รายงานสถานการณ์ตลาดน้ำตาลจีน (มกราคม 2556)
รายงานสถานการณ์ตลาดน้ำตาลจีน (มกราคม 2556)

ภาพรวมการนำเข้าส่งออกน้ำตาลของจีนปี 2555


ตามสถิติที่รวบรวมโดยด่านศุลกากรจีน ปริมาณการนำเข้าน้ำตาลของจีนตลอดทั้งปี 2555 อยู่ที่ 3.47 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 28.35 โดยราคาเฉลี่ยการนำเข้าของทั้งประเทศในช่วงท้ายปีมีแนวโน้มลดลง โดยในเดือนพฤศจิกายน 2555 ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 546.48 ดอลลาร์สรอ.ต่อตัน ประเทศหลักที่จีนนำเข้าน้ำตาล ได้แก่ บราซิล ไทย และคิวบา

ในปีเดียวกัน จีนมีการส่งออกน้ำตาล 47,144 ตัน ลดลงจากปีก่อนหน้าร้อยละ 20.6 โดยประเทศจุดหมายการส่งออก ได้แก่ ฮ่องกง สหรัฐอเมริกา และแคนาดา ราคาเฉลี่ยของน้ำตาลที่จีนส่งออกสูงกว่าราคาที่นำเข้าอยู่มาก โดยราคาเฉลี่ยของเดือนธันวาคมอยู่ที่ 969.25 ต่อตัน เห็นชัดว่า ต้นทุนการผลิตน้ำตาลของจีนอยู่ในระดับสูง

แนวโน้มความเปลี่ยนแปลงหนึ่งที่เห็นได้ชัดในปี 2555 คือ ปริมาณการนำเข้าน้ำตาลที่เติบโตอย่างรวดเร็วของภาคเอกชน โดยหากนับถึงเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา รัฐวิสาหกิจมีการนำเข้าน้ำตาลเพิ่มขึ้นร้อยละ 34.5 ขณะที่ภาคเอกชนมีการนำเข้าน้ำตาลเพิ่มขึ้นถึง 3.1 เท่าตัว และจากสถิติเฉพาะของมณฑลที่มีการนำเข้าน้ำตาลสูงอย่างซานตง ภาคเอกชนครองสัดส่วนการนำเข้าน้ำตาลถึงร้อยละ 66.8 เพิ่มขึ้น 6.3 เท่าตัว เทียบกับรัฐวิสาหกิจที่มีสัดส่วนร้อยละ 31 ของการนำเข้า เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 1.9 ขณะที่มณฑลนำเข้าสำคัญอีกแห่งอย่างกวางตุ้ง แม้รัฐวิสาหกิจยังครองสัดส่วนหลักในการนำเข้าที่ร้อยละ 73 แต่การนำเข้าของภาคเอกชนในปีที่ผ่านมาก็เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 74.6 มีสัดส่วนการนำเข้าทั้งหมดร้อยละ 19.8

มณฑลหลักที่มีการนำเข้าน้ำตาล: ซานตงและกวางตุ้ง


มณฑลซานตง มีการนำเข้าน้ำตาลในปี 2555 ทั้งสิ้น 1.59 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 1.4 เท่าตัว คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 920 ล้านดอลลาร์สรอ. เพิ่มขึ้น 1.1 เท่าตัว คิดเป็นราคาเฉลี่ยต่อตันอยู่ที่ประมาณ 578 ดอลลาร์สรอ. ลดลงจากปี 2554 ร้อยละ 11.9 โดยประเทศหลักที่มณฑลซานตงนำเข้าน้ำตาล ได้แก่ บราซิล ไทย และคิวบา มีปริมาณการนำเข้า 850,000 ตัน 526,000 ตัน และ 124,000 ตันตามลำดับ การนำเข้าน้ำตาลจากบราซิลเพิ่มขึ้นร้อยละ 75.9 จากคิวบาเพิ่มขึ้นร้อยละ 43.4 ขณะที่การนำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้นถึง 8 เท่าตัว น้ำตาลที่นำเข้าจากทั้งสามประเทศครองส่วนแบ่งร้อยละ 94.6 ของน้ำตาลที่นำเข้าทั้งหมดของมณฑลซานตง

