
วิวัฒนาการอันก้าวล้ำของเทคโนโลยีในโลกปัจจุบัน ส่งผลให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากยิ่งขึ้น
การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองความต้องการและสร้างความสะดวกสบายในการดำรงชีวิต ทำให้อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้รับอานิสงค์ขยายตัวไปตามๆ กัน
|
|
หนึ่งในอุตสาหกรรมนั้นก็คือ อุตสาหกรรมการผลิตแบตเตอรี่ เนื่องจากอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์จำเป็นต้องใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ในการควบคุมการทำงาน ฉะนั้น โอกาสจึงตกไปอยู่ที่ผู้ผลิตแบตเตอรี่ และถ่านไฟฉายชนิดต่างๆ
มูลค่าตลาดโลกของแบตเตอรี่ในปี 53 อยู่ที่ราวๆ 6.5 หมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐ และคาดว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า (ปี 58) มูลค่าตลาดน่าจะพุ่งสูงถึง 7.3 หมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐ
ทว่าปัจจุบัน มีประเทศผู้ผลิตเพียงไม่กี่รายในโลกที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ทางฝั่งเอเชียตะวันออกอย่างประเทศญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ไต้หวัน (ฝั่งตะวันตกมีประเทศสหรัฐอเมริกา) แต่ที่เห็นจะมาแรงในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคงหนีไม่พ้น “จีนแผ่นดินใหญ่”
ทั้งนี้ หากแบ่งตามลักษณะการใช้งาน แบตเตอรี่สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ แบตเตอรี่แบบใช้แล้วทิ้ง (Non-rechargeable Battery) กับแบตเตอรี่แบบชาร์จใหม่ได้ (Rechargeable Battery)
รายงานของ Frost & Sullivansay ชี้ว่า สัดส่วนทางการตลาดของแบตเตอรี่แบบใช้แล้วทิ้งมีแนวโน้มลดลง ขณะที่แบตเตอรี่แบบชาร์จใหม่ได้จะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 76.4 ในปี 53 เป็นร้อยละ 82.6 ในปี 58
พัฒนาการของอุตสาหกรรมการผลิตแบตเตอรี่ หลังจากที่มนุษย์ได้รู้จักกับแบตเตอรี่แบบชาร์จใหม่ได้ เริ่มต้นจากแบตเตอรี่สะสมไฟแบบตะกั่ว (Lead Storage Battery) แบตเตอรี่ NICAD (Nickel-Cadmium Cell) แบตเตอรี่ NiMH (Nickel Metal Hydride Cell) และแบตเตอรี่น้องใหม่ที่ได้รับการจับตามองจากภาคอุตสาหกรรม คือ แบตเตอรี่ลิเธียม (Lithium Battery)
แบตเตอรี่ลิเธียมสามารแบ่งตามลักษณะการใช้งานออกเป็น 3 ประเภท คือ 1) แบตเตอรี่ลิเธียมขนาดเล็ก ใช้สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค PDA โทรศัพท์มือถือ MP3 MP4 และกล้องถ่ายรูป 2) แบตเตอรี่ขับเคลื่อนไฟฟ้า ใช้สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า รถจักรยานไฟฟ้า รวมถึงอุปกรณ์ที่ทำงานด้วยพลังงานไฟฟ้าประเภทอื่นๆ และ 3) แบตเตอรี่สะสมพลังงาน ใช้สำหรับสถานีผลิตกระแสไฟฟ้า
แบตเตอรี่ลิเธียมถูกประดิษฐ์คิดค้นออกสู่ตลาดในเชิงพาณิชย์ช่วงยุค 90 หากเปรียบเทียบกับแบตเตอรี่แบบชาร์ใหม่ได้ชนิดอื่นๆ พบว่า แบตเตอรี่ลิเธียมมีความหนาแน่นของพลังงานสูง (Energy Density) อายุการใช้งานยาวนาน (Cycle Life) อัตราการคลายประจุต่ำ (Self Discharge Rate) และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
|
|
สำหรับจุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรมการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมในประเทศจีนต้องย้อนกลับไปเมื่อ 15 ปีก่อน (ปลายปี 2540) จีนได้นำเข้า เรียนรู้ และวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่เชิงอุตสาหกรรมพาณิชย์ด้วยตนเอง
ระยะเวลาสั้นๆ เพียง 4 ปี จีนสามารถผลิตแบตเตอรี่ด้วยเทคโนโลยีของตนเอง โดยในปี 2544 บริษัทในเมืองเซินเจิ้นอย่าง BYD (比亚迪) และ B&K (邦凯电池) เริ่มบุกเบิกการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียม ทำให้อุตสาหกรรมดังกล่าวเกิดการพัฒนาอย่างรวดเร็ว และนำพาจีนก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในยักษ์ใหญ่ในแวดวงอุตสาหกรรมแบตเตอรี่โลกในปัจจุบัน
