'ซันติอาโก' ซิวอันดับ 1 เมืองน่าลงทุนในลาตินอเมริกา

ศูนย์ Competitive Thinking Strategy ของมหาวิทยาลัย Rosario ประเทศโคลอมเบีย และบริษัทที่ปรึกษา Inteligencia de Negocios ประเทศชิลี ร่วมกันทำวิจัยดัชนีเมืองที่น่าลงทุนมากที่สุดในภูมิภาคลาตินอเมริกาประจำปี 2014 ซึ่งผลปรากฏว่าเมืองที่น่าลงทุน 10 อันดับแรก ได้แก่ อันดับที่ 1 กรุงซันติอาโก (ประเทศชิลี) อันดับ 2 เมือง เซาเปาลู (ประเทศบราซิล) อันดับ 3 กรุงเม็กซิโก (ประเทศเม็กซิโก) อันดับ 4 กรุงโบโกต้า (ประเทศโคลอมเบีย) อันดับ 5 กรุงลิมา (ประเทศเปรู) อันดับ 6 เมืองมอนเตร์เรย์ (ประเทศเม็กซิโก) อันดับ 7 กรุงปานามา (ประเทศปานามา) อันดับ 8 กรุงบัวโนสไอเรส (ประเทศอาร์เจนตินา) อันดับ 9 เมืองริโอ เดอ จาเนโร (ประเทศบราซิล) และอันดับ 10 เมืองเมดิยิน (ประเทศโคลอมเบีย)
การจัดอันดับข้างต้นพิจารณาจากปัจจัยหลายประการ อาทิ นโยบายด้านเศรษฐกิจและการคลัง สภาพแวดล้อมของเศรษฐกิจมหภาค ชื่อเสียงด้านการทำธุรกิจระหว่างประเทศและสภาพแวดล้อมด้านการลงทุน
งานวิจัยยังได้จัดอันดับเมืองที่มีบริษัทข้ามชาติเข้ามาลงทุน โดย 4 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 เมืองเซาเปาลู (ประเทศบราซิล) และกรุงบัวโนไอเรส (ประเทศอาร์เจนตินา) มีมากถึง 144 บริษัท อันดับ 2 กรุงโบโกตา (ประเทศโคลอมเบีย) จำนวน 99 บริษัท อันดับ 3 กรุงซันติอาโก (ประเทศชิลี) จำนวน 98 บริษัท และ อันดับ 4 กรุงลิมา (ประเทศเปรู) จำนวน 77 บริษัท
นอกจากนี้ งานวิจัยยังให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า ความร่วมมือด้านตลาดหุ้นระหว่างชิลี โคลอมเบียและเปรู (Mercado Integrado Latinoamericano – MILA) เป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศให้แก่ประเทศทั้งสามมากยิ่งขึ้น
สำหรับการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (The Global Competitiveness Index) ปี 2014-2015 ของสถาบันการจัดการนานาชาติ (International Institute for Management Development - IMD) ประเทศในภูมิภาคลาตินอเมริกาที่ได้รับคะแนนสูงที่สุดคือ ประเทศชิลี (อันดับ 33)สำหรับไทยติดอันดับ 31 ซึ่งหากเทียบในหมู่ประเทศสมาชิกอาเซียน ไทยยังคงเป็นรองมาเลเซีย ที่ได้อันดับ 20 และสิงคโปร์ ที่ครองอันดับ 2
แม้ไทยกับประเทศต่าง ๆ ในแถบลาตินอเมริกาจะมีมูลค่าการค้าระหว่างกันเป็นตัวเลขที่ไม่มากนัก แต่ก็มีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี สินค้าส่งออกของไทยไปยังทวีปดังกล่าว ได้แก่ ยานยนต์ ผลิตภัณฑ์ปลาแปรรูป (ปลากระป๋อง) พอลิเมอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะปูนซีเมนต์ เม็ดพลาสติก ยางและผลิตภัณฑ์จากยาง อัญมณี ในขณะเดียวกัน ไทยนำเข้าวัตถุดิบต่าง ๆ จากประเทศในภูมิภาคนี้ อาทิ ทองแดง สินแร่เหล็ก และเยื่อกระดาษ
3 ธันวาคม 2557
แหล่งข้อมูล:
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลิมา
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
