มุมมองอุตสาหกรรมยานยนต์ของผู้ประกอบการไทยในนครกว่างโจวรอบปีที่ผ่านมา

เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2554 บีไอซีนครกว่างโจวได้ถือโอกาสลุกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เปลี่ยนบรรยากาศออกไปเยี่ยมเยือนนักธุรกิจไทยเพื่อสอบถามสารทุกข์สุขดิบ ปัญหาและอุปสรรคในรอบปีที่ผ่านมา ว่ามีสิ่งใดที่เป็นข้อติดขัด ต้องการความช่วยเหลือ หรือเสาะหาข้อมูลใด ๆ เพื่อเป็นแนวทางให้แก่นักธุรกิจที่สนใจจะเข้ามาลงทุนและเป็นแนวทางในอนาคตต่อไป

พี่ใหญ่แห่งวงการธุรกิจไทยในจีนที่รู้จักกันดีในนามของ “เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี” โดยคุณประเสริฐศักดิ์ องค์วัฒนกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่ม E.C.I ได้ให้ความกรุณา BIC ถึงข้อมูลความรู้ ประสบการณ์ แนวโน้ม ตลอดจนโอกาสทางธุรกิจยานยนต์ที่ซีพีได้เข้ามาดำเนินธุรกิจ ซึ่งมณฑลกวางตุ้งเองถือเป็นฐานสำคัญของจีนในการดำเนินอุตสาหกรรมนี้ เนื่องจากผู้ผลิตต่างชาติ อาทิ โตโยต้า ฮอนด้า นิสสัน โฟร์คสวาเก้น เป็นต้น ได้เข้ามาก่อตั้งโรงงานเพื่อผลิตและส่งขายชิ้นส่วนไปยังมณฑลอื่น ๆ ส่งผลให้ตลาดอุตสาหกรรมยานยนต์เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มที่จะส่งผลให้ธุรกิจอื่นที่มีความเกี่ยวพันกับสินค้ายานยนต์เติบโตตามไปด้วย

BIC: ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานรอบหนึ่งปีที่ผ่านมา

คุณประเสริฐศักดิ์ฯ: ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมายังไม่พบปัญหาในด้านการดำเนินงานเกี่ยวกับธุรกิจยานยนต์

BIC: แนวโน้มตลาดยานยนต์ของจีนในภาพรวม

คุณประเสริฐศักดิ์ฯ: สถานการณ์ของตลาดยานยนต์ของจีนยังแข็งแรง และคาดว่าจะดำเนินต่อไปเช่นนี้อีก 10 ปี โดย 10 ปีที่พูดถึงนั้น ให้มองจากปัจจุบันที่ปริมาณรถยนต์ในแต่ละครัวเรือนกับจำนวนประชากรของจีนในแต่ละเมืองยังไม่สอดคล้องกัน พร้อมทั้งยกตัวอย่างสหรัฐอเมริกาว่า แต่ละครัวเรือนมีรถอย่างน้อยครอบครัวละ 4 คัน เมื่อเปรียบเทียบกับจีนในปัจจุบันที่มีรถยนต์ในแต่ละครอบครัวเฉลี่ยเพียง 1 คันแล้ว เห็นว่าตลาดจีนยังสามารถขยายไปได้อีกมาก ด้วยพฤติกรรมการซื้อรถของผู้บริโภคชาวจีนในปัจจุบัน ไม่เพียงแต่มุ่งใช้ประโยชน์ในครัวเรือน แต่ยังเป็นการแสดงฐานะและยกระดับความเป็นอยู่ของประชากรให้ดียิ่งขึ้น เป็นหน้าเป็นตาให้แก่ครอบครัว รวมถึงนโยบายที่รัฐบาลเองเปิดเสรีให้แต่ละครัวเรือนสามารถมีรถยนต์ไว้ครอบครอง ดังนั้น ชาวจีนที่มีฐานะจึงเลือกที่จะซื้อรถยนต์ที่มีชื่อเสียง เช่น BMW (มักมีการล้อเลียน BMW ว่าเป็นรถยนต์แพง ห้ามแตะต้อง 别摸我 ) ที่ขึ้นชื่อในเรื่องคุณภาพ และความทนทาน

อย่างไรก็ตาม ในจีน การซื้อรถยนต์อเนกประสงค์เพื่อการใช้งานและอำนวยความสะดวกยังมีน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับในประเทศไทย ที่ผู้มีรายได้สูงมักเลือกใช้รถตู้หรือรถที่ให้ความสะดวกสบาย เช่น รถตู้ที่ทำที่นั่งแบบวีไอพี ซึ่งหากผู้บริโภคชาวจีนสนใจตลาดนี้เมื่อไหร่ ตลาดรถยนต์จีนก็จะบูมอีกครั้ง และมีแนวโน้มจะขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ และหากรถปิคอัพที่ถือว่าเป็นรถอเนกประสงค์ของผู้ที่มีรายได้น้อยติดตลาด ก็มั่นใจได้ว่าจะไปได้อีกไกล

