หนิงเซี่ย: กับเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางทางด้านอุตสาหกรรมฮาลาลของจีน (ตอนที่2:ภาพรวมตลาดและโอกาสทางธุรกิจอาหารฮาลาลในหนิงเซี่ยของวิสาหกิจไทย)
หนิงเซี่ย: กับเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางทางด้านอุตสาหกรรมฮาลาลของจีน (ตอนที่2:ภาพรวมตลาดและโอกาสทางธุรกิจอาหารฮาลาลในหนิงเซี่ยของวิสาหกิจไทย)

หลังจากที่ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน(BIC) ได้เคยนำเสนอภาพรวมเกี่ยวกับอุตสาหกรรมฮาลาลในหนิงเซี่ยไปแล้วในตอนแรก ในตอนที่สองนี้ บีไอซีซีอานขอนำเสนอเกี่ยวกับภาพรวมตลาดและโอกาสทางธุรกิจอาหารฮาลาลของผู้ประกอบการไทย......

ภาพรวมตลาดอาหารฮาลาลของหนิงเซี่ยและจีน

ปัจจุบันธุรกิจแปรรูปอาหารฮาลาลของหนิงเซี่ยพัฒนาและก้าวหน้าไปมากสืบเนื่องจากนโยบายสนับสนุนจากทางภาครัฐ โดยจำนวนตัวเลขวิสาหกิจที่ประกอบกิจการผลิตและแปรรูปอาหารฮาลาลในปี 2011มีจำนวนเกือบ 8,000 แห่ง และมีรายได้รวมของอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลในนครหยินชวนตั้งแต่ปี 2007-2010 รวมแล้วกว่า 17,630 ล้านหยวน โดยหากจำแนกเป็นเขตพื้นที่แล้วพบพื้นที่การลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตและแปรรูปอาหารฮาลาลมากที่สุด 3 อันดับแรกได้แก่ (1) นครหยินชวน (2) อ.หย่งหนิงทางตอนใต้ของนครหยินชวน (3) อ.เฮ่อหลานทางตอนเหนือของนครหยินชวน คลิ๊กเพื่อชมแผนที่ที่ตั้ง โดยรายได้รวมในปี 2010 อยู่ที่ 2,436 และ 649 ล้านหยวนตามลำดับ ข้อมูลจากนายหวังยวี่หมิง รองผู้อำนวยการคณะกรรมการสถิติและข้อมูลเศรษฐกิจเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ย (宁夏回族自治区经济和信息化委员会)กล่าวว่า “แนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลในหนิงเซี่ยสูงขึ้นในทุกๆปี”

ภาพรวมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลในเขตนครหยินชวนตั้งแต่ปี 2007-2010

จากข้อมูลข้างต้นพบว่า ผลผลิตจากอุตสาหกรรมฮาลาลในหนิงเซี่ยโดยรวมเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 3 เท่า(2.88เท่า)ในระยะเวลาเพียง 3 ปี

ข้อมูลจากเว็บไซด์อาหารฮาลาลหนิงเซี่ย(宁夏清真食品网)รายงานถึงตัวเลขวิสาหกิจผู้ผลิตและแปรรูปอาหารฮาลาลในเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยเมื่อปี 2011 มีทั้งสิ้น 7,048 แห่ง โดยวิสาหกิจประเภทแปรรูปอาหารมีทั้งสิ้น 1,116 แห่ง โดยมีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้

จำนวนวิสาหกิจที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับอาหารฮาลาลจำนวนกว่า 7,048 แห่งนั้น คิดเป็นอัตราส่วนกว่าร้อยละ 75.37 ของปริมาณการผลิตที่เกี่ยวของกับฮาลาลทั้งหมดของหนิงเซี่ย (ฮาลาลมิได้ครอบคลุมเฉพาะอาหาร แต่ยังคงครอบคลุมไปถึงสิ่งของเครื่องใช้และการบริการที่สอดคล้องตามหลัก/ข้อบัญญัติของศาสนาอิสลามอีกด้วย)