จากข้อมูล พบว่า จีนมีปริมาณสำรองแร่ลิเธียมมากเป็นอันดับ 4 ของโลก ถึงแม้แหล่งสำรองและผลิตแร่ลิเธียมขนาดใหญ่กระจายอยู่ในประเทศฝั่งทวีปอเมริกาใต้ (ชิลีเป็นแหล่งผลิตและส่งออกแร่ลิเธียมรายใหญ่ของโลก) แต่ฐานการผลิตกลับอยู่ทางฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน
ปัจจุบัน จีนเป็นฐานการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมที่ใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกแบตเตอรี่ลิเธียมอันดับ 2 ของโลก
|
|
เนื้อหาส่วนหนึ่งใน White Book ซึ่งรายงานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจีน ระบุว่า เมื่อปี 53 จีนมีมูลค่าการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไออน 27,610 ล้านหยวน ขยายตัวร้อยละ 37.9 (YoY)
หากมองในแง่ปริมาณการผลิต พบว่า ปี 53 จีนสามารถผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไออนได้เป็นจำนวนกว่า 3,670 ล้านชิ้น เติบโตสูงถึงร้อยละ 33.9 (YoY) ทำให้แบตเตอรี่ลิเธียมที่ผลิตในจีนคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 30 ของปริมาณการผลิตทั่วโลก
ขณะที่ภาคการส่งออก พบว่า ปี 53 จีนมีปริมาณส่งออกแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 1,195 ล้านชิ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.5 (YoY) คิดเป็นมูลค่า 3,719 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.7 (YoY)
|
|
ปัจจุบัน จีนมีวิสาหกิจผู้ผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมขนาดใหญ่มากกว่า 1,500 ราย โดยผู้ผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมยักษ์ใหญ่(ที่เป็นสัญชาติจีน) มีอยู่เพียง 4 ราย อาทิ Lishen (力神) BYD (比亚迪) BAK (比克) และ ATL (新能源)
แต่เป็นที่น่าสังเกตุว่า ผู้ส่งออกรายใหญ่กลับเป็นบริษัทต่างชาติที่เข้ามา(ร่วม)ลงทุนในจีนแผ่นดินใหญ่เสียเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะบริษัทจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้อย่าง Sony, Panasonic, Sanyo, Samsung และ LG
นอกจากนี้ พบว่า 7 ใน 10 ประเทศที่เป็นตลาดผู้บริโภคแบตเตอรี่รายใหญ่ของจีนตั้งอยู่ในทวีปเอเชีย ขณะที่ประเทศฝั่งตะวันตกมีเพียง 3 ประเทศที่สามารถเบียดเข้ามาอยู่ในตารางจัดอันดับ ข้อสังเกต ปริมาณและมูลค่าการส่งออกไปฮ่องกงครองสัดส่วนเกินกว่าครึ่งหนึ่ง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากปัจจัยด้านนโยบายการค้า และบทบาทการเป็นพ่อค้าคนกลางของฮ่องกง
|
|
นักวิเคราะห์ชั้นนำของโลกต่างมองว่า อุตสาหกรรมการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมของจีนจะมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต ทั้งจากปัจจัยภายใน (การดำเนินมาตรการคุมเข้มอุตสาหกรรมการผลิตแบตเตอรี่ตะกั่ว และการดำเนินมาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมพลังงานทางเลือกใหม่) และปัจจัยภายนอก (เหตุการณ์แผ่นดินไหวในญี่ปุ่น ซึ่งส่งผลให้ตลาดแบตเตอรี่ในญี่ปุ่นเกิดภาวะชะลอตัว ผู้ซื้อเบนเข็มมาสั่งซื้อในจีนแทน)
ผู้อ่านคงเกิดข้อสงสัยว่า ทำไมแบตเตอรี่ลิเธียมจึงทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ? แบตเตอรี่ชนิดนี้จุดเด่นตรงไหน? แล้วมีจุดด้อยหรือป่าว? เรามาดูกันครับ
|
|
หวังว่า ผู้อ่านคงได้รู้จักคร่าวๆ ว่าแบตเตอรี่ลิเธียมคืออะไรกันไปบ้างแล้ว.. ส่วนในฉบับหน้า BIC จะนำท่านผู้อ่านมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมในอนาคตของจีนกันครับ


