อินโดนีเซีย...แรงงานและทรัพยากร ศักยภาพที่พร้อมรอการลงทุน

ที่ผ่านมาการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียมาจากการบริโภคภายในประเทศกว่าร้อยละ 60 ของ GDP ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำในขณะนี้คือ การสร้างให้เกิดการลงทุนเพื่อการส่งออก การลดการนำ เข้าจากต่างประเทศและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพราะปัจจุบันระบบสาธารณูปโภคยังมีไม่เพียงพอ เช่น การจราจรที่ติดขัดทำให้การเดินทางไปติดต่อธุรกิจหรือทำกิจกรรมทางธุรกิจมีความล่าช้า รัฐบาลอินโดนีเซียได้ตั้งหน่วยงาน BKPM ขึ้นมา หรือหน่วยงานให้การส่งเสริมการลงทุน โดยนำต้นแบบมาจากประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตั้งหน่วย One Stop Service ที่ให้บริการด้านการลงทุนอย่างครบวงจรในหน่วยงานเดียว โดยจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนและการขอใบอนุญาตต่างๆ จำนวน 22 หน่วยงาน มาให้บริการในที่เดียวแต่ยังไม่ครอบคลุมด้านการขอใบอนุญาตทางการเงิน การกลั่นปิโตรเลียม และน้ำมัน (เฉพาะในส่วนการขุดเจาะสำรวจ แต่ส่วนที่เกี่ยวกับการให้บริการกลั่นปิโตรเลียมและน้ำมันสามารถขอใบอนุญาตได้) ทั้งนี้ บริษัทที่จะลงทุนในอินโดนีเซียต้องมีการลงทุน 1,000,000 เหรียญสหรัฐฯ จึงสามารถลงทุนได้ จึงเป็นอุปสรรคสำหรับบริษัทขนาดเล็กที่มีเงินลงทุนน้อย ส่วนสาขาการลงทุนนั้นจะเน้นอุตสาหกรรมอาหาร พลังงาน การประมง ระบบโครงสร้างพื้นฐานและการแพทย์สาธารณสุข โดยมีเป้าหมายคือ ต้องการให้เกิดการลงทุนร่วมกันระหว่างนักลงทุนต่างชาติกับนักลงทุนอินโดนีเซีย เพื่อการส่งออกและทดแทนการนำเข้า เพื่อการพึ่งตัวเอง
นอกจากนี้รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดี นายโจโค วิโดโด ให้ความสำคัญกับทะเลและการประมง จึงตั้งหน่วย Maritime Falcon ขึ้นมาเพื่อกำกับดูแลด้านนี้โดยตรง โดยมีแนวความคิดว่าผืนทะเลคืออนาคตของคนอินโดนีเซีย จึงให้ความสำคัญกับสาธารณูปโภค เช่น ท่าเรือสำหรับขนส่งสินค้า ถนนและรถไฟฟ้า การประมงเป็นประเด็นที่รัฐบาลอินโดนีเซียให้ความสำคัญ โดยมองว่าต่างชาติเข้ามาฉกฉวยประโยชน์จากอินโดนีเซีย จึงทำให้ทางการอินโดนีเซียจมเรือที่ผิดกฎหมายของประเทศเพื่อนบ้านที่เข้ามาในน่านน้ำของอินโดนีเซียหลายลำในช่วงที่ผ่านมา รถไฟฟ้าสายแรกของอินโดนีเซียที่กำลังจะก่อสร้าง คือ เส้นทางจาการ์ตา - บันดุง ระยะทาง 150 กิโลเมตร ซึ่งหากนั่งรถยนต์จะใช้เวลาประมาณ 4 - 5 ชั่วโมง แต่หากใช้รถไฟฟ้าจะใช้เวลาเพียง 30 นาที โดยมีบริษัทจากประเทศญี่ปุ่นและจีนเข้าแข่งขันในโครงการก่อสร้างนี้
นอกจากนี้ยังตั้งเป้าที่จะผลิตกระแสไฟฟ้าให้มากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันยังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ ในช่วงระยะที่ผ่านมารัฐบาลอินโดนีเซียได้ออกมาตรการใหม่ๆเป็นจำนวนมาก เช่น การขึ้นอัตราภาษีสินค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีกร้อยละ 50 มาตรการการจ้างงาน เช่น หากนำแรงงานต่างชาติระดับผู้จัดการเข้ามาทำงานในอินโดนีเซีย 1 คน บริษัทจำเป็นต้องจ้างแรงงานชาวอินโดนีเซียอีก 10 คน รวมถึงมาตรการการใช้เงินรูเปียในทุกกิจกรรมทางการเงิน นักลงทุนจึงต้องศึกษารายละเอียดพอสมควร
ด้านความสัมพันธ์ไทยกับอินโดนีเซียนั้น ถือว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ท่านเสด็จประพาสอินโดนีเซีย 3 ครั้ง โดยท่านได้พระราชทานปฏิมากรรมช้างให้แก่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอินโดนีเซีย สำหรับเรื่องมุมมองของอินโดนีเซียต่อ AEC นั้น พบว่าอินโดนีเซียไม่ได้มอง AEC เหมือนเช่นไทยมอง ซึ่งไทยจะให้ความสำคัญกับตลาด AEC ในแง่การหาแหล่ง ผลิตใหม่หรือวัตถุดิบจากนอกประเทศ แต่อินโดนีเซียมองว่าอินโดนีเซียมีกำลังซื้อที่มากพอจากจำนวนประชากรที่มากที่สุดในอาเซียน อินโดนีเซียจึงยังไม่ให้ความสำคัญกับ AEC ในลักษณะเดียวกับไทย
ข้อมูลจากวารสารส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดย ช่อแก้ว ประสงค์สม
ภาพ : ธนภัทร์ บุญรัตน์
ภาพ : ธนภัทร์ บุญรัตน์
******************
2 กุมภาพันธ์ 2559
แหล่งข้อมูล:
นิธิวดี มานิตกุล อัครราชทูตประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงจาการ์ตา
โดย:
ช่อแก้ว ประสงค์สม
อินโดนีเซีย, ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
