที่ยวนานาชาติแชงกรีล่า-เถิงชง-มิจินา(พม่า)” อีกทั้งรัฐบาลกลางจีนยังได้อนุมัติให้เปิดเส้นทางการท่องเที่ยวนานาชาติแม่น้ำโขง-แม่น้ำล้านช้าง จากต้นทางสิบสองปันนาไปยังหลวงพระบาง ทั้งหมดนี้ส่งผลให้มณฑลยูนนานเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวระหว่างจีนสู่ประเทศสมาชิก GMS

5. ความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม
ช่วงบนของแม่น้ำโขงอยู่ในเขตพื้นที่ของมณฑลยูนนาน เพราะฉะนั้นการรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติที่ดีของมณฑลยูนนาน ย่อมจะส่งผลดีต่อประเทศที่อยู่ทางตอนล่างของแม่น้ำโขงด้วย มณฑลยูนนานมีความตั้งใจในการเข้าร่วมในกรอบยุทธศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมของ GMS โดยได้ดำเนินโครงการคุ้มครองป่าธรรมชาติครอบคลุมพื้นที่แม่น้ำโขง-แม่น้ำล้านช้าง แม่น้ำนู่เจียง และแม่น้ำหงเหอ โครงการเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ในเขตลุ่มแม่น้ำดังกล่าว ดำเนินโครงการกระตุ้นจิตสำนึกการปกป้องธรรมชาติ “สีสันแห่งยูนนาน” ดำเนินโครงการระเบียงความหลากหลายทางชีวภาพในลุ่มน้ำโขงในเขตแชงกรีล่า และสิบสองปันนาที่แม่น้ำล้านช้างไหลผ่าน
6. การร่วมมือด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคล
มณฑลยูนนานสนับสนุนงบประมาณพัฒนาทรัพยากรบุคคลในด้านต่างๆ ให้แก่เวียดนาม ลาว กัมพูชา และเมียนมาร์ มณฑลยูนนานได้ดำเนินการคัดเลือกบุคลากรไปเข้าร่วมการฝึกอบรมของโครงการพนมเปญศึกษา และสถาบันแม่น้ำโขงเป็นประจำทุกปี และมีนักศึกษาจากประเทศสมาชิก GMS จำนวนกว่า 8,000 คนมาศึกษาที่มณฑลยูนนานภายใต้ทุนการศึกษาจากรัฐบาลมณฑลยูนนาน
อีกทั้งสถาบันอุดมศึกษาของมณฑลยูนนานยังมีความร่วมมือทางวิชาการกับสถานบันอุดมศึกษาของ 5 ประเทศสมาชิก GMS รวมไปถึงการก่อตั้งสถาบันขงจื้อเพื่อพัฒนาภาษาจีนให้แก่บุคลากรของประเทศสมาชิก GMS ด้วย
7. ความร่วมมือด้านสาธารณสุข
มณฑลยูนนานได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากเมียนมาร์ ลาว และเวียดนาม ในการดำเนินการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคติดต่อตามแนวชายแดนจีนกับประเทศสมาชิก GMS โดยมีการขยายพื้นที่เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องให้มีความครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน และฝึกอบรมให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ
8. ความร่วมมือด้านการปราบปรามยาเสพติด

มณฑลยูนนานมีการลงนามในข้อตกลงด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกับประเทศสมาชิก GMS ทั้งในระดับรัฐบาลและระดับหน่วยงาน โดยความร่วมมือทุกด้านล้วนมีความเข้มแข็งมากขึ้น เช่น การร่วมกันจับกุมการขนย้ายยาเสพติด การฝึกอบรมตำรวจต่อต้านยาเสพติด และการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร เป็นต้น มีการสนธิกำลังจับกุมอาชญากรข้ามชาติ เพื่อรักษาความสงบในพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะในปี 2011 ได้มีการเริ่มต้นการลาดตะเวนในแม่น้ำโขงร่วมกันระหว่างตำรวจของจีน ลาว เมียนมาร์ และไทย
....ในโอกาสต่อไป เราจะไปดูกันว่า ในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้า มณฑลยูนนานจะมีแนวทางพัฒนาภายใต้กรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาของ GMS ฉบับใหม่ (ปี 2012-2022) ในทิศทางใด....