นครหยินชวน ฐานหลักการแปรรูปอาหารฮาลาลของหนิงเซี่ย

ข้อมูลจากฝ่ายการค้า สนง.พาณิชย์หนิงเซี่ยพบว่าในปี 2010 มูลค่าการผลิตอาหารฮาลาลในนครหยินชวนเมืองเอกของเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยคิดเป็นอัตราส่วน 1 ใน 3 ของมูลค่าการผลิตสินค้าอาหารฮาลาลทั้งหมดของเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ย โดยรายได้จากการผลิตและแปรรูปอาหารฮาลาลของนครหยินชวนอยู่ที่ 2,230 ล้านหยวน เป็นพื้นที่หลักที่รัฐบาลวางเป้าหมายให้เป็นจุดศูนย์กลางการผลิตและแปรรูปอาหารฮาลาลรวมไปถึงสินค้าจำเป็นของชาวมุสลิม ในปี 2012 สำนักงานสถิตินครหยินชวนรายงานว่าอุตสาหกรรมการผลิตและแปรรูปอาหารฮาลาลและสินค้าเครื่องใช้ของชาวมุสลิมมีอัตราการขยายตัวสูงขึ้นกว่าร้อยละ 23.1

เร่งขยายฐานการผลิตไปสู่สองอำเภอใหญ่ในนครหยินชวน

นอกเหนือจากความได้เปรียบทางด้านระบบสาธารณูปโภครวมไปถึงสิทธิพิเศษต่างๆของนครหยินชวนในการผลักดันอุตสาหกรรมผลิตและแปรรูปอาหารฮาลาลแล้ว รัฐบาลยังได้ขยายฐานรองรับที่ตั้งการผลิตไปยังอีกสองพื้นที่ที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้นได้แก่ อ.หย่งหนิง(永宁县) และอ.เฮ่อหลาน(贺兰县) โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2008 ในปัจจุบันทั้งสองอำเภอมีวิสาหกิจทางด้านอาหารฮาลาลเข้าลงทุนและมีมูลค่าการผลิตคิดเป็นสัดส่วน 2 ใน 3 ของมูลค่าการผลิตทั้งหมดในเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ย

ในปี 2010 ทั้งสองอำเภอมีรายได้จากอุตสาหกรรมผลิตและแปรรูปอาหารฮาลาลรวมมากกว่า 3,008 ล้านหยวน จากเขตอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหารฮาลาลเต๋อเซิ่ง (贺兰德胜清真食品工业园)และเขตการแปรรูปอาหารวั่งหยวน (永宁望远食品加工园) ที่ต่อยอดมาจากเขตการแปรรูปอาหารฮาลาลและของว่างจินเฟิ่งเดิม (金凤工业园清真休闲食品加工区) ปัจจุบันฐานการผลิตทั้งสองแห่งดำเนินการผลิต แปรรูป บรรจุ ผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลภายใต้แบรนด์ท้องถิ่นที่ชื่ออาทิ 沙漠王子(Shamowangzi)จำหน่ายของว่างทานเล่น,涝河桥(Laoheqiao)จำหน่ายเนื้อวัวสำเร็จรูป, 明珠园(MingzhuYuan)จำหน่ายนมฮาลาล,平顺源(PingShunYuan)จำหน่ายข้าวโพดและเกี๊ยวฮาลาลสำเร็จรูป เป็นต้น ด้วยผลิตภัณฑ์กว่า 50 รายการจำหน่ายไปยังปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ฉงชิ่งรวมไปถึงต่างประเทศอีกด้วย

อาหารฮาลาลจากหนิงเซี่ย เป้าหมายการเป็นฐานเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างจีนกับนานาชาติ

ด้วยจำนวนประชากรมุสลิมทั่วโลกกว่า 1,800 ล้านคนจาก 186 ประเทศทั่วโลก มีการประเมินถึงตลาดและความต้องการสินค้าฮาลาลในอนาคตจะมีมูลค่าต่อปีสูงถึง 547,000 ล้านเหรียญสหรัฐ[1] และมูลค่าการค้าของอาหารฮาลาลทั่วทั้งโลกต่อปีกว่า 150,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ตลาดสินค้าอาหารฮาลาลได้รับความสนใจจากประเทศมุสลิม รวมไปถึง กระแสความต้องการของประชากรทั่วไปที่เริ่มเห็นว่า สินค้าฮาลาลไม่ใช่สินค้าตลาดเฉพาะ (niche market) อีกต่อไป ยิ่งส่งเสริมให้ตลาดสินค้าอาหารฮาลาลมีขนาดโตขึ้นเรื่อยๆ ส่วนแบ่งทางการตลาดจาก “เค้กชิ้นใหญ่” ชิ้นนี้ต่างเป็นที่สนใจแก่บรรดาประเทศผู้ผลิตและแปรรูปอาหารฮาลาล รวมไปถึงประเทศจีนที่เร่งผลักดันเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยให้เป็นฐานเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างจีน-นานาประเทศโดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาหรับและประเทศมุสลิมด้วยเช่นกัน

