การแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเงินของธนาคารกลางชิลี

| การแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเงินของธนาคารกลางชิลี
การแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเงินของธนาคารกลางชิลี
เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2554 นาย Jose de Gregorio ประธานธนาคารกลางชิลี (Banco Central de Chile)ประกาศว่า รัฐบาลชิลีจะใช้เงินจำนวน 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพื่อเพิ่มปริมาณเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ โดยจะทยอยซื้อเป็นระยะตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค. 2554 จนถึงช่วงปลายเดือน ธ.ค. 2554 ทั้งนี้ รัฐบาลจะเริ่มซื้อครั้งแรกในช่วงวันที่ 5 ม.ค. - 9 ก.พ. 2554 โดยซื้อทุกวัน วันละ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเอกสารของธนาคารกลางชิลียังได้ระบุว่า การแทรกแซงของธนาคารกลางครั้งนี้น่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับอัตราแลกเปลี่ยนเปโซชิลีในขณะนี้ได้
เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2554 นาย Felipe Larrain รมว.คลังชิลี กล่าวว่า การเข้าแทรกแซง อัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารกลางครั้งนี้ นับเป็นการประกาศเข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเงินครั้งใหญ่ที่สุด ในประวัติศาสตร์ชิลี และดูเหมือนว่ามาตรการครั้งนี้เป็นมาตรการที่ถูกต้อง และจะส่งผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยนของชิลี (ธนาคารกลางชิลีเข้าแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยนครั้งล่าสุด เมื่อเม.ย. 2551 ซึ่งในครั้งนั้น อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 430 เปโซ โดยรัฐบาลชิลีใช้เงินเข้าแทรกแซงประมาณ 5,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิมที่ประกาศไว้ 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2554 อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐต่อเปโซชิลีอยู่ที่ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อ 465 เปโซ ซึ่งต่ำที่สุดในรอบ 32 เดือน ทั้งนี้ นับตั้งแต่ปลายเดือน มิ.ย. 2553 เป็นต้นมา เงินเปโซชิลีได้แข็งค่าขึ้น กว่าร้อยละ 17 เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นเงินสกุลที่มีการแข็งค่ามากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากดอลลาร์ออสเตรเลีย สาเหตุสำคัญมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาทองแดงในตลาดโลก ซึ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และชิลีเป็นผู้ผลิตและส่งออกทองแดงรายใหญ่ของโลก และการอ่อนตัวของดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดี การแข็งค่าของเงินเปโซชิลี ได้ส่งผลทางลบต่อผู้ส่งออกชิลี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สินค้าเกษตร เนื่องจากทำให้ความสามารถในการแข่งขันด้านราคาลดลง
ผลจากการประกาศเข้าแทรกแซงฯ ทำให้ในวันที่ 4 ม.ค. 2554 เปโซชิลีอ่อนค่าลงร้อยละ 4.7 จากเมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2554 โดยอัตราแลกเปลี่ยนในวันที่ 4 ม.ค. 2554 อยู่ที่ 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 488 เปโซ
สถานีโทรทัศน์ Canal 2 ของชิลี รายงานการคาดการณ์ของนาย Rodrigo Aravena นักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารชิลี (Banco de Chile) ว่า การแทรกแซงครั้งนี้น่าจะส่งผลให้ในอนาคตอันใกล้ ดอลลาร์สหรัฐจะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเปโซชิลี โดยอัตราแลกเปลี่ยนอาจแกว่งตัวอยู่ระหว่าง 1 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อ 490-495 เปโซ นอกจากนั้น นักวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจหลายคนยังคงคาดการณ์ว่า ราคาทองแดงจะยังสูงขึ้นต่อไปในปี 2554
นักเศรษฐศาสตร์บางคนยังได้ตั้งข้อสังเกตว่า การเข้าแทรกแซงครั้งนี้อาจมาจากความห่วงกังวลว่า จากสภาพการณ์ในปัจจุบันที่เศรษฐกิจของชิลีได้เริ่มฟื้นตัวมาระยะหนึ่ง อัตราการว่างงานลดต่ำลงความต้องการภายในประเทศและอัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น หากในอนาคต เศรษฐกิจในชิลีขยายตัวสูงขึ้น และมีการปรับตัวสูงขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ และเกิดการแข็งค่าของเงินเปโซชิลีอย่างรุนแรง (อาจถึงระดับ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อ 400 เปโซ) ก็จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของชิลี และเศรษฐกิจในภาพรวม อย่างมาก
|
5 มกราคม 2554
แหล่งข้อมูล:
www.thaibizchile.org
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
