จีน : ทิศทางการพัฒนาพลังงานทางเลือกกับโอกาสของ “แบตเตอรี่ลิเธียม” (ตอน 1/2)
จีน : ทิศทางการพัฒนาพลังงานทางเลือกกับโอกาสของ “แบตเตอรี่ลิเธียม” (ตอน 1/2)

วิวัฒนาการอันก้าวล้ำของเทคโนโลยีในโลกปัจจุบัน ส่งผลให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากยิ่งขึ้น

การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองความต้องการและสร้างความสะดวกสบายในการดำรงชีวิต ทำให้อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้รับอานิสงค์ขยายตัวไปตามๆ กัน

หนึ่งในอุตสาหกรรมนั้นก็คือ อุตสาหกรรมการผลิตแบตเตอรี่ เนื่องจากอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์จำเป็นต้องใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ในการควบคุมการทำงาน ฉะนั้น โอกาสจึงตกไปอยู่ที่ผู้ผลิตแบตเตอรี่ และถ่านไฟฉายชนิดต่างๆ

มูลค่าตลาดโลกของแบตเตอรี่ในปี 53 อยู่ที่ราวๆ 6.5 หมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐ และคาดว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า (ปี 58) มูลค่าตลาดน่าจะพุ่งสูงถึง 7.3 หมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐ

ทว่าปัจจุบัน มีประเทศผู้ผลิตเพียงไม่กี่รายในโลกที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ทางฝั่งเอเชียตะวันออกอย่างประเทศญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ไต้หวัน (ฝั่งตะวันตกมีประเทศสหรัฐอเมริกา) แต่ที่เห็นจะมาแรงในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคงหนีไม่พ้น จีนแผ่นดินใหญ่

ทั้งนี้ หากแบ่งตามลักษณะการใช้งาน แบตเตอรี่สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ แบตเตอรี่แบบใช้แล้วทิ้ง (Non-rechargeable Battery) กับแบตเตอรี่แบบชาร์จใหม่ได้ (Rechargeable Battery)

รายงานของ Frost & Sullivansay ชี้ว่า สัดส่วนทางการตลาดของแบตเตอรี่แบบใช้แล้วทิ้งมีแนวโน้มลดลง ขณะที่แบตเตอรี่แบบชาร์จใหม่ได้จะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 76.4 ในปี 53 เป็นร้อยละ 82.6 ในปี 58

พัฒนาการของอุตสาหกรรมการผลิตแบตเตอรี่ หลังจากที่มนุษย์ได้รู้จักกับแบตเตอรี่แบบชาร์จใหม่ได้ เริ่มต้นจากแบตเตอรี่สะสมไฟแบบตะกั่ว (Lead Storage Battery) แบตเตอรี่ NICAD (Nickel-Cadmium Cell) แบตเตอรี่ NiMH (Nickel Metal Hydride Cell) และแบตเตอรี่น้องใหม่ที่ได้รับการจับตามองจากภาคอุตสาหกรรม คือ แบตเตอรี่ลิเธียม (Lithium Battery)

แบตเตอรี่ลิเธียมสามารแบ่งตามลักษณะการใช้งานออกเป็น 3 ประเภท คือ 1) แบตเตอรี่ลิเธียมขนาดเล็ก ใช้สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค PDA โทรศัพท์มือถือ MP3 MP4 และกล้องถ่ายรูป 2) แบตเตอรี่ขับเคลื่อนไฟฟ้า ใช้สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า รถจักรยานไฟฟ้า รวมถึงอุปกรณ์ที่ทำงานด้วยพลังงานไฟฟ้าประเภทอื่นๆ และ 3) แบตเตอรี่สะสมพลังงาน ใช้สำหรับสถานีผลิตกระแสไฟฟ้า

