การประท้วงของคนงานวิสาหกิจ Codelco ในชิลี
การประท้วงของคนงานวิสาหกิจ Codelco ในชิลี
การประท้วงของคนงานวิสาหกิจ Codelco ในชิลี article

 

 (www.emol.cl, www.santiagotimes.cl, www.reuters.com, www.americaeconomia.com, www.df.cl, www.tercera.cl // 10 -11 กรกฏาคม 2554)

(Photo//www.codelco.cl)

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2554 คนงานจำนวนประมาณ 15,000 คนและผู้รับเหมาอีกประมาณ 30,000 คน ในเหมืองทองแดงทุกแห่งของ Codelco ได้นัดหยุดงานประท้วงทั่วประเทศเป็นเวลา 24 ั่วโมง เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับแผนการปรับโครงสร้างองค์กร โดยไม่มีรายงานเหตุการณ์ความรุนแรงหรือความเสียหายแก่ทรัพย์สินแต่อย่างใด
ประธานสหภาพแรงงานเหมืองทองแดง (Federación de Trabajadores del Cobre)แจ้งว่า การนัดหยุดงานดังกล่าว เป็นการ “เตือน” (warning) ให้ผู้บริหารหันมาสนใจข้อเรียกร้องของคนงานที่ไม่เห็นด้วยกับแผนการปรับโครงสร้างองค์กร ซึ่งคนงานเห็นว่า เป็นความพยายามที่จะถ่ายโอนกิจการ Codelco ให้กับเอกชน (Privatization) อันจะทำให้คนงานถูกไล่ออกจำนวนมาก  นอกจากนี้ ประธานสหภาพฯ อ้างด้วยว่า การหยุดงานประท้วงของคนงานครั้งนี้ เป็นไปเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติในระยะยาว เพื่อให้กิจการผลิตทองแดงยังคงเป็นของชาวชิลีทั้งประเทศ  และแจ้งด้วยว่า สหภาพฯ พร้อมที่จะยกระดับการประท้วงขึ้นไปอีก  หากผู้บริหารยังยืนยันจะดำเนินการตามแผนการปรับโครงสร้างต่อไป
แผนการปรับโครงสร้าง Codelco ที่ทำให้สหภาพฯ เกรงว่าจะนำไปสู่การก่อหนี้จำนวนมหาศาล ซึ่งจะจบลงด้วยการให้เอกชนเข้ามาซื้อกิจการ เพื่อช่วยชำระหนี้ คือ การลงทุนมูลค่าประมาณ 17,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ระหว่างปี 2554-2558 เพื่อเพิ่มความสามารถในการผลิตเป็น 2.1 ล้านตันในปี 2563 ได้แก่  
- การแปลงเหมือง Chuquicamata ซึ่งปัจจุบันเป็นเหมืองเปิด (Open cast mine) ที่ใหญ่ที่สุด ในโลกไปเป็นเหมืองใต้ดิน ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณราว 2,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
-  การสร้างเหมืองทองแดงแห่งใหม่ ชื่อว่า “Ministro Hales” ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณราว 2,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และน่าจะแล้วเสร็จในช่วงไตรมาสที่สามของปี 2556
-  การขยายกำลังการผลิตของเหมือง Andina ในระยะที่สอง เพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตทองแดงของเหมืองดังกล่าวให้เป็น 643,000 ตันต่อปี ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณราว 6,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
-  การขุดขยายเหมือง El Teniente ซึ่งเป็นเหมืองทองแดงใต้ดินขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อให้สามารถรักษากำลังการผลิตที่ 430,000 ตันต่อปี ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณราว 2,500 ล้านดอลลลาร์สหรัฐ
-  การพัฒนาเหมือง Radomiro Tomic ในระยะที่สอง ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณราว 1,900 ดอลลาร์สหรัฐ
   นอกจากนี้ กลุ่มผู้ประท้วงยังระบุว่า มีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่า ผู้บริหาร Codelco พยายามจะจัดตั้งบริษัทเอกชน ขึ้นมาคู่ขนานกับ Codelco เพื่อถ่ายโอนกิจการของเหมืองGabriela Mistral ให้กับบริษัท เอกชนนั้นด้วย
ผู้บริหาร Codelco ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาข้างต้น พร้อมทั้งระบุว่า การประท้วงครั้งนี้เป็นการประท้วงที่ผิดกฎหมายและไม่อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง หากแต่เกิดขึ้นเพราะกลุ่มคนงานไม่พอใจการเปลี่ยนแปลงบางประการ ที่ผู้บริหารจำเป็นต้องดำเนินการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตเอกชนรายอื่นๆ ได้  นอกจากนี้ ยังได้ประเมินความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากการนัดหยุดงานครั้งนี้ว่า อาจกระทบต่อการผลิตทองแดงจำนวน 4,990 ตัน คิดเป็นมูลค่า  41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อเป้าหมายการผลิตของ Codelco จำนวน 1.7 ล้านตันในปีนี้   
ารนัดหยุดงานครั้งนี้ ถือเป็นการนัดหยุดงานประท้วงทั้งองค์กร เป็นครั้งแรกของคนงาน Codelco นับตั้งแต่ปี 2536 และเกิดขึ้นตรงกับวันครบรอบ 40 ปีของการโอนกิจการอุตสาหกรรมทองแดงมาเป็นของรัฐ โดยอดีตประธานาธิบดีซัลวาดอร์ อเยนเด  ซึ่งเป็นนักการเมืองฝ่ายซ้ายเมื่อปี 2514 โดยมีการคาดการณ์ว่า การหยุดงานเมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2554 ทำให้รัฐบาลขาดรายได้ไปจำนวนประมาณ 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ    ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2554 คนงานซึ่งเป็นผู้รับเหมาในเหมือง El Teniente ก็ได้นัดหยุดงานประท้วงเพื่อเรียกร้องขอขึ้นเงินเดือนและสวัสดิการอื่น ซึ่งการประท้วงครั้งนั้น ได้สร้างความเสียหายให้กับระบบการผลิตทองแดงของรัฐบาลชิลีจำนวน 165 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
 