ในปี 2555 การนำเข้าน้ำตาลของมณฑลซานตงมีความผันผวนค่อนข้างมาก โดยในเดือนกันยายนการนำเข้าน้ำตาลเพิ่มสูงถึง 209,000 ตัน และเดือนธันวาคมเพิ่มถึง 211,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤศจิกายนและช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าถึง 1 เท่าตัวทำสถิติใหม่การนำเข้าน้ำตาลของซานตง ขณะที่ราคาตลอดทั้งปีมีแนวโน้มลดต่ำลง โดยราคาในเดือนพฤษภาคมเพิ่มสูงสุดที่ 637.4 ดอลลาร์สรอ.ต่อตัน ขณะที่เดือนธันวาคมลดลงมาเหลือเพียง 542.5 ดอลลาร์สรอ.ต่อตัน ลดลงจากปีก่อนหน้าถึงร้อยละ 10.6

สำหรับมณฑลกวางตุ้ง ในปีที่ผ่านมา มีปริมาณการนำเข้าน้ำตาลทั้งสิ้น 687,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ร้อยละ 1.8 คิดเป็นมูลค่า 420 ล้านดอลลาร์สรอ. ลดลงร้อยละ 9.9 จากปีก่อนหน้า ราคาการนำเข้าเฉลี่ยอยู่ที่ 606.6 ดอลลาร์สรอ.ต่อตัน ลดลงร้อยละ 11.5 โดยมณฑลกวางตุ้งนำเข้าน้ำตาลจากบราซิลมากที่สุด อยู่ที่ 406,000 ตัน ลดลงจากปีก่อนหน้าร้อยละ 6.6 คิดเป็นร้อยละ 59.1 ของสัดส่วนการนำเข้าน้ำตาลทั้งหมดของมณฑลกวางตุ้ง ขณะที่การนำเข้าจากอาเซียนเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.7 คิดเป็นปริมาณ 111,000 ตัน ครองสัดส่วนการนำเข้าร้อยละ 16.2 และจากคิวบา 87,000 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.8 ครองสัดส่วนการนำเข้าร้อยละ 12.6 เมื่อดูภาพรวมตลอดทั้งปี การนำเข้าน้ำตาลของมณฑลกวางตุ้งมีความผันผวนเช่นกัน โดยการนำเข้าเพิ่มสูงขึ้นในมากในเดือนมีนาคมถึงเมษายนและเดือนมิถุนายนถึงตุลาคม ขณะที่ช่วงปลายปีการนำเข้ามีการปรับตัวลดลง

โควตาภาษีนำเข้าและสถานการณ์ตลาดน้ำตาลในปี 2556


จากประกาศ “รายละเอียดการจัดสรรภาษีนำเข้าน้ำตาลประจำปี 2556” ของกระทรวงพาณิชย์จีน โควตาการนำเข้าน้ำตาลประจำปี 2556 ที่ให้อัตราภาษีพิเศษกำหนดไว้ที่ 1,945,000 ตัน โดยร้อยละ 70 ของโควตาดังกล่าวจัดสรรให้สำหรับรัฐวิสาหกิจ โดยตามประกาศกำหนดว่า ผู้ยื่นขอโควตาการนำเข้าน้ำตาล ต้องมีคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ (1) เป็นรัฐวิสาหกิจของรัฐ (2) เป็นรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลกลางที่มีความสามารถในการจัดเก็บคลังสินค้า (3) เป็นบริษัทที่มีความสามารถในการนำเข้าและเคยได้รับการจัดสรรโควตาในปี 2555 (4) เป็นบริษัทผลิตน้ำตาลที่มีกำลังการผลิตมากกว่า 600 ตัน มีทุนจดทะเบียนตั้งแต่ 10 ล้านหยวนขึ้นไป และมียอดขายต่อปีตั้งแต่ 650 ล้านหยวนขึ้นไป หรือ (5) เป็นธุรกิจดำเนินการแปรรูปน้ำตาลเป็นธุรกิจหลัก ทั้งนี้ หากการนำเข้าน้ำตาลอยู่ภายใต้โควตาตามประกาศของกระทรวง ก็จะสามารถนำเข้าน้ำตาลได้โดยปลอดภาษีหรือใช้อัตราภาษีที่ต่ำกว่าปกติ ขณะที่หากการนำเข้าดังกล่าวไม่ได้อยู่ภายใต้โควตานี้ ก็จะต้องเสียภาษีในอัตราปกติหรือสูงกว่าปกติ