BIC: นโยบายส่งเสริมการซื้อรถยนต์โดยคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 17 เปอร์เซ็นต์ให้ผู้ซื้อในปีที่ผ่านมาส่งผลให้มีปริมาณจำนวนรถยนต์บนท้องถนนเพิ่มขึ้นจนนำไปสู่การควบคุมจำนวนรถยนต์นั้นมีมุมมองในเรื่องนี้อย่างไร

คุณประเสริฐศักดิ์ฯ: หากรัฐบาลจะยกเลิกนโยบายนี้เพื่อควบคุมจำนวนรถยนต์นั้น ผมคิดว่าควรยกเลิกเฉพาะในเมืองใหญ่ เช่น นครกว่างโจว เซินเจิ้น เพราะเมืองเล็ก ๆ หลายเมืองยังคงสามารถรองรับปริมาณรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นได้

สำหรับการควบคุมปริมาณรถยนต์บนท้องถนนกว่างโจวนั้น คุณประเสริฐศักดิ์กล่าวว่า นครกว่างโจวมีถนนสายหลักไม่มาก เช่นเดียวกับกรุงเทพที่มีถนนสายหลักเพียงไม่กี่สายอย่าง ถ.สุขุมวิท ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แต่สิ่งสำคัญที่ยังขาดคือสิ่งที่เรียกว่า อุปกรณ์ถนน ซึ่งจะคอยช่วยบังคับและควบคุมการเคลื่อนตัวของจราจร สร้างเลนบังคับให้รถยนต์วิ่งตามเส้นทางที่วิ่งโดยไม่ต้องติดไฟแดง ทำให้ช่วยลดการเกิดปัญหาจราจรคอขวดหรือการจราจรติดขัดได้

มาตรการการใช้รถยนต์วันคู่-วันคี่ที่นครกว่างโจวได้นำมาใช้ช่วงงานมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์นั้นอาจไม่ใช่รูปแบบหนทางที่จะแก้ปัญหาการจราจรได้ทั้งประเทศ โดยยกตัวอย่างช่วงเวลาที่มหานครเซี่ยงไฮ้จัดระเบียบการจราจรช่วงเวิลด์เอ็กโปร์โดยไม่ต้องพึ่งมาตรการวันคู่-วันคี่ว่า มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างมาก ถนนหรือสะพานที่มุ่งหน้าเข้าแหล่งชุมชนถูกรื้อออกเพื่อให้สามารถควบคุมการจราจรได้มากกว่าเดิม ดังนั้น ปัญหารถติดของแต่ละเมืองใหญ่นั้นขึ้นกับการสร้างและวางระบบผังเมืองมากกว่า หากเมืองนั้นรู้ว่าอีก 10 ปี จะแออัดต้องรู้จักวางแผนจัดการกระจายเขตเมืองออกไป ต้องหาแผนขยายตัวเมืองสู่เมืองใกล้เคียง

City Planning เป็นการสร้างผังเมืองเพื่อลดความแออัดของเมืองนั้น ๆ เช่น ในปัจจุบัน มณฑลเหอเป่ยกำลังจะถูกปักกิ่งกลืนเข้ามาเพื่อรวมพื้นที่ให้กลายเป็นเมืองสำรองเพื่อกระจายชุมชนออกไปจากเขตเมือง นครเซี่ยงไฮ้เองก็ได้เริ่มรวมเมืองบางเมือง ย้ายเมืองมหาวิทยาลัยไปพื้นที่แห่งหนึ่ง นครกว่างโจวเองก็ได้ดำเนินการควบเมืองฝอซานเข้าด้วยกัน ส่งผลให้ประชาชนกระจายตัวไปสู่ชานเมือง โดยมีการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการคมนาคมด้วยการเปิดเส้นทางรถไฟใต้ดินสายฝอซาน-กว่างโจว (ซึ่งได้เร่งดำเนินการมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2550 และเริ่มเปิดให้ใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2553 ภายในเวลาเพียง 40 เดือน ก็สามารถสร้างเส้นทางรถไฟใต้ดิน 21 สถานีที่มีความยาว 32.16 กิโลเมตร) นอกจากนี้ยังได้กระจายธุรกิจภาคการเงินการธนาคารและพัฒนาเทคโนโลยี แหล่งการค้า การผลิตต่าง ๆ ไปตั้งศูนย์กลางในเมืองฝอซาน ซึ่งก็สามารถกระจายประชากรออกไปอยู่นอกนครกว่างโจวได้โดยไม่ต้องเข้ามาแออัดในเมือง

BIC: โอกาสและแนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยในมณฑลกวางตุ้ง

คุณประเสริฐศักดิ์ฯ: โอกาสด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ในมณฑลกวางตุ้ง ในส่วนของธุรกิจยานยนต์นับว่าเป็นตลาดใหญ่ที่มีความต้องการรถยนต์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งก็ไม่จำเป็นที่จะต้องทำธุรกิจประกอบรถยนต์โดยตรง ในด้านอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ก็ยังไปได้อีกไกล พร้อมทั้งยกตัวอย่างธุรกิจเกี่ยวกับชิ้นส่วนยานยนต์ในเมืองจ้านเจียงเมืองทางใต้สุดของมณฑลกวางตุ้ง สามารถสร้างกำไรให้แก่ธุรกิจของเครือยานยนต์ในกลุ่มซีพี จากเดิมที่ผลิตเพียงคาร์บูเรเตอร์ของรถจักรยานยนต์เพียงอย่างเดียว แต่ปัจจุบันมีการต่อยอดและผลิตชิ้นส่วนของรถยนต์ด้วย ส่งผลให้กำไรเพิ่มจาก 30 ล้านหยวนเป็นร้อยกว่าล้านหยวนต่อปี

ทั้งนี้ ในมหานครฉงชิ่งและมณฑลเจ้อเจียง ผู้ประกอบการหลายรายที่เพียงแค่ทำอะไหล่ชิ้นส่วนยานยนต์ก็สามารถทำกำไรได้อย่างรวดเร็วและรวยกว่าผู้ประกอบรถยนต์เสียอีก เนื่องจากตลาดยานยนต์ขยายตัวและมียอดการสั่งซื้อจำนวนมาก ทางเลือกทั้งรุ่นและยี่ห้อรถที่หลากหลายอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันเป็นผลมาจากสภาวะความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้บริโภคประกอบกับนโยบายสนับสนุนจากรัฐบาล ทำให้ผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสามารถสรรหารถยนต์มาเป็นของตัวเอง ไม่เหมือนสมัยก่อนที่มีการจำกัดการครอบครองรถยนต์ส่วนบุคคลทำให้อุปสงค์-อุปทานไม่สมดุลกัน

ปัจจุบัน ตลาดชิ้นส่วนยานยนต์ในจีนมีโอกาสเติบโตแบบก้าวกระโดด เพราะปริมาณการผลิตที่มากผสมผสานกับฝีมือการผลิตที่พัฒนาขึ้นทำให้สามารถพัฒนาอะไหล่ได้ดีกว่าโรงงานที่ผลิตน้อย การซื้อวัตถุดิบก็สามารถซื้อได้ในราคาที่ถูกกว่า ส่งผลให้ต้นทุนต่อชิ้นถูกกว่าเมื่อเทียบกับผู้ผลิตรายเล็กอย่างในประเทศไทย ต้นทุนต่อชิ้นที่สูงกว่าจึงอาจนำไปสู่การหันเหไปพึ่งตลาดอะไหล่ในจีนได้

BIC: ปัญหาด้านการบริหารจัดการที่น่าสนใจในช่วงที่ผ่านมา

คุณประเสริฐศักดิ์ฯ: ค่าแรงและค่าครองชีพที่สูงขึ้นจากกฎหมายแรงงานจีนที่ปกป้องและให้สิทธิกับลูกจ้างมากขึ้นทำให้ทางบริษัทต้องกำหนดผลตอบแทนของลูกจ้างไม่ให้ต่ำกว่ามาตรฐาน อย่างไรก็ดี ทางรัฐบาลจีนก็ได้ช่วยเหลือเรื่องการชดเชยภาษีคืนให้กับภาคธุรกิจ ตอบแทนภาคเอกชนที่นับว่าได้ช่วยในการพัฒนาและยกระดับสภาพความเป็นอยู่ของประชากรจีนในเรื่องของรายได้และการจ้างงาน

แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด ณ ตอนนี้ไม่ใช่มาตรการหรือนโยบายของรัฐ แต่กลับเป็นการแข่งขันกันเองของภาคเอกชน อุตสาหกรรมใหญ่ที่เข้าไปในพื้นที่หนึ่งๆ มักจะมาดึงเอาตัวบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญ ซึ่งเคยถูกบ่มเพาะและฝึกฝนจากอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ในพื้นที่นั้นๆ อยู่แล้ว ด้วยการเสนอเงินเดือนพร้อมสวัสดิการที่ดีกว่าให้ ซึ่งในจุดนี้แม้แต่รัฐบาล ก็ไม่สามารถช่วยได้ เสมือนหนึ่งฝากเราเลี้ยง พอเป็นงานก็ไป นโยบายภาครัฐบาลไม่น่ากลัวเท่ากับการแข่งขันกันของภาคเอกชนที่ต้องมาแข่งกันเอง ซึ่งนอกจากดึงคนเก่งไปแล้ว ยังดึงมาตรฐานด้านค่าตอบแทนให้สูงขึ้นอีกด้วย นับว่า เป็นอันตรายกว่านโยบายการปรับค่าแรงของรัฐที่ทำให้เราต้องปรับฐานของตัวเองให้สอดคล้องตามสภาพด้วย ปัญหาเหล่านี้จะพบมากในเมืองที่กำลังพัฒนา เมื่อเมืองเจริญ อุตสาหกรรมใหญ่เข้ามา นักศึกษาจบใหม่ก็เลือกที่จะเข้าทำงานในบริษัทใหญ่ที่มีผลตอบแทนที่สูงทั้งสิ้น

ภาพรวมด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ในจีนผ่านมุมมองของผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการนี้กว่าสองทศวรรษอาจเป็นนัยยะสำคัญแก่ผู้ประกอบการไทยให้ทราบถึงข่าวดีที่ยังมีโอกาสอีกมากในการบุกตลาดรถยนต์ประเทศจีน เพราะผู้บริโภคชาวจีนในปัจจุบันไม่เกี่ยงราคาสินค้า หากว่าการจ่ายไปคุ้มกับคุณภาพที่จะได้รับ ในขณะเดียวกันก็เป็นการเตือนอย่างกลาย ๆ แก่ผู้ประกอบการชาวไทยที่ยังหลงคิดว่าตนเองเเน่ในอุตสาหกรรมนี้ หากไม่รีบปรับเปลี่ยนกลยุทธในการดำเนินธุรกิจเพื่อปรับตัวให้เข้ากับ “จีนภิวัฒน์” ที่ำกำลังจะเกิดขึ้นในตลาดยานยนต์แล้ว เราอาจเสียส่วนแบ่งของตลาดยานยนต์ไปได้

14 กุมภาพันธ์ 2554
แหล่งข้อมูล: การให้สัมภาษณ์ของคุณประเสริฐศักดิ์ องค์วัฒนกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่ม E.CI. เครือเจริญโภคภัณฑ์ วันที่ 7 มกราคม 2554(07/01/2011)
โดย: น.ส. สากิยา ลิ่มปิยะกรณ์

Back to the list

More Related

  • ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการจัดแสดงสินค้านานาชาติที่สำคัญในภูมิภาคเอเชีย และยังเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีที่มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในภูมิภาคและของโลก โดยในแต่ละปี ฮ่องกงจะมีงานจัดแสดงสินค้าอัญมณีขนาดใหญ่ถึง 3 ครั้งในเดือนมีนาคม มิถุนายน และกันยายน
  • นักท่องเที่ยวที่นิยมท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นกลุ่มใหญ่ ตามด้วยไกด์ที่ถือธงสีแดงผ่านสถานที่ท่องเที่ยว และศูนย์การค้าต่างๆ ได้กลายเป็นภาพติดตาที่ทุกคนต่างเรียกว่า “กรุ๊ปทัวร์จีน”
  • เมื่อวันที่ 7-10 พ.ค. 2556 ฮ่องกงได้มีการจัดงานมหกรรมอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “HOFEX” ขึ้นที่ Hong Kong Convention and Exhibition Centre โดยงานดังกล่าวเป็นงานมหกรรมอาหารที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่มร่วมออกบูธจำนวนกว่า 1,900 ราย จาก 48 ประเทศทั่วโลก และสามารถดึงดูดผู้เที่ยวชมได้ถึง 35,000 ราย ในโอกาสดังกล่าว บีไอซีได้เดินทางไปเที่ยวชมงานและเที่ยวชิมอาหารจากนานาประเทศทั่วโลก รวมถึงสัมภาษณ์ผู้ประกอบการไทยที่มาร่วมงานด้วย จึงขอนำข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากทุกท่าน ดังนี้
  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง จัดงานเทศกาลอาหารและวัฒนธรรมไทย ณ นครฉางซา มณฑลหูหนาน (Thai Food and Culture Festival 2013, Changsha) ระหว่างวันที่ 9-12 พฤษภาคม 2556 ณ ห้างสรรพสินค้า ID Mall โดยได้รับความร่วมมือจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครหนานหนิง และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สาขานครคุนหมิง
  • ในบทความนี้ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (BIC) ขอพาท่านไปดูกันว่า การจะเปิดร้านอาหารไทยในจีนนั้น มีกฎระเบียบอะไรที่ต้องคำนึงถึง และมีขั้นตอนยากง่ายประการใด

สถานการณ์ในต่างประเทศ