 

11 กรกฎาคม 2554
แหล่งข้อมูล: www.thaibizchile.org

Back to the list

More Related

  • ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กระทรวงการต่างประเทศ  ได้รับรายงานที่น่าสนใจจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลิมา (ประเทศเปรู) เกี่ยวกับการจัดอันดับเมืองที่น่าลงทุนในภูมิภาคลาตินอเมริกา ประจำปี 2014 ซึ่งหากท่านเป็นหนึ่งในผู้ที่สนใจไปขยายตลาดประเทศแถบลาตินอเมริกา ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยท่านในการประกอบการตัดสินใจมากยิ่งขึ้น...
  • นักเรียนในกรุงซันติอาโก ประเทศชิลี ออกมาเดินขบวนประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลชิลีปฏิรูประบบการศึกษาเมื่อวันที่ 3 กันยายน...
  • บริษัท อิตัลไทย อุตสาหกรรม จํากัด (ITALTHAI Industrial: ITI) ผู้แทนจำหน่ายไวน์ระดับโลก เปิดตัวไวน์ระดับพรีเมี่ยมจากชีลีในกลุ่ม Chateau de M, Flaviata รวมถึง Donum Massenez ซึ่งมีคุณภาพเทียบเท่าไวน์ระดับ Grand Cru จากฝรั่งเศส พร้อมต้อนรับ นายโดมินิก มาสเซเนส (Mr. Dominique Massenez) ผู้มีชื่อเสียงในการบุกเบิกการผลิตไวน์ระดับพรีเมียม ทายาทรุ่นที่ 5 แห่งตระกูลอัลซาเชียน มาสเซสเนส ตระกูลใหญ่ในการนำไวน์ชิลีคุณภาพสูงสู่ตลาดโลก โดยมีแขกผู้มีเกียรติร่วมต้อนรับอย่างอบอุ่น...
  • “แอมโบรส ไวน์ บุกตลาดรับกระแสคอไวน์ไทยแรงไม่ตก นำเสนอ Escudo Rojo พรีเมี่ยมไวน์จากผู้ผลิตชื่อดัง บารอน ฟิลิปส์ เดอ รอสชิลด์ ประเทศชิลี ตอบสนองทุกรสชาติที่คอไวน์ต้องการ นำเสนอไวน์ 4 ชนิดรวดจากองุ่นพันธุ์ ชาร์ดอนเนย์, โซวินญอง บลอง, ซีราห์, และคาเบอร์เนย์ โซวินญอง รุกตลาดไวน์ที่เติบโตแบบไม่หยุด”...
  • คุณอนงค์พร มโนพิเชฐวัฒนา ผู้ช่วยรองประธานกรรมการฝ่ายการตลาดเครื่องดื่ม บริษัท อิตัลไทย อุตสาหกรรม จํากัด (ITALTHAI Industrial: ITI) ผู้แทนจำหน่ายไวน์ระดับโลก เปิดตัวไวน์ระดับพรีเมี่ยมจากชีลีในกลุ่ม Chateau de M, Flaviata รวมถึง Donum Massenez ซึ่งมีคุณภาพเทียบเท่าไวน์ระดับ Grand Cru จาก...
  • รัฐสภาชิลีจะพิจารณากฎหมายขึ้นภาษีรถยนต์ดีเซลที่มีน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน 2,000 กิโลกรัม ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2557 ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ต่อผู้ส่งออกรถยนต์ของไทย สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงซันติอาโกให้ข้อมูล

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