
ผลไม้ไทยเป็นสินค้านำเ้ข้าที่ผู้บริโภคในนครเซี่ยงไฮ้รู้จักและคุ้นเคยดี โดยเฉพาะ ทุเรียน ลำไย เงาะ มังคุด และส้มโอ และนับวันจะหาซื้อมารับประทานได้ง่ายดายยิ่งขึ้น โดยเพียงแต่ไปตามห้างซุปเปอร์มาร์เก็ต / ไฮเปอร์มาร์เก็ต อาทิ เทสโก้ คาร์ฟูร์ และ โลตัส เป็นต้น (ห้างเทสโก้ในจีนเป็นกิจการของประเทศอังกฤษ และห้างโลตัสเป็นธุรกิจในเครือเจริญโภคภัณฑ์ของไทย) ก็จะสามารถเลือกซื้อผลไม้ที่กล่าวถึงข้างต้นจัดวางรวมกับผลไม้นำเข้าจากประเทศอื่น และผลไม้ท้องถิ่นของประเทศจีนเอง โดยมักมีป้ายบอกแหล่งผลิตชัดเจนว่ามาเป็นผลไม้นำเข้าจากไทย
ผลไม้ส่งออกของไทยมีลู่ทางเข้าสู่ห้างซุปเปอร์มาร์เก็ต / ไฮเปอร์มาร์เก็ต ในจีนอย่างไร ผลไม้ไทยชนิดใดเป็นที่นิยมบ้าง และยังมีผลไม้ชนิดใดที่ยังไม่เข้าสู่ตลาดจีน แต่ยังมีโอกาสส่งออกมาเพิ่มเติมอีกบ้าง การขายผลไม้ไทยในห้างเหล่านี้มีปัญหาอะไรบ้าง..... เหล่านี้ล้วนเป็นคำถามที่เชื่อว่าผู้เกี่ยวข้องในธุรกิจส่งออกผลไม้ไทยขวนขวายที่จะทราบ ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซี่ยงไฮ้ ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อผลไม้ของห้างเทสโก้ ในนครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งรับผิดชอบการจัดซื้อผลไม้นำเข้าจากไทยเพื่อวางขายในสาขาของห้าง 50 กว่าแห่งทั่วประเทศจีน เพื่อสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคของผลไม้นำเข้าจากไทยในตลาดนครเซี่ยงไฮ้ และพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้ได้ทราบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ยิ่งในการทำธุรกิจส่งออกผลไม้ไทยสู่จีนแก่ผู้ที่อยู่ในวงการอยู่แล้ว ขณะเดียวกันยังช่วยเปิดวิสัยทัศน์ให้กับผู้ที่กำลังแสวงหาโอกาสการค้าได้เป็นอย่างดี
1. ผลไม้ไทยที่วางขายอยู่ในห้างเทสโก้ในนครเซี่ยงไฮ้มีรูปแบบ / ช่องทางการสั่งซื้อเข้ามาอย่างไร?
ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อฯ เล่าให้ฟังถึงรูปแบบและกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ช่วยเพิ่มขีดสามารถในการแข่งขันให้สินค้าของห้างฯ รวมถึงผลไม้นำเข้าจากไทยว่า มีรูปแบบการสั่งซื้อผ่านศูนย์จัดซื้อของห้างที่จะกระจายสินค้าต่อไปยังสาขาต่างๆ ทั่วจีน โดยแบ่งเป็นพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก ทำให้เทสโก้มีอำนาจการต่อรองราคากับซัพพลายเออร์สูง เช่นเดียวกับผลไม้ไทยที่วางขายอยู่ในนครเซี่ยงไฮ้ จะนำเข้าผ่านศูนย์จัดซื้อที่ตั้งอยู่ที่นครเซี่ยงไฮ้ และกระจายไปยังเมืองอื่นๆ ในพื้นที่ใกล้เคียง โดยทางห้างฯ มีบริษัทนำเข้าผลไม้ไทยดำเนินการเกี่ยวกับการนำเข้าผลไม้ให้ เพื่อจัดส่งให้ศูนย์จัดซื้อ ก่อนที่ศูนย์ฯ จะจัดส่งต่อไปยังสาขาต่างๆ ในพื้นที่ ในขณะที่ห้างอื่นๆ หลายแห่งใช้วิธีการจัดซื้อสินค้าจากผู้นำเข้าหลายราย หรืออาจแยกการจัดซื้อระหว่างสาขาแต่ละแห่ง
2. ผลไม้ไทยที่ห้างเทสโก้นำเข้ามาจำหน่ายในนครเซี่ยงไฮ้และมณฑลใกล้เคียงมีอะไรบ้าง? ชนิดใดเป็นที่นิยมสูงสูด และแต่ละชนิดมีความสามารถในการแข่งขัน หรือโอกาสในตลาดจีนอย่างไรบ้าง