นับเป็นเวลากว่า 10 ปีที่จีนเริ่มให้ความสำคัญแก่อุตสาหกรรมอาหารฮาลาลรวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้มุสลิม โดยได้บรรจุแผนการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลลงในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของหนิงเซี่ยฉบับที่ 11 เป็นครั้งแรกดังนี้

สรุปเป้าหมายการสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลของรัฐบาลเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ย

ปัจจุบันจีนมีความร่วมมือกับประเทศต่างๆเป็นจำนวนมากอาทิ ออสเตรเลีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทยฯลฯ ทั้งในด้านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี ข้อตกลงต่างๆ ในส่วนของเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยมีความร่วมมือทางด้านการตรวจสอบคุณภาพด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์,การอบรมบุคลากร,การศึกษาดูงาน เพื่อยกระดับมาตรฐานและความน่าเชื่อถือให้แก่อุตสาหกรรมการผลิตอาหารฮาลาลของหนิงเซี่ยเองอยู่เป็นประจำ พร้อมกับการจัดงาน China-Arab Expo ที่ถือเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์และแสดงเจตนารมณ์ของจีนที่จะใช้เวทีดังกล่าวเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนทางการค้า การลงทุนรวมไปถึงองค์ความรู้ทางด้านอาหารฮาลาลจากนานาประเทศ

ประเทศไทยกับโอกาสทางธุรกิจสินค้าฮาลาลในจีนและหนิงเซี่ย

หากพิจารณาในเชิงประชากรศาสตร์จะพบว่า ประชากรชาวจีนมุสลิมมีอัตราการขยายตัวสูงและเร็วกว่าประชากรชาวจีนฮั่น อันเนื่องมาจากชาวจีนมุสลิมได้รับการยกเว้นจากนโยบายลูกคนเดียว(One Child Policy)[2] ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้ปริมาณความต้องการสินค้าฮาลาลขยายตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งมิตรประเทศที่มีโครงการแลกเปลี่ยนความร่วมมือทางด้านอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลกับหนิงเซี่ย อาทิ การให้ทุนศึกษาต่อระดับปริญญาเอกแก่บุคลากรในเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยจากม.เชียงใหม่,การลงนามความเข้าใจในข้อตกลงระหว่างสนง.เชื้อชาติเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยกับศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือในเชิงองค์ความรู้ร่วมกัน แต่หากเมื่อพิจารณาในด้านการค้าและการลงทุน กลับพบว่าจำนวนวิสาหกิจไทยที่ส่งออกสินค้าหรือเข้าลงทุนในธุรกิจประเภทดังกล่าวที่จีนและหนิงเซี่ยยังคงมีจำนวนน้อยมาก ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยประกอบหลายประการอาทิ ผู้ประกอบการไทยอาจยังกังวลต่อความมั่นใจในตลาดจีนรวมไปถึงศักยภาพของหนิงเซี่ย,ความคุ้นเคยต่อระบบ,สภาพตลาดการค้าการลงทุนในด้านสินค้าฮาลาลที่ผู้ประกอบการไทยอาจยังไม่มีประสบการณ์ในด้านดังกล่าว ในฐานะที่ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีนเป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ทำหน้าที่ส่งเสริมให้ข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจแก่ผู้ประกอบการไทยขอเสนอประเด็นข้อพิจารณาต่างๆดังต่อไปนี้

