
| การลงทุนของชิลีในต่างประเทศ ตามรายงานของสำนักความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (DIRECON) กระทรวงการต่างประเทศชิลี
1. เมื่อปี 2554 การลงทุนของชิลีในต่างประเทศมีมูลค่า 5,819 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2553 ร้อยละ 27 และถือเป็นปริมาณการลงทุนของชิลีในต่างประเทศที่สูงที่สุดในรอบ 14 ปี อีกทั้งยังมีผลให้มูลค่าการลงทุนสะสมของชิลีในต่างประเทศ ระหว่างปี 2533-2554 มีจำนวนรวม 62.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รายงานดังกล่าวระบุว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้เอกชนชิลีหันไปลงทุนในต่างประเทศเพิ่มขึ้นคือ การแสวงหาตลาดภายนอกเพื่อทดแทนตลาดภายในของชิลีที่มีขนาดเล็ก ซึ่งเป็นข้อจำกัดของความคุ้มค่าจากขนาดการผลิต (economy of scale) นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นที่ทำให้เกิดการลงทุนในต่างประเทศเพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่ปัจจุบันมีน้ำหนักน้อย ลงกว่าในช่วงทศวรรษที่ 1990 ได้แก่ กระบวนการแปรรูปรัฐวิสาหกิจในชิลี และประสบการณ์ที่ดีในการทำธุรกิจส่งออกของนักธุรกิจชิลีไปยังตลาดใดตลาดหนึ่งติดต่อกันเป็นเวลานาน 2. เมื่อปี 2554 แหล่งลงทุนหลักของชิลีในต่างประเทศ ได้แก่ เปรู ด้วยมูลค่าการลงทุน 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามมาด้วย อุรุกวัย 950 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โคลอมเบีย 837 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เบลเยี่ยม 790 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และบราซิล 578 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา เปรูได้กลายเป็นแหล่งลงทุนที่สำคัญที่สุดของชิลี แทนที่อาร์เจนตินาดังเช่นที่เคยเป็นมาในอดีต อย่างไรก็ดี หากพิจารณาการลงทุนสะสมของชิลีในต่างประเทศ ระหว่างปี 2533-2554 พบว่า ร้อยละ 92 ของการลงทุนของชิลีทั้งหมดในต่างประเทศกระจุกตัวอยู่ใน 10 ประเทศ ได้แก่ อาร์เจนตินา (16.28 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) บราซิล (11.99 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เปรู (11.16 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) โคลอมเบีย (8.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) สหรัฐอเมริกา (4.27 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) อุรุกวัย (1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เบลเยี่ยม (880 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เม็กซิโก (868 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ปานามา (846 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และออสเตรเลีย (743 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งจะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในภูมิภาคลาตินอเมริกา โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านในอเมริกาใต้ ขณะที่การลงทุนในเอเชียมีสัดส่วนเป็นเพียงร้อยละ 0.7 ของการลงทุนทั้งหมดของชิลีในต่างประเทศตลอด 21 ปีที่ผ่านมาเท่านั้น ซึ่งถือเป็นแหล่งลงทุนในต่างประเทศของชิลีที่มีมูลค่าต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก โดยส่วนใหญ่เป็นการเข้าไปลงทุนในจีน 3. หากพิจารณาจากภาคเศรษฐกิจที่นักลงทุนชาวชิลีนิยมไปลงทุนในต่างประเทศ ตั้งแต่ปี 2533 -2554 ประกอบด้วย - ภาคบริการ ซึ่งมีสัดส่วนเป็นร้อยละ 39.4 ของการลงทุนทั้งหมดของชิลีในต่างประเทศ โดยมีการค้าปลีกเป็นการลงทุนในภาคบริการที่มีสัดส่วนสูงที่สุดร้อยละ 31.8 นอกจากนี้ ยังมีการขนส่ง โกดังสินค้า และการสื่อสารร้อยละ 29.5 บริการการเป็นตัวกลางทางการเงิน (financial intermediary) ร้อยละ 14.2 บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ร้อยละ 11 การก่อสร้างร้อยละ 10.3 รวมทั้งโรงแรมและร้านอาหารร้อยละ 2.3 - ภาคพลังงานร้อยละ 26.5 - ภาคอุตสาหกรรมร้อยละ 26.3 โดยมีอุตสาหกรรมป่าไม้เป็นการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมที่มีสัดส่วนสูงที่สุดร้อยละ 48 นอกจากนี้ ยังมีอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มร้อยละ 21 อุตสาหกรรมการผลิต (manufacturing) ร้อยละ 12 เคมีภัณฑ์ร้อยละ 10 การแปรรูปโลหะ (metal working) ร้อยละ 5 โลหกรรม (metallurgy) ร้อยละ 3 - ภาคเหมืองแร่ร้อยละ 4.7 - ภาคเกษตรกรรมและปศุสัตว์ร้อยละ 3.1 4. ปัจจุบัน มีบริษัทจากชิลีจำนวนประมาณ 1,000 แห่งที่เข้าไปลงทุนในต่างประเทศกว่า 70 ประเทศ\ทั่วโลก โดยส่วนใหญ่เป็นการเลือกลงทุนในภาคเศรษฐกิจที่ประสบความสำเร็จและมีความเจริญก้าวหน้าในประเทศอยู่แล้ว เป็นหลัก ขณะเดียวกัน การลงทุนในต่างประเทศดังกล่าวก็มีส่วนช่วยให้ธุรกิจชิลีหลายรายกลายเป็นธุรกิจที่ความสำคัญระดับโลกในสาขาต่างๆ อาทิ การผลิตไม้และเยื่อไม้เซลลูโลส ธุรกิจค้าปลีก อุตสาหกรรมเหมืองแร่ ธุรกิจให้บริการการบิน เป็นต้น นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา แนวโน้มการลงทุนของเอกชนชิลีในต่างประเทศคือ การร่วมทุนกับบริษัทต่างชาติ ซึ่งประกอบกิจการในชิลีหรือมีหุ้นส่วนอยู่กับภาคเอกชนในชิลีอยู่แล้ว และต้องการขยายกิจการไปในต่างประเทศร่วมกัน เพื่ออาศัยช่องทางโอกาสทางการค้าการลงทุนผ่านความตกลงการค้าที่ชิลีมีกับต่างประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุดและช่วยให้การบริหารกิจการมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย 5. ตามฐานข้อมูลของ DIRECON ปัจจุบัน มีการลงทุนของชิลีในไทย 2 ราย ได้แก่ Chemical and Mining Co. of Chile Inc. (Soquimich หรือ SQM) ทำการผลิตปุ๋ย และ Sigdo Koppers ซึ่งได้ซื้อกิจการจากบริษัท Magotteaux ของเบลเยี่ยมที่มีฐานการผลิตในไทยอยู่แล้ว โดยทำการผลิตลูกเหล็ก (steel ball) สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ อย่างไรก็ดี DIRECON ไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับมูลค่าการลงทุนของบริษัททั้งสองแห่งในไทย ส่วนในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อื่นนั้น DIRECON แจ้งว่า มีการลงทุนของชิลีในเวียดนาม (อุตสาหกรรมยา) สิงคโปร์ (ธุรกิจค้าไวน์ การขนส่งสินค้าทางเรือ) และอินโดนีเซีย (อุตสาหกรรมเหมืองแร่) ขณะที่ในประเทศเอเชียอื่น มีการลงทุนของชิลีในเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดีย ตุรกีและบังกลาเทศ เป็นต้น อย่างไรก็ดี โดยที่ในภาพรวม มูลค่าของการลงทุนของชิลีในเอเชียยังต่ำมาก จึงเป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายที่ชิลีต้องการเร่งสนับสนุนให้มีนักลงทุนของตนเข้าไปทำธุรกิจมากขึ้น นอกเหนือจากยุโรปและแอฟริกาที่ยังมีสัดส่วนการเข้าไปลงทุนของนักธุรกิจชิลีไม่สูงมากนักเช่นกัน
|
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