สำหรับช่วงปี 2555-2556 คาดการณ์ผลผลิตน้ำตาลในประเทศผู้ผลิตน้ำตาลหลักของโลกอย่างบราซิลและไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นชัดเจน โดยคาดว่าผลผลิตน้ำตาลทุกประเทศรวมกันจะอยู่ที่ 173 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการน้ำตาลของทั้งโลกอยู่ที่ 166 ล้านตัน ทำให้อุปทานมีมากกว่าอุปสงค์ชัดเจน สถานการณ์ราคาน้ำตาลโลกจึงจะยังอยู่ในระดับต่ำต่อไป สำหรับประเทศจีน ยังมีปัจจัยหนุนอีก 2 ประการที่ทำให้เกิดแรงกดดันต่อราคาน้ำตาล ได้แก่ ค่าเงินหยวนที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง และต้นทุนการนำเข้าที่ปรับตัวลดลง ซึ่งต่างกระตุ้นให้ปริมาณการนำเข้าน้ำตาลเพิ่มสูงขึ้นและกดราคาน้ำตาลให้อยู่ในระดับต่ำต่อไป โดยจากการคำนวณ หากค่าเงินหยวนแข็งขึ้นร้อยละ 2 จะส่งผลต่อราคาน้ำตาล 60 หยวนต่อตัน นอกจากนี้ ในช่วงต้นปี 2556 ปริมาณการนำเข้าน้ำตาลน่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเตรียมพร้อมเทศกาลตรุษจีนในเดือนกุมภาพันธ์

ทั้งนี้ เพื่อช่วยพยุงราคาน้ำตาลไม่ให้ลดลงมากเกินไป วันที่ 24 ธันวาคม 2555 รัฐบาลได้ประกาศแผนการรับซื้อน้ำตาลเป็นจำนวน 3 ล้านตัน โดยในระยะแรกช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคมนี้จะรับซื้อก่อนเป็นจำนวน 1.5 ล้านตัน ที่ราคา 6,100 หยวนต่อตัน (ประมาณ 984 ดอลลาร์สรอ.ต่อตัน คิดที่ 1 ดอลลาร์สรอ.เท่ากับ 6.2 หยวน) การประกาศรับซื้อที่ราคาสูงกว่าตลาดเช่นนี้ ทำให้มีรายงานว่าราคาน้ำตาลช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมามีการปรับตัวขึ้นเล็กน้อย

อย่างไรก็ดี ปัญหาราคาน้ำตาลตกต่ำน่าจะไม่สามารถแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น เนื่องจากแนวโน้มอุปสงค์อุปทานในตลาดโลกดังที่กล่าวมา ขณะที่ นโยบายรับซื้อน้ำตาลจากภาครัฐก็ไม่น่าจะนำมาใช้ได้บ่อยครั้ง เนื่องด้วยจำนวนคลังสินค้าที่มีจำกัด ตลอดจนรัฐบาลยังมีภาระต้องระบายสินค้าที่รับซื้อมาก่อนหน้า และหากดูตามตัวเลขในปี 2555 ปริมาณน้ำตาลที่ผลิตได้ในประเทศอยู่ที่ประมาณ 14 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการน้ำตาลในประเทศอยู่ที่ 13.5-14 ล้านตัน ทำให้ดูเหมือนว่าจะมีความสมดุลด้านอุปสงค์อุปทาน ทว่า เนื่องด้วยราคาน้ำตาลในประเทศที่สูงกว่าราคานำเข้ามาก ทำให้ปีที่ผ่านมามีการนำเข้าน้ำตาล 3.47 ล้านตัน เมื่อรวมกับสินค้าคงเหลือในคลังสินค้าอีกประมาณ 3.5 ล้านตัน อุปทานน้ำตาลในตลาดจีนจึงสูงกว่าอุปสงค์ถึงกว่า 7 ล้านตัน และยังไม่นับรวมการลักลอบนำเข้าน้ำตาลอีกจำนวนหนึ่ง ด้วยเหตุนี้ ปริมาณน้ำตาลในตลาดจีนจึงน่าจะอยู่ในสภาวะล้นตลาดต่อไป