แบตเตอรี่ลิเธียมถูกประดิษฐ์คิดค้นออกสู่ตลาดในเชิงพาณิชย์ช่วงยุค 90 หากเปรียบเทียบกับแบตเตอรี่แบบชาร์ใหม่ได้ชนิดอื่นๆ พบว่า แบตเตอรี่ลิเธียมมีความหนาแน่นของพลังงานสูง (Energy Density) อายุการใช้งานยาวนาน (Cycle Life) อัตราการคลายประจุต่ำ (Self Discharge Rate) และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สำหรับจุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรมการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมในประเทศจีต้องย้อนกลับไปเมื่อ 15 ปีก่อน (ปลายปี 2540) จีนได้นำเข้า เรียนรู้ และวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่เชิงอุตสาหกรรมพาณิชย์ด้วยตนเอง

ระยะเวลาสั้นๆ เพียง 4 ปี จีสามารถผลิตแบตเตอรี่ด้วยเทคโนโลยีของตนเอง โดยในปี 2544 บริษัทในเมืองเซินเจิ้นอย่าง BYD (比亚迪) และ B&K (邦凯电池) เริ่มบุกเบิกการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียม ทำให้อุตสาหกรรมดังกล่าวเกิดการพัฒนาอย่างรวดเร็ว และนำพาจีนก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในยักษ์ใหญ่ในแวดวงอุตสาหกรรมแบตเตอรี่โลกในปัจจุบัน

จากข้อมูล พบว่า จีมีปริมาณสำรองแร่ลิเธียมมากเป็นอันดับ 4 ของโลก ถึงแม้แหล่งสำรองและผลิตแร่ลิเธียมขนาดใหญ่กระจายอยู่ในประเทศฝั่งทวีปอเมริกาใต้ (ชิลีเป็นแหล่งผลิตและส่งออกแร่ลิเธียมรายใหญ่ของโลก) แต่ฐานการผลิตกลับอยู่ทางฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน

ปัจจุบัน จีเป็นฐานการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมที่ใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกแบตเตอรี่ลิเธียมอันดับ 2 ของโลก

เนื้อหาส่วนหนึ่งใน White Book ซึ่งรายงานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจีน ระบุว่า เมื่อปี 53 จีนมีมูลค่าการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไออน 27,610 ล้านหยวน ขยายตัวร้อยละ 37.9 (YoY)

หากมองในแง่ปริมาณการผลิต พบว่า ปี 53 จีสามารถผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไออนได้เป็นจำนวนกว่า 3,670 ล้านชิ้น เติบโตสูงถึงร้อยละ 33.9 (YoY) ทำให้แบตเตอรี่ลิเธียมที่ผลิตในจีนคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 30 ของปริมาณการผลิตทั่วโลก

ขณะที่ภาคการส่งออก พบว่า ปี 53 จีมีปริมาณส่งออกแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 1,195 ล้านชิ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.5 (YoY) คิดเป็นมูลค่า 3,719 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.7 (YoY)

ปัจจุบัน จีมีวิสาหกิจผู้ผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมขนาดใหญ่มากกว่า 1,500 ราย โดยผู้ผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมยักษ์ใหญ่(ที่เป็นสัญชาติจีน) มีอยู่เพียง 4 ราย อาทิ Lishen (力神) BYD (比亚迪) BAK (比克) และ ATL (新能源)

แต่เป็นที่น่าสังเกตุว่า ผู้ส่งออกรายใหญ่กลับเป็นบริษัทต่างชาติที่เข้ามา(ร่วม)ลงทุนในจีนแผ่นดินใหญ่เสียเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะบริษัทจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้อย่าง Sony, Panasonic, Sanyo, Samsung และ LG

นอกจากนี้ พบว่า 7 ใน 10 ประเทศที่เป็นตลาดผู้บริโภคแบตเตอรี่รายใหญ่ของจีนตั้งอยู่ในทวีปเอเชีย ขณะที่ประเทศฝั่งตะวันตกมีเพียง 3 ประเทศที่สามารถเบียดเข้ามาอยู่ในตารางจัดอันดับ ข้อสังเกต ปริมาณและมูลค่าการส่งออกไปฮ่องกงครองสัดส่วนเกินกว่าครึ่งหนึ่ง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากปัจจัยด้านนโยบายการค้า และบทบาทการเป็นพ่อค้าคนกลางของฮ่องกง