1. ความต้องการอาหารทะเลในพื้นที่ Landlocked

หากพิจารณาภูมิศาสตร์ที่ตั้งของพื้นที่มณฑลส่านซี กานซู และหนิงเซี่ยแล้ว จัดว่าเป็นพื้นที่ที่ขาดแคลนแหล่งอาหารทางทะเล โดยอาศัยการบริโภคสัตว์น้ำจืดจากแม่น้ำฮวงโห(แม่น้ำเหลือง) เป็นหลัก ซึ่งประเทศไทยได้ขึ้นชื่อว่ามีทะเลขนาบทั้งสองด้าน มีศักยภาพทางด้านการผลิตและแปรรูปอาหารทะเลซึ่งจากสถิติข้อมูลการค้าระหว่างประเทศไทยกับส่านซีในปี 2011 พบว่ามีการนำเข้านำเข้าสัตว์ประเภทหอยทะเลทั้ง ชนิดมีเปลือกและไร้เปลือกกว่า 375,580 เหรียญสหรัฐ รวมไปถึงมีการนำเข้าสัตว์น้ำเปลือกแข็งกว่า 414,240 เหรียญสหรัฐ โดยในมณฑลกานซูและหนิงเซี่ยก็เป็นอีกพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเป็นตลาดอาหารทะเลจากไทยเช่นเดียวกับมณฑลส่านซี

2.ซื้อขายออนไลน์ อีกหนึ่งช่องทางการซื้อขายที่สะดวก รวดเร็ว

ปัจจุบันชาวจีนไม่ต่ำกว่า 360 ล้านคนนิยมเล่นอินเตอร์เน็ตรวมไปถึงนิยมการซื้อสินค้าค้าออนไลน์ที่สะดวก รวดเร็วกว่าการเดินเลือกซื้อของในซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไป โดยในปี 2012 ที่ผ่านมาชาวจีนช้อปปิ้งออนไลน์ไปกว่า 1.3 ล้านล้านหยวน ซึ่งมีการคาดการณ์กันว่าในปี 2013 มูลค่าการค้าออนไลน์ของจีนจะพุ่งแซงสหรัฐอเมริกา[3] ปัจจุบันเว็บไซด์ซื้อขายสินค้าออนไลน์สุดฮิตอย่าง www.taobao.com สามารถ

รองรับการสมัครและจดทะเบียนเปิดร้านของชาวต่างชาติ ผู้ประกอบการไทยเองก็สามารถที่จะลงทะเบียนเปิดร้านออนไลน์เพื่อจำหน่ายสินค้าได้เช่นกัน ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม (How to do online business in China? มารู้จักวิธีเปิดร้านออนไลน์ใน Taobao.com กันเถอะ!! ) และนอกเหนือจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารกึ่งสำเร็จรูปแล้ว อาหารฮาลาลประเภท quick meal ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้แก่ลูกค้าทั่วไปไม่เฉพาะแต่ชาวจีนที่ปัจจุบัน เนื่องจากภาระหน้าที่ที่อาจจะไม่เอื้ออำนวยต่อการปรุงอาหารด้วยตนเองมากนัก เป็นอีกหนึ่งกลุ่มเป้าหมายที่น่าสนใจ และถือเป็นช่องทางการทำตลาดที่ดีของสินค้าฮาลาลจากประเทศไทย

3.ต่อยอดกระแสความปลอดภัยในอาหารและเครื่องดื่มของจีน เป็น “สินค้าฮาลาลเน้นคุณภาพ(ออแกนิกส์)”

ผู้อ่านหลายท่านคงเคยได้รับข่าวสารการตื่นตัวในมาตรฐานความปลอดภัยในอาหารของจีน ที่ปัจจุบันชาวจีนจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะจ่ายแพงกว่าเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีกว่า โดยปัจจุบันชาวจีนที่มีกำลังซื้อ รวมไปถึงชาวจีนที่รักสุขภาพต่างเลือกที่จะซื้อสินค้านำเข้าจากประเทศที่น่าเชื่อถือ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีนเห็นว่า โอกาสทางธุรกิจในสินค้าอาหารฮาลาลเชิงคุณภาพ(Healthy, Organic food) จะสามารถเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้แก่ชาวจีนที่ไม่ใช่เพียงแต่ชาวมุสลิมแต่ยังสามารถตอบโจทย์ให้แก่กลุ่มตลาดชาวจีนที่รักสุขภาพทั่วประเทศได้อีกด้วย

บทส่งท้าย

ประเทศจีนถือเป็นประเทศที่มีกำลังความต้องการทางด้านอาหารสูงสอดคล้องกับอัตราการเติบโตของประชากรมุสลิมจีนที่มีอัตราการขยายตัวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับในปัจจุบันอาหารฮาลาล มิได้ถือเป็นสินค้าตลาดเฉพาะอีกต่อไป ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมที่มีทักษะรวมถึงเทคโนโลยีการแปรรูปสินค้าทางการเกษตรที่มีศักยภาพ รวมไปถึงมีปัจจัยพื้นฐาน โครงสร้างทางกฎหมายหรือด้านการลงทุน หากได้รับการสนับสนุนรวมไปถึงการร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาและต่อยอดองค์ความรู้เพื่อพัฒนาสินค้าให้มีจุดเด่น สามารถแข่งขันได้ในตลาด เชื่อได้ว่าสินค้าฮาลาลจากไทยสามารถแข่งขันกับชาติอื่นๆได้อย่างแน่นอน

ข้อมูลเพิ่มเติม

[1] http://www.thaifranchisecenter.com/download_file/files/group12120130102152448.pdf

[2] islamhouse.muslimthaipost.com/main/category=9&id=18356

[3] http://www.022net.com/2013/8-29/502556392931694.html

ข้อมูลอ้างอิง

1. http://www.todayszaman.com/newsDetail_openPrintPage.action?newsId=263401

2. http://www.nx.xinhuanet.com/newscenter/2009-08/21/content_17462184.htm

3. http://news.xinhuanet.com/fortune/2010-09/29/c_12620527.htm

4. http://news.ifeng.com/mainland/special/ningxiaxing2013/content-3/detail_2013_08/17/28714079_0.shtml

5. http://www.huaxia.com/ssjn/jrnx/nxkx/2013/09/3512366.html

6. http://www.thaicombj.org.cn/tjmore.asp?BigClass=2011%C4%EA

7. http://www.chinadaily.com.cn/bizchina/2013-01/05/content_16085320.htm

8. Quan Guoqian, Research the Current Situations、 Problems and Countermeasures of Muslim Food Industry in Ningxia, North University for Nationalities,Yinchuan

เตรียมพบกับหนิงเซี่ย: กับเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางทางด้านอุตสาหกรรมฮาลาลของจีน (ตอนที่3:มารู้จักกฎระเบียบและขั้นตอนการยื่นขอใบรับรองมาตรฐานอาหารฮาลาลของจีน)เร็วๆนี้

 

4 พฤศจิกายน 2556
โดย: ตรีชฎา ขันตยานุวงศ์ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครซีอาน

Back to the list

More Related

  • ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการจัดแสดงสินค้านานาชาติที่สำคัญในภูมิภาคเอเชีย และยังเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีที่มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในภูมิภาคและของโลก โดยในแต่ละปี ฮ่องกงจะมีงานจัดแสดงสินค้าอัญมณีขนาดใหญ่ถึง 3 ครั้งในเดือนมีนาคม มิถุนายน และกันยายน
  • นักท่องเที่ยวที่นิยมท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นกลุ่มใหญ่ ตามด้วยไกด์ที่ถือธงสีแดงผ่านสถานที่ท่องเที่ยว และศูนย์การค้าต่างๆ ได้กลายเป็นภาพติดตาที่ทุกคนต่างเรียกว่า “กรุ๊ปทัวร์จีน”
  • เมื่อวันที่ 7-10 พ.ค. 2556 ฮ่องกงได้มีการจัดงานมหกรรมอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “HOFEX” ขึ้นที่ Hong Kong Convention and Exhibition Centre โดยงานดังกล่าวเป็นงานมหกรรมอาหารที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่มร่วมออกบูธจำนวนกว่า 1,900 ราย จาก 48 ประเทศทั่วโลก และสามารถดึงดูดผู้เที่ยวชมได้ถึง 35,000 ราย ในโอกาสดังกล่าว บีไอซีได้เดินทางไปเที่ยวชมงานและเที่ยวชิมอาหารจากนานาประเทศทั่วโลก รวมถึงสัมภาษณ์ผู้ประกอบการไทยที่มาร่วมงานด้วย จึงขอนำข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากทุกท่าน ดังนี้
  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง จัดงานเทศกาลอาหารและวัฒนธรรมไทย ณ นครฉางซา มณฑลหูหนาน (Thai Food and Culture Festival 2013, Changsha) ระหว่างวันที่ 9-12 พฤษภาคม 2556 ณ ห้างสรรพสินค้า ID Mall โดยได้รับความร่วมมือจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครหนานหนิง และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สาขานครคุนหมิง
  • ในบทความนี้ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (BIC) ขอพาท่านไปดูกันว่า การจะเปิดร้านอาหารไทยในจีนนั้น มีกฎระเบียบอะไรที่ต้องคำนึงถึง และมีขั้นตอนยากง่ายประการใด

สถานการณ์ในต่างประเทศ