ห้างฯ ได้นำผลไม้ไทยเข้ามาจำหน่ายหลากหลายชนิดในปริมาณที่แตกต่างกัน ตามความนิยมของผู้บริโภค และความต่อเนื่องของสินค้า ที่ผ่านมา เคยนำเข้าทุเรียน ลำไย มะม่วง มังคุด เงาะ มะขามหวาน ชมพู่ ส้มโอ น้อยหน่า ลิ้นจี่ ส้ม และระกำ เข้ามาจำหน่าย แต่ผลไม้ไทยที่นำเข้ามาขายในเซี่ยงไฮ้มากที่สุดจะเป็นทุเรียน และลำไย ส่วนมะขามหวานที่ห้างฯ ได้ลองนำเข้ามา และพบว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค จึงต้องการสั่งเข้ามาเพิ่มเติม แต่มีอุปสรรคที่เป็นผลไม้ที่มีตามฤดูกาล นอกจากนี้ ยังมีผลไม้อบกรอบ หรืออบแห้ง เช่น ทุเรียนกรอบ มังคุดกรอบ และลำไยอบแห้งที่ทางห้างฯ สนใจนำเข้ามาขายเพิ่มเติม
ในการเลือกซื้อผลไม้นำเข้านั้น แน่นอนว่าทางห้างฯ ต้องคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลัก ผลไม้ไทยหลายชนิดมีข้อได้เปรียบกว่าผลไม้ชนิดเดียวกันที่นำเข้าจากที่อื่นๆ เช่น ไต้หวัน หรือผลไม้ท้องถิ่นของจีนเอง ตรงที่มีขนาดใหญ่ และรูปลักษณ์ภายนอกสวยงามกว่า ทำให้ผู้บริโภคต้องเลือกซื้อผลไม้ไทยแน่ ถ้าวางเทียบกับผลไม้จากที่อื่นที่มีราคาระดับเดียวกัน แต่มีขนาดเล็กกว่า นอกจากนี้ ยังมีส้มโอของไทยที่มีรสชาติดีจนเป็นที่ติดใจของผู้บริโภค
3. ผลไม้ไทยชนิดอื่นๆ ที่ห้างฯ นำเข้าในปริมาณน้อย หรือไม่เลือกนำเข้าจากไทยเลย มีสาเหตุมาจากอะไร?
ผลไม้บางชนิดไม่คงทนทำให้มีต้นทุนค่าขนส่งสูง เนื่องจากต้องขนส่งทางอากาศ และมีอายุในการวางขายสั้น ทำให้สั่งซื้อเข้ามาน้อย เช่น เงาะ มังคุด และชมพู่
ในขณะที่ผลไม้ไทยบางชนิดเป็นชนิดที่จีนก็มีปลูก ทำให้ราคาแข่งขันกับผลไม้พื้นเมืองไม่ได้ เช่น มะม่วง น้อยหน่า ขนุน มะละกอ สับปะรด มะพร้าว และแก้วมังกร
ผลไม้อีกกลุ่มที่ทางห้างฯ ยังไม่เคยนำเข้า และไม่ทราบว่ามีรสชาติหรือข้อดีแตกต่างกับผลไม้ชนิดเดียวกันที่นำเข้าจากประเทศอื่นอย่างไร เช่น กล้วยไข่ ซึ่งที่่ผ่านมาผู้บริโภคจีนจะรู้จักกล้วยไข่ที่นำเข้าจากฟิลิปปินส์ แต่ไม่คุ้นเคยกับกล้วยไข่ไทย
4. มีปัญหาและอุปสรรคในการขายผลไม้ไทยอย่างไรบ้าง?
ปัญหาที่พบคือ ปัญหาคุณภาพของผลไม้ที่บางครั้งของส่งมาถึงแล้ว ต้องคืนทั้งตู้คอนเทนเนอร์ก็มี เช่น ทุเรียน เพราะเปลือกกลายเป็นสีดำแล้ว เรื่องนี้ทางบริษัทนำเข้าเล่าให้ฟังว่า ระยะเวลาการขนส่งทางเรือจากไทยถึงท่าเรือเซี่ยงไฮ้ ประมาณ 6-7 วัน บางครั้งกว่าจะออกของได้ต้องใช้เวลา 2-3 วัน รวมการขนส่งถึงศูนย์จัดซื้อของห้างฯ บางทีต้องใช้เวลานานถึง 10-12 วัน หรือบางครั้งก็เป็นปัญหาคุณภาพผลไม้มาตั้งแต่ต้นทางแล้ว ซึ่งเมื่อหักลบระยะเวลาการขนส่งแล้ว ทำให้ผลไม้ไทยซึ่งโดยลักษณะเป็นผลไม้เมืองร้อนที่มีอายุการรักษาความสดสั้นมีระยะเวลาวางขายบนชั้นในห้างฯ ค่อนข้างน้อย ผลไม้ก็จะเปลี่ยนรูปลักษณ์ เช่น ทุเรียน หากมีการดูแลอย่างดีทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นทางจะสามารถวางขายได้ประมาณ 5-7 วัน มังคุดประมาณ 5 วัน ส่วนเงาะอยู่ที่เพียง 2 วัน เท่านั้น
นอกจากนี้ ทางห้างฯ ยังพบว่า การขายผลไม้นำเข้า บางครั้งผู้บริโภคไม่รู้วิธีรับประทานหรือปอกเปลือก เช่น ทุเรียน หรือ ส้มโอ ก็เป็นอุปสรรคที่ทำให้ผู้ซื้อไม่เลือกซื้อ ดังนั้น จึงได้จัดให้มีบริการปอกส้มโอ ณ จุดขายในบางสาขา ปรากฎว่าได้รับผลตอบรับที่ดีจากลูกค้า.