สำหรับสถานการณ์ตลาดล่าสุด ที่มณฑลกว่างซี ซึ่งเป็นมณฑลผลิตน้ำตาลที่ใหญ่ที่สุดของจีน มีการรับซื้ออ้อยที่ 460 หยวนต่อตัน ค่าแรงแรงงานผลิตน้ำตาลเฉลี่ยอยู่ที่ 130 หยวนต่อวันต่อคน คำนวณเป็นต้นทุนการผลิตน้ำตาลที่ประมาณ 5,500 หยวนต่อตัน ขณะที่ราคาขายอยู่ที่ 5,600 หยวนต่อตัน เห็นได้ว่า ช่องว่างกำไรยังคงอยู่ในระดับต่ำ


22 กุมภาพันธ์ 2556
โดย: นายพิชญพัฒน์ เบ็ญจาศิริโรจน์

Back to the list

More Related

  • ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการจัดแสดงสินค้านานาชาติที่สำคัญในภูมิภาคเอเชีย และยังเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีที่มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในภูมิภาคและของโลก โดยในแต่ละปี ฮ่องกงจะมีงานจัดแสดงสินค้าอัญมณีขนาดใหญ่ถึง 3 ครั้งในเดือนมีนาคม มิถุนายน และกันยายน
  • นักท่องเที่ยวที่นิยมท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นกลุ่มใหญ่ ตามด้วยไกด์ที่ถือธงสีแดงผ่านสถานที่ท่องเที่ยว และศูนย์การค้าต่างๆ ได้กลายเป็นภาพติดตาที่ทุกคนต่างเรียกว่า “กรุ๊ปทัวร์จีน”
  • เมื่อวันที่ 7-10 พ.ค. 2556 ฮ่องกงได้มีการจัดงานมหกรรมอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “HOFEX” ขึ้นที่ Hong Kong Convention and Exhibition Centre โดยงานดังกล่าวเป็นงานมหกรรมอาหารที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่มร่วมออกบูธจำนวนกว่า 1,900 ราย จาก 48 ประเทศทั่วโลก และสามารถดึงดูดผู้เที่ยวชมได้ถึง 35,000 ราย ในโอกาสดังกล่าว บีไอซีได้เดินทางไปเที่ยวชมงานและเที่ยวชิมอาหารจากนานาประเทศทั่วโลก รวมถึงสัมภาษณ์ผู้ประกอบการไทยที่มาร่วมงานด้วย จึงขอนำข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากทุกท่าน ดังนี้
  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง จัดงานเทศกาลอาหารและวัฒนธรรมไทย ณ นครฉางซา มณฑลหูหนาน (Thai Food and Culture Festival 2013, Changsha) ระหว่างวันที่ 9-12 พฤษภาคม 2556 ณ ห้างสรรพสินค้า ID Mall โดยได้รับความร่วมมือจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครหนานหนิง และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สาขานครคุนหมิง
  • ในบทความนี้ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (BIC) ขอพาท่านไปดูกันว่า การจะเปิดร้านอาหารไทยในจีนนั้น มีกฎระเบียบอะไรที่ต้องคำนึงถึง และมีขั้นตอนยากง่ายประการใด

สถานการณ์ในต่างประเทศ