นักวิเคราะห์ชั้นนำของโลกต่างมองว่า อุตสาหกรรมการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมของจีนจะมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต ทั้งจากปัจจัยภายใน (การดำเนินมาตรการคุมเข้มอุตสาหกรรมการผลิตแบตเตอรี่ตะกั่ว และการดำเนินมาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมพลังงานทางเลือกใหม่) และปัจจัยภายนอก (เหตุการณ์แผ่นดินไหวในญี่ปุ่น ซึ่งส่งผลให้ตลาดแบตเตอรี่ในญี่ปุ่นเกิดภาวะชะลอตัว ผู้ซื้อเบนเข็มมาสั่งซื้อในจีนแทน)

ผู้อ่านคงเกิดข้อสงสัยว่า ทำไมแบตเตอรี่ลิเธียมจึงทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ? แบตเตอรี่ชนิดนี้จุดเด่นตรงไหน? แล้วมีจุดด้อยหรือป่าว? เรามาดูกันครับ

หวังว่า ผู้อ่านคงได้รู้จักคร่าวๆ ว่าแบตเตอรี่ลิเธียมคืออะไรกันไปบ้างแล้ว.. ส่วนในฉบับหน้า BIC จะนำท่านผู้อ่านมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมในอนาคตของจีนกันครับ
31 มีนาคม 2555
โดย: นายกฤษณะ สุกันตพงศ์ ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครหนานหนิง

Back to the list

More Related

  • ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการจัดแสดงสินค้านานาชาติที่สำคัญในภูมิภาคเอเชีย และยังเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีที่มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในภูมิภาคและของโลก โดยในแต่ละปี ฮ่องกงจะมีงานจัดแสดงสินค้าอัญมณีขนาดใหญ่ถึง 3 ครั้งในเดือนมีนาคม มิถุนายน และกันยายน
  • นักท่องเที่ยวที่นิยมท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นกลุ่มใหญ่ ตามด้วยไกด์ที่ถือธงสีแดงผ่านสถานที่ท่องเที่ยว และศูนย์การค้าต่างๆ ได้กลายเป็นภาพติดตาที่ทุกคนต่างเรียกว่า “กรุ๊ปทัวร์จีน”
  • เมื่อวันที่ 7-10 พ.ค. 2556 ฮ่องกงได้มีการจัดงานมหกรรมอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “HOFEX” ขึ้นที่ Hong Kong Convention and Exhibition Centre โดยงานดังกล่าวเป็นงานมหกรรมอาหารที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่มร่วมออกบูธจำนวนกว่า 1,900 ราย จาก 48 ประเทศทั่วโลก และสามารถดึงดูดผู้เที่ยวชมได้ถึง 35,000 ราย ในโอกาสดังกล่าว บีไอซีได้เดินทางไปเที่ยวชมงานและเที่ยวชิมอาหารจากนานาประเทศทั่วโลก รวมถึงสัมภาษณ์ผู้ประกอบการไทยที่มาร่วมงานด้วย จึงขอนำข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากทุกท่าน ดังนี้
  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง จัดงานเทศกาลอาหารและวัฒนธรรมไทย ณ นครฉางซา มณฑลหูหนาน (Thai Food and Culture Festival 2013, Changsha) ระหว่างวันที่ 9-12 พฤษภาคม 2556 ณ ห้างสรรพสินค้า ID Mall โดยได้รับความร่วมมือจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครหนานหนิง และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สาขานครคุนหมิง
  • ในบทความนี้ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (BIC) ขอพาท่านไปดูกันว่า การจะเปิดร้านอาหารไทยในจีนนั้น มีกฎระเบียบอะไรที่ต้องคำนึงถึง และมีขั้นตอนยากง่ายประการใด

สถานการณ์ในต่างประเทศ