สถานการณ์ปัจจุบันของภาค SMEs ในอินโดนีเซีย
สถานการณ์ปัจจุบันของภาค SMEs ในอินโดนีเซีย

1. มาตรการส่งเสริมภาค SMES ของรัฐบาล อินโดนีเซีย

1.1 ภาค SMEs ของอินโดนีเซียสร้างโอกาสในการจ้างงานและการสร้างรายได้ให้กับประชากรของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลอินโดนีเซียจึงมีความตั้งใจที่จะพัฒนาภาค SMEs ของประเทศ

1.2 รัฐบาลอินโดนีเซีย ได้จัดสรรเงินงบประมาณประจำปี 2553 จำนวน 20 พันล้าน รูเปียห์ผ่านโครงการ Micro-credit support programme (KUR) ซึ่งดำเนินการโดยธนาคารพาณิชย์ของรัฐ โดยตั้งแต่เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2553 ผู้ประกอบการจำนวน 680,270 คนได้รับเงินกู้รวมเป็นยอดเงินทั้งสิ้น 6.5 พันล้านรูเปียห์ วงเงินกู้สูงสุดสำหรับธุรกิจขนาดย่อม (micro scale) คือ 20 ล้านรูเปียห์ต่อราย (ประมาณ 2 พันดอลลาร์สหรัฐ) จากเดิมเพียง 5 ล้านรูเปียห์ต่อราย (ประมาณ 5 ร้อยดอลลาร์สหรัฐ) ทั้งนี้ นิยามของธุรกิจขนาดย่อมของรัฐบาลอินโดนีเซีย คือ ธุรกิจที่มีเงินทุนไม่เกิน 50 ล้านรูเปียห์

1.3 เมื่อกลางเดือนกันยายน 2553 ที่ผ่านมา นาย Hatta Rajasa, Coordinating Economic Minister ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า กระทรวงการค้า/กระทรวง SMEs/กระทรวงเกษตร/กระทรวงอุตสาหกรรม/กระทรวงป่าไม้ได้ลงนาม MoU กับ บริษัทด้าน credit insurance และธนาคารพาณิชย์ต่างๆ เพื่อส่งเสริมการให้สินเชื่อกับ SMEs อย่างจริงจังมากขึ้น

2. ปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาภาค SMEs ของ อินโดนีเซีย

2.1 อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงและความยากลำบากในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับ SMEs ในปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 20 – 30 ซึ่งสภาหอการค้าและอุตสาหกรรม อินโดนีเซีย (KADIN) เห็นว่าไม่ควรสูงกว่าร้อยละ 17 (อัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่คือร้อยละ 12) นอกจากนี้ ขั้นตอนการยื่นเอกสารเพื่อขอรับสินเชื่อจากธนาคารต่างๆ มีความยุ่งยากและผู้ประกอบการ SMEs บางราย (1) ยังไม่ทราบข่าวสารเกี่ยวกับโครงการ KUR เพื่อสนับสนุน SMEs (2) มีประเภทของธุรกิจที่มิใช่เป้าหมายที่ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ต้องการปล่อยสินเชื่อ

2.2 ขีดความสามารถของ SMEs อินโดนีเซียที่ค่อนข้างจำกัด

ระดับ entrepreneur spirit ของผู้ประกอบการ SMEs อินโดนีเซียยังไม่สูงพอเนื่องจากยังขาด know how ในการปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์ การทำการตลาดต่างประเทศ และการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ปัญหาข้างต้นยังเกี่ยวพันกับ (1) แรงงานอินโดนีเซียซึ่งมีจำนวนมากแต่ยังคงเป็น low-skilled labor (2) เทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับ SMEs ในแต่ละประเภท

3. บทบาทของภาคเอกชนอินโดนีเซียในการส่งเสริมธุรกิจ SMEs ของประเทศ

KADIN มีแผนจะส่งเสริมขีดความสามารถของผู้ประกอบการ SMEs โดย เจ้าหน้าที่KADIN จะให้ความช่วยเหลือในการจัดตั้งธุรกิจเป็นระยะเวลา 6 เดือนแก่ผู้ประกอบการที่ได้รับสินเชื่อแล้ว และจะส่งเสริมการดำเนินการให้มูลค่าการส่งออกภาค SMEห ของประเทศเพิ่มขึ้นในอนาคต (มูลค่าการส่งออกของภาค SMEs อินโดนีเซียลดลงจาก 1.35 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2008 เหลือเป็นจำนวน 1.23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

12 มิถุนายน 2555
แหล่งข้อมูล: สอท. ณ กรุงจาการ์ตา (15 ตุลาคม 2553)

Back to the list

More Related

  • รัฐบาลอินโดนีเซียภายใต้การนำของ โจโค วิโดโด มีความมุ่งมั่นในการปฏิรูปเศรษฐกิจอินโดนีเซียอย่างจริงจัง เพื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มงบประมาณสำหรับพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐาน รวมทั้งออกมาตรการดึงดูดการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ ล่าสุดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา รัฐบาลอินโดนีเซียได้เปิดตัวการลดขั้นตอนและลดระยะเวลาในการขอใบอนุญาตการลงทุนในแดนอิเหนาโดยใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมง เท่านั้น  
  • อินโดนีเซียเคยเป็นประเทศอาณานิคมของหลายประเทศ แต่ที่ยาวนานที่สุดคือเนเธอร์แลนด์ โดย ได้รับเอกราชเมื่อประมาณ 70 ปีที่ผ่านมา จึงทำให้คนอินโดนีเซียมีความเป็นอิสระสูงทั้งในด้านการเมือง และเศรษฐกิจ จึงมักจะแสดงบทบาทของประเทศในฐานะผู้นำกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา....
  • ทางการแดนอิเหนาเริ่มเข้มงวดมากขึ้นกับการจัดจ้างคนต่างชาติ เพื่อส่งเสริมการจ้างแรงงานท้องถิ่นให้มากขึ้น
  • ตามที่กระทรวงการคลังอินโดนีเซีย ได้ประกาศกฎกระทรวงฯ ที่ 132/2015 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2558 กำหนดอัตราภาษีนำเข้าสินค้ามากกว่า 100 รายการ ภายใต้กรอบ WTO เพื่อให้สินค้าและผู้ผลิตท้องถิ่นสามารถแข่งขันกับสินค้าจากต่างประเทศได้นั้น
  • ประเทศไทยและอินโดนีเซีย เป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางด้านการค้าอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากตลาดอินโดนีเซียต้องการสินค้าหลากหลายประเภทจากไทย อีกทั้งชนชั้นกลางของอินโดนีเซียกำลังจะขยายตัวจาก 10 % ในปัจจุบัน แต่ในไม่ช้านี้จะกลายเป็น 20-30%
  • อินโดนีเซียเสนอลดหย่อนภาษี บริษัทส่งออกผลผลิตอย่างน้อย 30% หวังกระตุ้นส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม หลังโภคภัณฑ์ตกต่ำ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